Cubic Royale V: Let Us Rewind to the Dawn
posted on 07 Sep 2008 21:54 by moonatic in Cubic-School-side-storyเรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องราวจากโครงการโรงเรียนจำลอง โรงเรียนลูกบาศ์กนะครับ สนใจสามารถคลิกดูได้ที่ลิงค์
------------------------
เรื่องนี้อิงจากโลกคู่ขนานของรรลบ.ในฝันของฟ้าเหมือนฝันนะครับ ไม่ได้เกี่ยวกับตัวละครในโลกของรรลบ.โดยตรงแต่อย่างใด เป็นจินตนาการของผู้แต่ง(MD)ซะส่วนมาก
เวลา 24:59น. ริมหาดทรายเขตตะวันตก
เคร้งๆๆๆ
เสียงของแข็งปะทะกันรัวติดต่อกันดังมาจากอีกฝั่งนึง ไทยกับระกำลังต่อสู้ระยะประชิดกันอยู่ หญิงสาวมีมีดด้ามยาวอยู่ในมือในขณะที่ชายหนุ่มควงทอนฟาอยู่ด้วยมือขวา ทั้ง2คนรุกรับด้วยความเร็วเท่าๆกัน
หญิงสาวตวัดขาไปยังซี่โครงของชายหนุ่มในขณะอีกฝ่ายกำลังเงื้อทอนฟาในมือ แต่ทว่าระใช้โอกาสนี้ตวัดมีดไปยังส่วนท้องที่เปิดโล่งอยู่ของไทยหลายครั้ง แล้วเธอก็ต้องแปลกใจ เพราะภายใต้รอยเสื้อขาดของชายหนุ่มไม่ใช่เลือดเนื้อ แต่เป็นชุดเกราะสมัยใหม่สีดำ!
ไทยไม่แสดงสีหน้าเจ็บปวดตามที่คาด เขาฉีกยิ้มออกมา แม้รอยยิ้มนั้นจะเป็นรอยยิ้มเป็นมิตรไม่ใช่รอยยิ้มเชือดเฉือน แต่มันกลับน่ากลัวกว่ามาก
"เป็นอะไรไปล่ะระ เกราะใยคาร์บอนที่ฉันใส่นี่ถ้าไม่ใช่การแทงหรือถูกยิงนี่กันได้สบายเลยนะ พยายามหน่อยสิ" ไทยกล่าวพลางฉีกเสื้อฮาวายที่ขาดไปแล้วออกไป ภายใต้เสื้อมีชุดเกราะแขนยาวถึงไหล่อยู่ หน้าตาของมันออกจะคล้ายๆชุดเกราะกันกระสุนอยู่ไม่น้อย แต่มีแผงสีดำปกปิดจุดสำคัญมากกว่า
"มีเกราะแบบนี้ขี้โกงนี่นาไทย" ระพึมพำออกมา ถ้าไทยมีเกราะป้องกันตัวแบบนี้เธอเสียเปรียบมากจริงๆ ความสามารถของเธอไม่ใช่สายการต่อสู้โดยตรง ไทยตัวใหญ่กว่าและแรงเยอะกว่าเธอด้วย ระกำลังเสียเปรียบอย่างมากทีเดียว
ในจังหวะที่ระเผลอนึกนอกเรื่องไปเพียงไม่กี่วินาที ไทยกระโจนเข้ามา ฟาดเธอเข้าที่หัวด้วยทอนฟา ส่งเธอลงไปกองกับพื้น
"เล่นวอกแวกแบบนี้ก็ดูถูกเราแย่สิระ" ไทยกล่าวพลางกับระขณะที่เขากำลังหยิบปืนพกจากไหนก็ไม่รู้ออกมา
"จับหัวเธอให้มันจบๆไปคงจะง่ายกว่า แต่ฉันว่าถ้าเธอถูกยิงแล้วชีพจรหยุดเต้นแทน" ไทยหยุดพูดพลางมองไปยังกำไลสีดำของระ "ปอเขาก็คงจะเสร็จไปด้วยสินะ" ไทยกล่าวจบแล้วก็เล็งปืนในมือไปยังระ นิ้วมืออยู่ที่ไก
ปัง!
