do-u-know

"เหรียญดาวบ้านเกิดเอ็งเหรอมีมูลค่า23.82บาท" คงจะเป็นคำถามในส่วนลึกท้ายซิรีบรัมในส่วนฮิปโปแคมปัสของสมองท่านผู้อ่านใน เสี้ยว0.0112วินาทีที่ท่านผู้อ่านมาเห็นหัวเอนทรี่นี้

งั้นเรามาดูกันครับว่าไอ้เหรียญราคา20กว่าบาทนั่นมันหน้าตาเป็นยังไง

ผ่างงงงง

 

พรึ่บบบบบ

มันก็คือเหรียญ1ดอลหล่าาาสิงคโปร์นั่นเองครับ! ซึ่งเมื่อตีมูลค่าด้วยกูเกิ้ลแล้วอยู่ที่ราวๆ23บาท

 

แล้วเหรียญนี้มันทำไมน่ะเหรอ? เด็กๆมานั่งรอบลุงMDโลด เดี๋ยวจะเล่านิทานสั้นๆเรื่องนึงให้ฟัง...

 

 

กาลครั้งหนึ่งเมื่อไม่กี่สิบปีมานี้ สมัยที่ประเทศสิงตัดสายสะดืออกมาลืมตาดูโลกได้ไม่นาน เมอร์ไลอ้อนก็ยังหน้าตาเหมือนลูกแมวติดหาง อดีตนายกรัฐมนตรีลี กวน ยูก็ยังเตะปิ้บดัง

สิงคโปร์กำลังเริ่มโปรเจคทำรถไฟใต้ดินMRTกันอยู่ แต่ทว่าซินแสชื่อดังคนนึงกลับมาเตือนลุงลีว่าการตอกเสาเข็มเหล็กเพื่อวางทางรถไฟนั้นถือเป็นการกระทำอัปมงคงต่อสิงคโปร์ เนื่องด้วยเป็นการเจาะชีพจรมังกรของตัวเกาะเอง

และถ้าหากไม่ทำอะไรซักอย่างเกาะจะล่มจมซวยยับมรณะวอดวาย!!

เอาล่ะสิผู้อ่านมายเดียร์ เห็นแบบนี้พี่สิงเขาก็เชื่อเรื่องฮวงจุ้ยในระดับนึงเหมือนกันนา

ขนาดน้ำพุโชคลาภ(Fountain of Wealth)พี่สิงยังสร้างตามหลักฮวงจุ้ยเลย ถึงขนาดไปตั้งตึกใหญ่5ตึกรอบๆให้สูงเตี้ยไม่เท่ากันเปรียบเสมือนนิ้วมือพระพุทธองค์ทั้ง5นิ้วเพื่อเพิ่มความเป็นมงคล แล้วอีแบบนี้ลุงลีเขาจะเมินอาซินแสได้ยังไงจริงไหม? 

หลังจากลุงลีถามวิธีแก้ซินแสไปโดยไม่ต้องหยุดโปรเจคนี้ ทางซินแสก็เลยเสนอวิธีแก้เคล็ดง่ายๆมา

มนุษย์สิงคโปเรียนทุกหมู่เหล่า จะจีน จะแขก จะฝรั่ง หรือจะใครที่ไหนก็ตามต้องถือกระจกแปดด้านกันทุกคนเป็นการแก้เคล็ด!

โอซาร่าทอดมะระ! มนุษย์ต่างชาติต่างศาสนาเป็นล้านแบบนี้จะไปบังคับให้เขาถือกระจกแปดด้านแบบจีนได้ไงจริงไหม!? ชะรอยสิงคโปร์จะถึงการดับเพราะชีพจรมังกรขาดแล้ว แต่ทว่าลุงลีแกมีทางออก...

 

 

 

 

ผ่างงงงง เหรียญ1ดอลลาร์นั่นเอง!

ทำไมมันถึงจะช่วยสิงคโปร์ได้น่ะเหรอ?

