singstit-at-Singapore

มาอัพกันตามกระแสลดโลกร้อนซักหน่อย ไม่รู้จะเกริ่นอะไรดี เข้าเรื่องเลยละกัน

 

อันคนเราต้องเรียกคนอื่นด้วยฐานะอะไรซักอย่างเสมอครับ จะเป็นลุง ป้า น้า อา ยาย ย่า ตา ปู่ พี่ น้อง อะไรก็ว่าไป แต่ลองคิดดูซักนิดนะว่าถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จะเป็นยังไง

 

@บ้านคุณแฟนหวานใจสวีทฮาร์ท

พ่อแฟน: (ยืนจังก้าด้วยกระบวนท่างูพิทักษ์ไข่ มือเตรียมปล่อยโซ่ล่ามหมาบางแก้วตัวเท่าลูกควายทุกเมื่อ)

แฟน: นี่พ่อเค้าเอง (ยิ้ม อันว่าลูกเสือมักไม่รู้ความดุร้ายของพ่อเสือ)

ไอ้เรา: (ไหว้ด้วยกระบวนท่าที่งดงามที่สุดเท่าที่จะงดงามได้ หนูไม่อยากโดนหมาแทะหัว) สวัสดีครับคุณ....

 

PAUSE

 

ลองคิดดูนะครับว่าเราควรจะเรียกเขาว่ายังไงดี

1. คุณพ่อ

2. คุณลุง

3. คุณอา

 

เอาล่ะสิ ชิบหายชีวิตตูแล้ว เพราะ

1.เรียกพ่อเดี๋ยวเขาก็คิดว่าหวังสูงแต่แรกพบแล้วสะดุ้งปล่อยหมาขึ้นมา

2. เรียกลุงเดี๋ยวเขาก็คิดว่าหาว่าหน้าหล่อๆไม่แพ้ตี๋ใหญ่นั้นแก่ย่นมีริ้วรอยแล้วสะดุ้งปล่อยหมาเหมือนกับเมื่อกี้

3. จะเรียกอาก็กลัวไปทัวร์นรกข้อหามุสาวาจา หน้าตาเยี่ยงโครมันยอง(แม้ลูกสาวจะงามหยาดฟ้า)เช่นนี้ตะแคงดู547องศาแม่งก็ไม่มีทางเอ๊าะกว่าพ่อตูได้

 

ใครกลัวปัญหาเช่นนี้(เห็นจะมีแต่เอ็งกลัวอยู่คนเดียวแหละไอ้MD)ก็ไม่ต้องกลัวอีกต่อไปเมื่อคุณใช้...

(เสียงกลองรัว)

ซิงลิช!!!

(เสียงหน้าม้าพูดอูอาเหมือนเห็นแพนด้าคลอดแฝดสาม)

 

เนื่องด้วยธรรมเนียมง่ายๆครับ ชาวสิงมักจะเรียกคนไม่ใกล้ชิดด้วยคำต่อไปนี้

พ่อ/แม่เพื่อน , ป้าร้านขายน้ำ , ลุงขับรถเมล์ ฯลฯ: อานตี้(Aunty) กับอังเคิ่ล(Uncle) เท่านี้ก็ไม่ต้องกลัวจะมีความหมายลึกซึ้งแยบยลเหมือนภาษาไทยของเราเรียบร้อยแล้ว!

แถมโบนัสพิเศษ เรียกอานตี้อังเคิ่ลไม่ต้องกลัวเรื่องอายุด้วย ทั้ง2อันไม่จำกัดอายุเด้อ เท่านี้ก็ไม่ต้องกลัวบางแก้วแทะหัวหรือนรกกินกบาลแล้ว!