ย้อนกลับมายังเวลา 24:05น. ณ ชายหาดฝั่งตะวันออก
ตูมๆๆๆๆๆๆ
เสียงระเบิดดังต่อเนื่องมากับสายลม
"สุน ฉันว่ากำลังเกิดการต่อสู้กันแถวๆนี้นะ" สาวสวมแว่นท่าทางเรียบร้อยเอ่ยกับคู่หู
"คิดเหมือนกันเลยปลา" ฝ่ายคู่หูตอบกลับมา เขาเป็นชายใส่้แว่นผมสั้นส่วนสูงปานกลาง แว่นที่ใส่ดูนำสมัย
"จะไปดูกันม.. ครืนนนนนนนน
พูดไม่ทันขาดคำของปลา เสียงดังสนั่นก็ระเบิดมาจากไหนไม่ทราบ ฝุ่นคละคลุ้งไปทั้วบริเวณหาดทราย ห่างออกไปไม่ไกล หญิงสาวร่างเล็ก2คนกำลังเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ คนนึงถักเปียในขณะที่อีกคนไว้ผมสั้นถึงคอ
"บูม เธอคิดว่าจัดการได้ไหม?" หญิงสาวถักเปียเอ่ยขึ้น ผิวขาวซีดของเธอทำให้เธอดูน่ากลัวเล็กน้อย
"น่าจะได้นะ ฟ้า"สาวผมน้ำตาลสั้นหรือบูมกล่าวออกมา
"พูดผิดพูดใหม่ได้นะ" เสียงของปลาดังขึ้นมา ในมือเธอมีดาบไม้ไผ่สีขาวบริสุทธิ์ตลอดด้าม แต่ที่น่าแปลกก็คือ เธอมีความสูงกว่า3เมตรหรือก็คือเธอตัวใหญ่ขึ้นมาเกือบ2เท่า!
"โจมตีอีกรอบเลยบูม!" ฟ้าเห็นท่าไม่ดี เธอชักปืนพกออกมาในขณะที่บูมกำลังทำท่าเหมือนกำลังเพ่งสมาธิอยู่
ฟองอากาศรูปร่างเหมือนสัปปะรด4ลูกกำลังก่อตัวอยู่หน้าบูม เมื่อมีขนาดประมาณ1ไม้บรรทัด เธอพึมพำ"คงพอแล้วมั้ง"ออกมาเบาๆ จากนั้นฟองสัปปะรดทั้งหมดก็ถลาไปยังพวกปลา
ตูมๆๆๆ!!!
เกิดฝุ่นตลบขึ้นเพราะแรงระเบิด แต่ทว่าปลาร่างใหญ่และสุนก็ยังไม่เปนไร
"ความสามารถของเธอแปลกจังนะ" บูมเอ่ยกับปลา
"ของเธอก็แปลกพอกันนั่นแหละ" สาวแว่นร่างยักษ์เอ่ยตอบ ก่อนที่เธอจะค่อยๆหดกลับสู่ขนาดเดิม
"ลดขนาดฉันกลับมาทำไมเหรอสุน?" ปลาหันมาถามเพื่อนร่วมทีมอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"เวลากลายสภาพหมดแล้วน่ะ" สุนกล่าวตอบมา
"กลายสภาพอะไรเหรอ ปลา" เสียงหวานดังขึ้นมาจากที่ไหนก็ไม่ทราบ
ความสนใจของทั้ง4คนพุ่งไปยังเสียงที่5ที่มาจากไหนก็ไม่ทราบ
"เสียงนี้.. ลี่ลี่สินะ" ฟ้าเปรยขึ้นมา ในหัวนึกถึงเพื่อนสาวผู้เป็นคุณหนูแสนเรียบร้อยผู้มีมนุษยสัมพันธ์ดี แต่เสียงเมื่อครู่มัน...เสียวสันหลัง
โครม!!!