ลองเลื่อนกับไปดูใกล้ๆสิมายรีดเดอร์ คุณจะสังเกตเห็นว่าขอบภายในตัวเหรียญเป็นทรงแปดเหลี่ยมทั้ง2ด้านเหรียญเลย! เปรียบเสมือนกระจกแปดด้านอย่างที่ซินแสว่าไว้

ด้วยเหตุนี้สิงคโปร์ก็เลยรอดจากการล่มจมไป เพราะใครๆที่ไหนบนเกาะก็ต้องมีเศษเหรียญติดตัว แล้วทุกคนกันอยู่กันอย่างเสื่อมไต ever afterบนเกาะแห่งนี้.... 

 

 

 

 

ฟังนิทานกันจบแล้ว ท่านผู้อ่านคิดว่าเรื่องที่ผมเล่าจริงโม้แค่ไหนกันเอ่ย

 

 

เรื่องจริงแท้ไม่ได้โม้

-น้ำพุFountain of Wealthสร้างตามหลักฮวงจุ้ยจริง โดยให้ตึกใหญ่ๆ5ตึกรอบเรียงกันด้วยความสูงต่างระดับเพื่อแทนนิ้วมือทั้ง5นิ้วของพระพุทธเจ้าโดยมีตัวน้ำพุอยู่ตรงกลาง

-รูปเหรียญสิงคโปร์และมูลค่าที่กล่าวอ้างถึงเป็นความจริง

 

เรื่องโม้โกหกพกออกซิเจน

-เรื่องที่สิงคโปร์เจาะชีพจรมังกรเกาะขณะวางรางรถไฟใต้ดินเป็นเรื่องที่ไม่ได้รับการยืนยันครับ ด้วยเหตุนี้เรื่องซินแสกับเหรียญกระจกแปดด้านจึงไม่มีหลักฐานรองรับด้วยเช่นกัน

 

เพิ่มเติม

-อย่างไรก็ดี เรื่องที่ผมเล่ามาเมื่อกี้เป็นตำนานเมืองกรุง(urban legend)ในสิงคโปร์จริงๆนะครับ อาจจะไม่ได้แพร่หลายมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีคนรู้จัก

-FAQยังเปิดอยู่นะครับ (คาดว่าคงเปิดไปตลอดJune Write)

 

เพิ่มเติม(2)

เอนทรี่นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือ ำ ของคุณวินทร์ครับ ต้องขอโทษจริงๆที่ลืมพูดถึงไปก่อนหน้านี้

วันนี้ขอเปลี่ยนอารมณ์บล็อกหน่อย มาลองฟังเรื่องเล่าจากสิงคโปร์เรื่องนึงกันนะครับ...

 

ไอวาน ลี (Ivan Lee) เป็นนักศึกษาชาวสิงคโปร์โดยกำเนิด ในช่วงวันหยุดก่อนขึ้นปีใหม่ในปี1999ของมหาลัย เขาได้มาเที่ยวเมืองไทยเป็นครั้งแรกในชีวิต เขาเคยกินอาหารไทยที่สิงคโปร์มาแล้ว แต่เมื่อเขามาลองอาหารไทยรสชาติต้นตำรับที่ประเทศไทยกับตัวแล้วเขาก็ค้นพบอาหารไทยต้นตำรับนั้นมีมากกว่าที่เขาเคยเห็นที่สิงคโปร์มากนัก และนั่นเป็นก้าวแรกของความคิดนึงๆในหัวของเขา

ปี2000 เมื่อกลับมาสิงคโปร์ เขาและเพื่อนที่มหาลัย เกรซ โกห์ (Grace Goh) ก็เริ่มความคิดเรื่องเชนร้านอาหารไทยในสิงคโปร์ โดยมีความสนใจเรื่องอาหารไทยของทั้งคู่และความนิยมของอาหารไทยในสิงคโปร์เป็นแรงกระตุ้นโครงการ

แต่ทั้งคู่จะเอาอะไรเป็นจุดขายของร้านอาหารไทย?