 

scenario ตัวอย่าง

@บ้านแฟนชาวสิง

แฟน: I want you to meet my father (ยิ้ม)

พ่อแฟน: (ยืนจังก้าด้วยกระบวนท่าไก่หงายคอ มือเตรียมปล่อยโซ่ล่ามหมาบูลด็อกตัวเท่าลูกหมีทุกเมื่อ)

เราเอง: Hello uncle (ยิ้มโชว์ฟันขาวพร้อมโค้งหัวเล็กน้อย)

พ่อแฟน: (ชิท ตูหมดข้ออ้างปล่อยหมาซะแล้วสิ ไม่ได้ว่าตูแก่แถมไม่ได้เรียกตูว่าพ่อด้วย)

เราเอง: (รอดแล้วตู)

 

MISSION ACCOMPLISH!!! (ตูไม่โดนหมาแทะหัวแว้วววว)

แถมเล็กน้อย: ฝรั่งเขาชอบเรียกกันว่าMr.ไม่ก็Mrs.ตามด้วยนามสกุลครับ ถ้าเป็นChinese American(จีนมะกัน)ก็ง่ายหน่อยเพราะนามสกุลเขามักมีแค่พยางค์เดียว(เช่น Chen(เฉิน ฝรั่งอ่านเชิน) Yang(หยาง ฝรั่งอ่านแยง) ฯลฯ) แต่ถ้าเป็นคนไทยนี่อาจจะมีปัญหาหน่อย(ผมเคยเห็นตัวละครในฟิคนามสกุล นทีธารทรัพย์พิสิทธิ์ ฝรั่งอ่านครึ่งทางก็เป็นลมแล้ว) 

 

 

นอกจากอานตี้กับอังเคิ่ลแล้วชาวสิงยังมีอีกคำที่ชอบใช้กันครับ ซึ่งก็คือ เสี่ยวตี้(หนู(ช))กับเสี่ยวเม่ย(หนู(ญ))

แน่นอน ปกติก็คือพวกผมนี่แหละครับที่โดนอ้านตี้ๆอังเคิ่ลๆ(ป้าๆลุงๆ)เรียกแบบนั้น ซึ่งก็เหมือนเมืองไทยที่นิยมคำว่าหนูหรือน้องนั่นแหละ สะดวกเรียกดี

แต่ทว่าก็มีปัญหาอยู่อย่างนึงสำหรับซิงลิชที่ภาษาไทยไม่มีครับ มันก็คือคำว่าพี่

ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงพี่ของเพื่อนหรืออะไรอย่างนั้นนะครับ เพราะเราสามารถเรียกเขาด้วยชื่อเฉยๆได้ แต่หมายถึงพี่คนขับรถหรือพี่บริกรตามร้านอาหารครับ เพราะอายุเขาก็ไม่น่าจะแก่กว่าเราเกิน10ปี ไปเรียกลุงเรียกป้ามันก็ออกแปร่งๆไปซักหน่อย

แล้วทำไงดีวะ?

ง่ายๆครับ

ไม่ต้องเรียกม่างเลย

สาธิตวิธีเรียกโดยไม่ต้องพูดสมญา

เรา: (มองบริกรตาปริบๆ ตูจะขอน้ำอีกแก้วไงดีวะ)

เพื่อน: (ดูตาก็รู้ใจ มาตูช่วย) Excuse me, can I have one more glass of water please?

 

สังเกตได้ว่าประโยคเมื่อกี้ไม่จำเป็นต้องเรียกอีกฝ่ายด้วยฐานะครับ เหมือนเวลาเราพูด'ขอน้ำด้วยครับ'โดยตัดส่วน'พี่ครับ'ออกไปนั่นแหละ ในภาษาไทยอาจฟังดูห้วนๆ แต่สำหรับปะกิดซิงลิชถือว่าโอครับ (หรืออย่างน้อยผมก็ใช้มา4ปีโดยไม่โดนต่อย)

 

 

 

อนึ่ง วันนี้(15 ต.ค.)พึ่งรับประกาษณียบัตรจบมัยมศึกษาครับ เข้าโหมดกล้องอาละวาดคลั่งถ่ายรูปอีกครา

 

อสอง ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับโลกร้อนยังไง แต่ก็ช่างมันเต๊อะ อ ไอเดียนั้นหายาก

หมายเห็ด เอนทรี่นี้เป็นการบ่นเรื่องราวกว่าเดือนที่ผ่านมาจึงออกจะยาวนิดๆ(?) สามารถadd favouriteบล็อกนี้แล้วเก็บเอ็นทรี่นี้แบ่งอ่านเป็นส่วนๆตามระดับน้ำทะเลได้ (โดยส่วนนึงจะถูกแบ่งด้วย -----------)

จะให้ดีแนะนำให้อ่าน3เวลา ก่อนนอน ตอนตื่นนอน และตอนเปิดคอม

คำเตือน การอ่านระหว่างนอนและ/หรือปิดคอมทำให้ความสามารถในการขับขี่เก้าอี้หน้าคอมลดลง ไม่ควรให้จดหมายร้อน(Hot Post)ต่ำกว่า2ครั้งต่อวัน เด็กและสตรีมีครรภ์สมควรอ่าน

 

 

แล้วก็เข้าเรื่อง 

เมื่อเช้าพึ่งได้รับสิ่งนี้มาครับ

เลดี้ส์ เกย์ ทอม แอนด์เจนเติ้ลเมนนนนน เชิญชม......