เสียงดังสนั่นดังขึ้นเมื่ออะไรซักอย่างผุดขึ้นมาจากพื้นทราย สิ่งมีชีวิตรูปร่างใหญ่กำลังค่อยๆคลืบคลานออกมา มันเป็นหนวดหน้าตาประหลาดคล้ายๆรากบัวที่สุมๆกันเป็นก้อนสีเขียว มีดอกหน้าตาเหมือนดอกบัวอยู่ตรงยอดกว่าสิบยอด ร่างของคน2ร่างเดินออกมาจากหนึ่งในดอกดังกล่าวที่ผลิออกมาเพื่อเปิดทางให้ พวกเขา
"ไผ่กับลี่ลี่งั้นเหรอ" บูมมองไปยังเพื่อนร่วมชั้นทั้ง2คน
"อื้ม" ลี่ลี่กล่าวออกมาพลางยิ้ม"คิดถึงลี่กับไผ่มั้ย"
"บอกตามตรงว่าไม่เลยซักนิดในสถานการณ์แบบนี้" บูมตอบกลับมา ฟองสัปปะรดขนาดกลางกว่า6ลูกผุดขึ้นมา ทางฝั่งปลาเธอกระชับดาบไม้ไผ่สีขาวในมือ
"นั่นสินะ ทางลี่เองก็ไม่ค่อยอยากมาเจอพวกเธอหรอก แต่ก็ช่วยไม่ได้นะ ไผ่ช่วยลี่หน่อยได้มั้ย"ลี่ลี่เอ่ยกับไผ่ ชายหนุ่มผงกหัวนิดก่อน
ไผ่หยิบขลุ่ย้ลานึงขึ้นมาเป่า ท่วงทำนองของมันเพราะพริ้งและให้ความรู้สึกเรียบลื่นเป็นธรรมชาติ แต่ทว่ามันกลับแฝงความรู้สึกประหลาดเอาไว้
ทั้งๆที่ทั้ง6คนนี้กำลังจะต่อสู้กัน แต่บรรยากาศรอบตัวนักเรียนทั้ง6กลับสงบอย่างน่าประหลาด ความสงบเป็นแบบเดียวกับความสงบก่อนพายุจะก่อตัว
ท่วงทำนองของไผ่สะกดทุกคนไว้ ไม่นานท่วงทำนองเรียบลื่นกลับค่อยๆรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำนองช้าเร็วขึ้น เสียงขลุ่ยสูงขึ้นเรื่อยๆ
ราวกับกำลังตอบสนองเสียงขลุ่ยดังกล่าว บรรยากาศรอบตัวของทั้ง6คนกำลังแปรปรวนและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เท่านั้น แม้แต่สภาพอากาศก็ด้วย!
หาดทรายที่เคยสงบกลับมีลมพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ คลื่นตามชายฝั่งก็เริ่มแรงขึ้นตามกัน
"ไผ่ นี่นายทำอะไรอยู่!" สุนถามออกมาด้วยความตกใจ สภาพอากาศกำลังเลวร้ายขึ้นเรื่อยเพราะทรายที่พัดด้วยความเร็วรุนแรงเริ่มก่อ พายุทรายย่อมๆแล้ว
"ก็แค่ยืมมือธรรมชาตินิดหน่อยเท่านั้นแหละ" ลี่ลี่ตอบแทนไผ่ที่กำลังเป่าขลุ่ยอยู่ แม้สภาพอากาศจะเริ่มแย่ลงแต่ท่วงทำนองของชายหนุ่มก็ยังรุนแรงและเร็วขึ้น เรื่อยๆโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ทนัศวิสัยของแต่ละคนเริ่มย่ำแย่ลงเรื่อยๆเพราะฝุ่นทรายที่คละคลุ้งทั่ว บริเวณ
"นี่เมอแรงค์จ๊ะ" ลี่ลี่หันไปยังกอ'ดอกบัว'ขนาดยักษ์ด้านหลัง "จัดการได้เลย"
สิ้นคำสั่งของหญิงสาวกอบัวปีศาจก็ดิ้นไปมาอยู่กับที่อยู่พักนึง ก่อนที่จะค่อยจมลงไปใต้พื้นทราย