ไอวานและเกรซเดินทางไปเมืองไทยอีกครั้งเพื่อหาไอเดียมาเป็นจุดยืนของร้านอาหารของตน แล้วพวกเขาก็ค้นพบแรงบันดาลใจสำคัญของเขา

เขาและเธอทั้งคู่ได้ฟังมัคคุเทศก์ของเขากล่าวถึงเรื่องขนมไทยชนิดนึง มันเป็นชิ้นแป้งสั้นๆสีเขียว ในน้ำเชื่อมกะทิ มีขนุนเติมลงไปเพื่อรสหวานอมเปรี้ยวสดชื่นของผลไม้

ชาวไทยเรียกมันว่าลอดช่องสิงคโปร์

แม้จะมีชื่อว่าสิงคโปร์ แต่ทั้งเกรซและไอวานไม่เคยเห็นขนมชนิดนี้มาก่อนเลยที่บ้านเกิด ด้วยความสงสัย พวกเขาลองค้นคว้าและสอบถามกับมัคคุเทศน์ดูเรื่องความเป็นมาของลอดช่องสิงคโปร์แล้วก็ได้คำตอบถึงที่มาของชื่อพิสดาร

เมื่อก่อนลอดช่องเป็นขนมหวานที่มีแค่แป้งและน้ำเชื่อมกะทิเท่านั้น จนกระทั่งมีคนขายคนนึงลองเติมขนุนลงไปในลอดช่องเพื่อทดแทนความหวานของน้ำตาลที่พึ่งหมดร้าน เขาพบว่ามันอร่อยขึ้น และเสียงชมมากมายมหาศาลจากลูกค้าเป็นตัวการันตีความอร่อย ในเวลาต่อมาเขาก็ทำลอดช่องขนุนของตนเป็นเมนูพิเศษของร้านนอกจากลอดช่องปกติ ผลก็คือลูกค้ามาเข้าคิวต่อแถวกันตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด!

ชื่อเสียงท่วมท้นทำให้ไอเดียดังกล่าวดังเป็นพลุแตก ร้านลอดช่องเจ้าต่างๆเริ่มเติมขนุนลงไปบ้าง ลอดช่องขนุนกลายเป็นtalk of the townในช่วงเวลานั้น อีกทั้งยังส่งผลต่อการขึ้นราคาของขนุนด้วย!

แต่อะไรมีขึ้นก็ต้องมีลง เมื่อหลายปีผ่านไป กระแสลอดช่องขนุนก็ได้ซาลงไปมาก

แต่อย่างไรก็ดี ขนมลอดช่องเจ้าแรกผู้เริ่มกระแสดังกล่าวก็เป็นตำนานไปแล้ว เจ้าของร้านดังกล่าวเป็นชายชาวไทยลูกครึ่งไทย-สิงคโปร์ชื่อ ปรีดี หวง ร้านลอดช่องของแกจึงมีชื่อว่า ‘ลอดช่องสิงคโปร์' ลอดช่องขนุนของแกจึงมีชื่อเล่นตามร้านว่าลอดช่องสิงคโปร์

นี่เป็นสาเหตุของชื่อลอดช่องสิงคโปร์ในเมืองไทยนั่นเอง แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานจนนายปรีดีถูกลืมไปแล้ว แต่เมื่อพูดถึงลอดช่องใส่ขนุนแล้ว บรรดาผู้ชื่นชอบขนมไทยย่อมนึกถึงลอดช่องสิงคโปร์เป็นธรรมดา

ไอเดียเรื่องลอดช่องและการใช้อิทธิพลของชื่อต่างชาติดังกล่าวส่งผลต่อคู่หนุ่มสาวเกรซและไอวานอย่างท่วมท้น เมื่อกลับมาสิงคโปร์ พวกเขาค้นพบจุดยืนของร้านแล้ว

 

แต่ก่อนหน้านั้นเรามาทำความรู้จักกับลักซา (laksa) กันก่อนดีกว่า

ลักซาคืออะไร?