 

ผ่าง!!!!

หนังสือ'ปริศนา/คำตอบ'ของคุณPuckที่ได้เป็นรางวัลจากการเข้าร่วมกิจกรรมทำนายวันสิ้นโลกเมื่อเดือน5ที่ผ่านมามาถึงมือกระผมแล้ว โว้ฮู้ววววว

 

มีการ์ดขอบคุณพร้อมลายเซ็นแนบมาซะด้วย!!!!

 

นอกเหนือจากเนื้อหาหนังสือที่แสนเจ๋ง สุดยอด เก๋าจิ้ง จีตั้น ดอลตันมันยอดมากแล้ว(เพราะงั้นจงไปซื้อหามาอ่านซะนะ)ที่เจ๋งไม่แพ้กันคือสิ่งนี้ครับ

 

มีคำทำนายที่ผมส่งไปพิมพ์ไว้พร้อมประกอบฝีมือคุณPuckด้วยเว้ยเฮ้ยยยยยย!!!!!!

แม้จะไม่ใช่หนังสือที่เขียนเองกับมือ แต่เห็นชื่อตัวเองพร้อมงานอยู่ในหนังสือเช่นนี้แล้วรู้สึกอิ่มเอิบจิตใจมาก ราวกับเห็นลูกตัวเองชนะรางวัลโนเบรนสาขาปรุงยาบำรุงตับชะมดยังไงก็ไม่รู้ 

 ขอขอบคุณคุณPuckสำหรับหนังสือนะครับ 

 

-----------

 

นอกจากหนังสือนี้แล้วก็มี

ผ่าง(2)!!!!!

มากาฮงครับ!(ในภาพเป็นสภาพหลังทดคุดคู้ในกระเป๋าข้าพเจ้ามาราวๆ3ชม. ตอนซื้อราศีจับกว่านี้อีก) ตั้งแต่คุณบองเต่าเคยเขียนถึงตอนกลับจากเที่ยวสิงคโปร์เมื่อคราวก่อนผมก็อยากกินไอ้นี่มาตลอดเลย

และด้วยปาฏิหาริย์อันใดไม่ทราบ ช่วงวันไหว้พระจันทร์ที่ผ่านมาได้ไปเดินห้างเปิดใหม่ใสกิ้งที่สิงคโปร์นามว่าIonแล้วไปเจอร้านอาหารชื่อTWG Teahouseที่ขายขนมนี้พอดี คนรู้จักที่ไปด้วยก็เลยซื้อให้ซะเลย โอโจชวาอ์มันยิสมาก!!!

 

หลังเปิดกล่อง

จำไม่ได้แล้วว่าในนี้มีรสอะไรบ้าง แต่ก็พอนึกได้ลางๆว่าสีชมพูเป็นรสกุหลาบ สีเหลืองเป็นรสมะนาว(หรืออย่างน้อยผมก็รู้สึกยังงั้นเวลากิน) สีม่วงเป็นรสมะพร้าวผสมเสาวรส(Passion Fruit) ส่วนรสชาตินั้นผมว่าหวานไปนิดแต่โดยรวมแล้วอร่อยเหรอ! (เหรอ=roar=คำราม=โฮกๆ)

 

-----------

 

แต่ทว่า....