"คงจะเป็นการโจมตีจากใต้ดินสินะ" ฟ้าพึมพำเบาๆ "บูม! รีบใช้ฟองสัปปะรดของเธอเร็ว"
สิ้นเสียงสาวผิวซีด สาวสัปปะรดก็รวบรวมบรรดาฟองสัปปะรดรอบตัวมาเป็นฟองสัปปะรดขนาดใหญ่กว่า3เมตร ลูกนึง เธอและฟ้ากระโดดขึ้นไปก่อนที่ฟองดังกล่าวจะค่อยๆลอยขึ้นไป
"ไผ่ ตามแผนเลยนะจ๊ะ" ลี่ลี่เอ่ยกับคู่หู อีกฝ่ายเพียงแค่ผงกหัวรับเล็กน้อยก่อนจะหยุดเป่าขลุ่ย
"สับเปลี่ยน" ชายหนุ่มเอ่ยเบาๆก่อนที่ขลุ่ยในมือจะสลายไป แล้วเขาก็ทำอะไรบางอย่าง
ไผ่หยิบม้วนหนังสือหน้าตาเหมือนม้วนคัมภีร์ตามหนังจีนกำลังภายในออกมา เขากางมันออกแล้วปล่อยม้วนกระดาษลอยค้างกลางอากาศราวกับมีเสาค้ำ จากนั้นชายหนุ่มก็ออกร่างท่าแขนพิสดารไร้ทิศทางราวกับกำลังระบำมวยไทเก็ก ด้วยความเร็วสูงก่อนจะประกบมือทั้ง2เข้าด้วยกันเป็นเสียงดังปับ
"หงส์ยโสถลาท้องนภา!" ไผ่กล่าวออกมาด้วยเสียงดังผิดปกติเหมือนพูดผ่านลำโพง
ฉับพลันฟ้าและบูมก็รู้สึกถึงแรงดึงดูดมหาศาล ฟองสัปปะรดดิ่งพสุธาลงมาด้วยความเร็วสูง! ทว่าไผ่กลับไม่หยุดท่าร่างเท่านั้น เขาขยับมือด้วยท่วงทำนองที่แตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวออกมาอีกครั้ง
"พสุธาขย้ำโจรกังฉิน!"
พื้นทรายภายใต้2สาวบนฟองสัปปะรดกำลังรวมตัวเป็นปากหินขนาดยักษ์ เขี้ยวหินแหลมคมกำลังจะงับทั้ง2คน แต่ทว่า..
บูม!!!
เกิดเสียงระเบิดขึ้น ปากหินถูกป่นกลับไปเป็นทรายอีกครั้ง
"ลืมความสามารถของฟองสัปปะรดฉันไปแล้วเหรอ" บูมกล่าวออกมา เธอกับฟ้าเดินออกมาจากกองฝุ่นทรายโดยไร้รอยขีดข่วน
ครืน!!!
คลื่นพลังมหาศาลขนาดใหญ่รัศมีกว้างโถมมายังทั้ง4คน ดอกบัวประหลาดของลี่ลี่ขึ้นมากันคลื่นดังกลาวได้ทัน ในขณะที่บูมเรียกฟองสัปปะรดขนาเท่ากำปั้นนับสิบขึ้นมารับการโจมตีพิสดารแทน เธอและฟ้า หลังการโจมตีดังกล่าว เสียงนึงดังขึ้นมา
"พวกเธอเองก็ลืมไปแล้วเหรอว่าฉันกับสุนยังอยู่" ปลาที่ขณะนี้มีร่างกายสูงกว่า3เมตรกล่าวขึ้นมา ดาบไม้ไผ่สีขาวในมือมีขนาดใหญ่ขึ้นตามเธอไปด้วย ตอนนี้มันยาวกว่า2เมตรเลยทีเดียว!
"ทำกิจกรรมไม่ระวังแบบนี้ระวังจะแพ้เอาง่ายๆนา" สุนกล่าวเสริม "ได้เวลา่ทำกิจกรรมกันแล้วนะพวกเรา"
Part V: Let Us Rewind to the Dawn end, to be continue in Part VI: Divided We Stand
ปล เห็นในการบ้าน1ของปลาบอกว่าเล่นเคนโด้เป็นเลยเอามาเป็นคอนเซ็ปความสามารถซะเลย
ปล2 ไม่รู้ลืมกันรึยังแต่ในการบ้าน1ไผ่บอกว่าชอบอ่านนิยายกำลังภายใน เลยให้ความสามารถธีมนี้กับไผ่ คิดว่าไงกันบ้างครับ