ลักซาเป็นอาหารมาเลย์ชนิดนึง มันเป็นเส้นแป้งคล้ายๆก๊วยเตี้ยวเส้นเล็กกึ่งๆบะหมี่ที่เรียกว่าบีฮูน(beehoon) เมื่อเอาเส้นดังกล่าวมาโรยสมุนไพร หอย ลูกชิ้น กุ้ง ถั่วงอก แล้วตามด้วยแกงกะทิรสเผ็ดสีส้ม เราก็จะได้อาหารที่เรียกว่าลักซา ในหลายๆร้าน เส้นของลักซาจะสั้นมากพอๆกับถั่วงอกจนสามารถตักกินด้วยช้อนอย่างเดียวได้

ลักซาเป็นอาหารที่เป็นที่รู้จักกันดีในสิงคโปร์

 

ลักซา (ภาพจากgoogle)

 

ไอเดียและหน้าตาของลักซาดูคล้ายๆอาหารไทยชนิดนึงไหม? เส้นสีขาว เครื่อง แล้วตามด้วยแกงราด

ถูกต้อง มันก็ขนมจีนนั่นเอง

เมื่อทั้ง2ตั้งร้านอาหารไทยของตัวเองร้านแรกที่เขตHolland Villageในสิงคโปร์ ทั้งคู่ก็ได้ใช้อาหารไทยที่เรียกว่าขนมจีนเป็นจุดเด่นของร้าน ภายใต้ชื่อลักซาไทย (Thai Laksa) เช่นเดียวกับนายปีดีที่ใช้ชื่อลอดช่องสิงคโปร์ ผลก็คืออาหารจานดังกล่าวและร้านของทั้ง2คนดังเป็นพลุแตก! ร้านดังกล่าวมีชื่อเสียงขึ้นมาและได้ขยายาสาขาเพิ่มในเวลาต่อมา

ร้านของทั้งคู่มีชื่อว่าThai Express ปัจจุบันมีสาขาอยู่ทั่วสิงคโปร์ และได้เปิดสาขาต่างประเทศในนิวซีแลนด์ จีน ออสเตรเลีย มาเลย์ซีย และมองโกเลียแล้ว!

 

คิดว่าประโยค"ลอดช่องเปลี่ยนชีวิต"เหมาะกับทั้งคู่ไหม?

 

 

 

 

 

 

 

 

คำถามเล็กน้อย อ่านเรื่องนี้จบแล้ว ท่านคิดว่าเรื่องนี้จริง/โม้แค่ไหน?

 

เรื่องจริง

-ร้านThai Expressมีอยู่จริงที่สิงคโปร์ และเปิดสาขาในประเทศที่กล่าวอ้างแล้วจริง

-นายไอวาน ลีและเกรซ โกห์เป็นผู้ริเริ่มไอเดียของร้านดังกล่าวจริง แล้วก็เริ่มไอเดียดังกล่าวขณะที่เป็นนักศึกษามหาลัยด้วยอย่างที่กล่าวไว้ ปัจจุบันทั้ง2คนแต่งงานกันแล้ว นี่สินะแฮปปี้เอนดิ้ง

-ที่สิงคโปร์ไม่มีลอดช่องสิงคโปร์ขายจริงๆ (หรืออย่างน้อยMDมันก็ไม่เคยเห็น)

-อาหารที่เรียกว่าLaksaมีอยู่จริง

-ร้านThai Expressเรียกขนมจีนว่าThai Laksaจริง

 

เรื่องโม้

-เรื่องที่ไอวานและเกรซมาเมืองไทยแล้วได้แรงบันดาลใจจากลอดช่องมาทำร้านอาหารน่ะโม้ทั้งดุ้น แต่อาจจะมีเค้าจริงก็ได้ ใครจะรู้

-ร้านThai Expressมีขนมจีนจริงๆ แต่ไม่ได้ดังขนาดเป็นตัวยืนของร้าน

-ประวัติของลอดช่องสิงคโปร์ในนี้เป็นเรื่องโม้ทั้งสิ้น แน่นอนว่านายปรีดีลูกครึ่งไทย-สิงคโปร์ก็เป็นบุคคลที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง

 

 

แหล่งข้อมูล

-วิกกี้ มิตรรักมนุษย์ขี้เกียจ

-การเดินทางไปกินThai Express ที่สิงคโปร์แล้วไปสังเกตชื่อThai LaksaในเมนูของMD

-หนังสือ ' ำ' ของคุณวินทร์ที่จุดประกายและเป็นต้นแบบให้ผมลองเขียนงานแบบหรรษารคดีกึ่งจริงกึ่งโม้ออกมาบ้าง 

 

ปล คุณอ่านเรื่องนี้แล้วเชื่อแค่ไหนเอ่ย