วันหลังจากกินไปหมดแล้วผมเจือกเจ็บคอกับปวดฟันพร้อมๆกันครับ  = ='' อะไรของเอ้งงงงงง

ไอ้เรื่องเจ็บคอนี่ไม่เท่าไหร่นะ แต่ที่ผมช็อกนี่คือไอ้ปวดฟันนี่สิ

เกิดมาจะ17ขวบแล้วก็ยังเป็นเด็กดีของหมอฟัน ไม่เคยฟันผุกับเขาเลย แต่นี่วันดีคืนดีกระดกน้ำอยู่ดีๆไอ้เหงือกไม่รักดีก็เจ็บขึ้นมาซะงั้น ไอ้เราก็คือว่าทำไงดี (ดีพอแล้วเฮ้ย)

ตอนแรกก็ไม่คิดมาก แต่ไปๆมาๆไอ้อาการเจ็บมันแย่ขึ้นเรื่อยๆ ตอนแรกแค่ปวดระบมๆแต่วันต่อมาพอดื่มอะไรเย็นๆนี่ปวดแปล้บไปถึงรากเหงือกเลย แถมเป็นอาการปวดที่ซาดิสท์ม้าไม้ลนเทียนเอาการ แต่ก่อนอธิบายอาการ ไปเปิดเพลงนี้ฟังซักรอบ2รอบค่อยอ่านต่อ เดี๋ยวจะรู้ว่าทำไม

 

 

 

 

ฟังแล้วนะ? มาดูอาการกันต่อ

1. ฟันที่ปวดจะชานิดๆ เหมือนไอ้ตัว'ความเจ็บปวด'จำแลงเป็นนักเต้นอินเดียมาบอกว่า'เตรียมตัวนะนายจ๊า'

2. เหงือกจะชาตาม นักเต้นมันคงจะบอก'เต้นแล้วน้า' พร้อมตั้งกระบวนท่าโรตีสามเหลี่ยมเตรียมเต้น

3. อาการชาคงอยู่ราว2-3วิ อันนี้รู้สึกเหมือนมันบอกว่า'อีนี่ล้อเล่น ขอนั่งนวดแป้งโรติแป้บนึง'

4. ตามด้วยอาการเจ็บ ขณะนี้นักเต้นกำลังโลดแล่นกระทืบเท้าอยู่ในร่องฟันของกระผมด้วยท่าทางพริ้วราวนางเอกบอลลีวู้ดหนีพระเอก แต่ปากร้องI Believe I Can Flyไม่ใช่เพลงแดนโรตี

5. อาการเจ็บลามไปจนถึงกรามช่วงล่าง ความเจ็บปวดมันคงร้องถึงท่อนI Believe I can touch the skyแล้วพร้อมรัวเท้าลืมตายลืมเกิด  

6. ไอ้ช่วงเจ็บนี่นาน3-4วิได้เลยทีเดียว แถมเจ็บโคตรๆเหมือนมีคนเอาน้ำตาเทียนมากรอกลงเหงือก ไอ้ความเจ็บปวดในคราบหนังอินเดียคงเป็นฉากฟินาเล่ที่พระเอก นางเอก ตัวประกอบ พ่อตาแม่ยายตัวประกอบ ผู้กำกับและตากล้องพร้อมเมียน้อยสาว16กำลังสะบัดลีลาเท้ากระทีบโรงกันอยู่บนฟันและเหงือกผมด้วยทำนอง:

ใครกินแกงยกมือขึนนนน ใครกินแกงยกมือขึ้นมา ใครกินแกงยกมือขึ้น โปรดบอกนะนายจ๋าาา (โปรดนึกทำนองเพลง'ยาเสพติด'ของBuddha Blessที่แปะไว้ด้านบนประกอบ)   

 

เข้าเรื่องต่อ ด้วยเหตุนี้ตัวผมก็เลยตัดสินใจละทิ้งความบริสุทธิ์ทางปาก(โปรดอย่าคิดลึก)แล้วไปหาหมอฟันให้กำจัดจุดอ่อนไอ้ฟันทรพีนี่ซะ จะได้กินอะไรสะดวกปากซักที สุดท้ายก็ฝากบ้านโฮสให้นัดให้หน่อยเป็นที่เรียบร้อย

 

ผลน่ะเหรอ?

 

กระผมต้องมานั่งจุ้มปุ้กในคลีนิกแถวบ้านที่ท่าทางเหมือนจะมีอายุไม่น้อยกว่าน้าผมที่เคยมาเรียนสิงซักเท่าไหร่ 

มองซ้าย: มีกองหนังสือเก่าๆ

มองขวา: มีลุงแก่ๆนั่งเงียบๆ

มองหน้า: มีป้าธุรการที่มองมุมไหนก็น่าจะเคยผ่านศึกอยุธยาเสียกรุงมาไม่ต่ำกว่า2ครั้ง (หรือไม่ก็น่าจะราวๆ60โดยประมาณ)

มองหลัง: กำแพงขาวขาวอมเหลืองเก่านิดๆธรรมดา

มองล่าง: กระเบื้องมีรอยแตกนิดหน่อยพอน่ารักแสดงอายุสถานที่

มองบน: เพดารธรรมดา มีพัดลมเก่าๆติดอยู่

มองหลังป้าธุรการ: โปสเตอร์สับปะรดอะไรซักอย่างที่เก่าจนสีจางเห็นแค่สีรางๆบนแผ่นขาวๆ

 

สรุป: ตูกำลังเจอกับSweeny Toddเวอร์ชั่นหมอฟันอินสิงคโปร์รึเปล่าวะ(ขอเรียกว่าซิงกี้ท็อดละกัน) จริงอยู่ที่ว่าที่นี่โดยรวมแล้วดูโคตรธรรมดาแต่อะไรธรรมดามักไม่ธรรมดาเสมอ หรือดีไม่ดีเราอาจจะโดนองค์กรลึกลับจับไปดัดแปลงปากเป็นมาสค์ไรเดอร์ด็อกเมาท์ก็ได้(อ่านนิยายมากไปแล้วเอ็ง)

 

ขณะกำลังจินตนาการภาพหมอฟันเอาที่กรอฟันเจาะคอหอยไอ้MDพร้อมส่งเนื้อไปทำข้าวมันไก่อยู่นั้นป้าธุรการก็เรียกซะแล้ว

อืม....

ลุงหมอฟันซิงกี้ท็อดหน้าตาธรรมดาผิดคาด แม้จะมีทรงผมตั้งๆคล้ายๆกันนิสๆแต่ก็ดูเหมือนคนธรรมดามาก(ก็เขาคงเป็นคนธรรมดาแหละเอ็งเอ๊ย)

โอเค ลุงแกไม่ใช่ซิงกี้ท็อด คนขององค์กรช็อxเกอร์หรือซีอุยลี้ภัยชัวร์ แต่ทว่า...

ลุงแกหน้าตาเหมือนเหมา เจอ ตงอ่ะ

คือว่าไม่รู้อะไรดลใจนะ แต่ดูแล้วอดแอบนึกถึงเหมา เจอ ตงไม่ได้ ดีไม่ดีใต้ผ้าคลุมฟ้าๆนั่นอาจจะเป็นชุดทหารสีเขียวคอแดงก็ได้ไผจะรู้ นี่ไปบอกใครเขาว่าเราเสียซิงทางปากให้เหมา เจอ ตงคงหนุกพิลึกเนอะ (แต่อาจโดนKGBเมืองจีนเก็บไปฆ่าหมกแม่น้ำฮวงโหก่อน)

และแล้วก็เข้าช่วงทำฟัน โดยลุงเหมาแกก็ถามเรื่องว่าเป็นอะไรเจ็บตรงไหนทำนองนั้น จากนั้นลุงแกก็'หาจุดเจ็บ'โดยการฉีดน้ำเข้าปากกระผมบริเวณที่บอกปวด

อืม ฟังดูโลจิเคิ่ลดี สมเป็นบิดาจีนคอมมิวนิสต์....

แต่ไอ้อาการเจ็บแม่งแรงระดับแขกเต้นเลยนะเฮ้ย!!!

เดี๋ยวววว ตูไม่เรียกเอ็งลุงเหมาก็ได้แต่ขอวิธีนุ่มนวลหน่อยเด้ลุ้งงงงงงง

ช้าไปแล้วบอย ลุงแกฉีดน้ำเข้าปากผมไม่สนหน้าเอ็มหน้าดีซะแล้ว คาดว่าถ้าผมพูดรู้เรื่องโดยไม่มีเครื่องมือในปากคงบอก

'ไอ้ลุงเหมาาาาาาาาา'

แต่ก็นะ..

ลุงเหมา: (ฉีดรอบแรก) แถวนี้?

MD: โอ (โน) 

ลุงเหมา: (เลื่อนอีกนิส) แถวๆนี้เหรอหนู

MD: (อินเดียแดนซ์ในปากเริ่มแล้ว) เอส (เยส)

ลุงเหมา: แน่นะ (ฉีดซ้ำๆราดๆรอบเหมือนแรมโบ้กราดปืนกล)

MD: (อินเดียนแดนซ์มีโคลนไมเคิล แจคสัน4คนมาเต้นBeat Itแจม) เอสๆๆๆๆ (เยสๆๆๆ โดยมีความนัยว่า - เออๆ กูไม่หลอกมึงหรอก มึงพอได้แล้วววว ตูเจ้บบบบ)  

ลุงเหมา: โอเค (หันไปคุยกะป้าพยาบาล)

ตอนแรกกระผมก็นึกดีใจที่ได้รักษาฟันซักทีแต่ทว่า....

ไอ้ที่พ่นน้ำเอ็งยังกระทำชำเราเหงือกตูอยู่เฮ้ยยยยยยยย 

MD: %^%$$* (เดี๋ยวเด้ๆไอ้เหมาาาาา)

ลุงเหมา: (คุยกะพยาบาลต่อ)

MD: ^^%^*&^!@ (ท่าน2คนทำงานด้วยกันมาน่าจะเกินชั่วอายุตูแล้วนะเฮ้ย คุยกันทีหลังได้หม้ายยยยยย เอาไอ้นี่ออกที้!!!!!!!)

ลุงเหมา: (หันมา) โอเค (แต่ไม่ได้ตอบMD เหมือนจะคุยกับตัวเองซะมากกว่า)

 

และแล้วลุงแกก็อธิบายว่าผมไม่ได้ฟันผุ แต่เหงือกระบมเพราะพึ่งไปขันเหล็กดัดฟันมา จะให้ยาอะไรซักอย่างมาแล้วก็จะเคลือบฟันให้ด้วยเพื่อมันจะได้ไม่เจ็บง่าย

โอเคเก๋กู้ด....

แต่ไอ้เครื่องพ่นน้ำตราเมอร์ไลอ้อนกินลูกพลับแกยังค้างปากผมอยู่ เอาออกก่อนได้ม้ายยยย นี่ตูเจ็บจนมือหงิกเป็นหมูแฮมแล้วนะเฮ้ยยยยย พลีส ไอ แบ้ก ยูวววววว์

สุดท้ายลุงแกก็เอาที่พ่นน้ำออกจนได้แล้วก็รักษาแบบธรรมดาๆต่อ...

หมอสิงนี่โอเคเก๋กู้ดจริงๆ ไม่มีบอกประโยคหากินหมอฟันทั่วไทยอย่าง'เจ็บให้บอกหมอนะ' หรือ 'ถ้าเจ็บยกมือขึ้นด้วย' เพราะพี่แกเล่นจู่โจมซึ่งหน้าเลย ไม่มีสตันท์ ไม่มีสลิง ไม่มีตัวแสดงแทน ทำจริง เจ็บจริง จัสท์ดูอิท

 

สรุปก็รักษาเสร็จด้วยดีโดยไม่โดนเชือดทำข้าวมันไก่แบบซิงกี้ท็อดหรือโดนจับดัดแปลงเป็นแมสค์ไรเดอร์ด็อกเมาท์ นอกนั้นได้ยาบ้วนปากสำหรับเหงือกมาขวดนึง (ซึ่งรสชาติทำเอาสิ้นหวังชีวิตไปพักใหญ่)

เบ็ดเสร็จหมดไปทั้งสิ้น 67สิงคโปร์ดอลล่าร์หรือก็คือราวๆ1600บาท เล่นเอาอยากไปเฉือนเนื้อขายร้านข้าวมันไก่แก้กินแกลบยังไงไม่รู้ หมดกันเงินทั้งอาทิตย์เลยฉัน

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าดองบล็อก เพราะม่างเขียนทีแล้วยาว อีแบบนี้ไผจะอ่านไหววะ เอ็งไม่ใช่เฮียวิชัยหรือพุงคงพงคุงอินเกียวโตที่เขียนยาวเป็นมหากาพย์สงครามกรุงทรอยบุรีแต่ก็ยังมีคนอ่านนะ OTL

 

ปล อ่านเอนทรี่นี้อย่าคิดว่าหมอสิงไม่ดีนะครับ อาการฟันผมดีขึ้นเยอะแล้ว ติดแค่ว่าลุงแกลืมที่พ่นน้ำนานไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง