Before-the-shot

เรื่องก่อนรูปคืออะไร?

เรื่องก่อนรูปเป็นเรื่องสัน้เกี่ยวกับมุมเล็กๆในโลกใบใหญ่ของเราที่ถูก บันทึกไว้ด้วยภาพ

คนส่วนใหญ่มักจะสนใจถึง 'ความรู้สึก' ภายในรูปถ่าย แต่ต่างกัน เรื่องก่อนรูป จะเป็นเรื่องของความรู้สึกก่อนภาพจะถูกถ่ายโดยผู้ถ่ายเอง ให้ความหมายของภาพๆนั้นในอีกมุมมองนึง

ตอนที่1: รัสเซีย

ตอนที่2: เวียดนาม

 

3. มาชูปิกชู, เปรู

ผมรู้สึกชอบเมืองโบราณแห่งนี้โดยไม่มีสาเหตุตั้งแต่เห็นมันในนิตยสารของคุณลุงคนนั้น

คุณลุงคนนั้นเป็นนักท่องเที่ยวที่มาซื้อภาพของผมเมื่อหลายเดือนก่อน หลังจากซื้อภาพแล้วเขาก็อยู่คุยต่อกับผมเหมือนที่ลูกค้าหลายๆคนชอบทำ บทสนทนาดังกล่าวยังค่อนข้างสดใหม่ในความทรงจำ

 

หลายเดือนก่อนหน้านั้น

"ลุงทำอาชีพอะไรเหรอครับ" เขาถามอีกฝ่าย

"ลุงเป็นช่างภาพน่ะหนู ภาพในหนังสือเล่มนี้ลุงก็เป็นคนถ่ายนะ" ผู้เป็นลูกค้าชี้ไปยังภาพในหนังสือ เป็นภาพสิ่งที่เหมือนซากปราสาทหินโบราณ ทั่วบริเวณมีภูเขาล้อมรอบ

"ปราสาทหรือเมืองใช่ไหมครับเนี่ย?"

"อื้ม นี่เป็นเมืองโบราณมาชูปิกชูที่เปรูในอเมริกาใต้โน่นแน่ะ"

"มาชูปิกชูเหรอครับ..." เด็กชายทวนคำพูดอีกฝ่าย

"ใช่แล้วๆ"

"งั้นทำไมลุงถึงถ่ายภาพจากมุมนี้ล่ะครับ" เขาชี้ไปยังรูป มันเป็นภาพจากมุมกลับหัวที่ดูแปลกตาสำหรับคนดู แต่ก็ออกมาสวยไม่น้อยเลยทีเดียว

"อืม...." นักท่องเที่ยวทำท่าคิดหนัก "เพราะลุงรู้สึกถึงสิ่งที่ ‘ใช่' ระหว่างที่อยู่ที่จุดนั้น ก็เลยอยากถ่ายรูปเอาไว้"

"รู้สึกใช่เหรอครับ?" ตอนนี้เด็กชายนึกสงสัยกับคำว่าใช่ในความหมายของช่างภาพ

"มันเป็นอะไรที่นามธรรมเกินกว่าลุงจะอธิบายได้น่ะ เอาเป็นว่าซักวันศิลปินอย่างเธอคงจะเข้าใจมันเองแหละ"

 

ณ ปัจจุบัน

"สงสัยอะไรก็ถามได้นะคะ" มัคคุเทศก์สตรีถามเด็กชาย

"ทำไมคุณน้าต้องแต่งตัวแบบนี้ล่ะครับ" เด็กชายพูดถึงชุดพื้นเมือง

"เพื่อเป็นการเสริมบรรยากาศค่ะ" เธอตอบ "ทางบริษัทต้องการให้นักท่องเที่ยวรู้สึกเหมือนอยู่ในอดีตจริงๆก็เลยให้ฉัน แต่งตัวด้วยชุดพื้นเมือง"

"คือชุดนี้มันช่วยให้เพิ่มบรรยากาศเก่าๆเข้าไปอีกไงคะ เหมือนมีคนพื้นเมืองสมัยโบราณหลุดจากการเวลามาให้ข้อมูลถึงที่" เมื่อเห็นเด็กชายไม่พูดตอบ ผู้นำทางก็พูดต่อพลางยิ้มให้เขา

"เหรอครับ" เด็กชายผงกหัว

"ขอโทษนะครับ" ชายหนุ่มร่วมคณะทัวร์ทักหญิงสาวมัคคุเทศก์ มือยื่นเด็กทารถตัวน้อยให้ "ผมขอฝากลูกไว้ซักพักนะครับ"

"อ๋อ ได้ค่ะๆ" หญิงสาวมัคคุเทศก์ตอบ สะพายเด็กไว้บนหลัง มองคุณพ่อมือใหม่ผู้ฝากตีลังกาถ่ายรูปกับเพื่อนด้วยสายตาอมยิ้มเล็กๆ

ด้วยสาเหตุบางประการ เขารู้สึกเหมือนได้เห็นอะไรที่ไม่น่าพลาดที่จะเก็บไว้เป็นภาพในร้านของเขากับพ่อ มันเป็นเหมือนความรู้สึกอิ่มเอบแปลกๆ เหมือนได้เห็นสิ่งที่ต้องการ สิ่งที่สื่ออะไรบางอย่างได้ มันคือความรู้สึกที่ ‘ใช่'

น่าเสียดายที่เขาไม่สะดวกที่จะวาดภาพของมัคคุเทศน์สาวในตอนนี้ เขาจึงหยิบกล้องดิจิตอลที่พกติดตัวออกมา หวังจะเก็บความทรงจำนี้เอาไว้เป็นแรงบันดาลใจวาดภาพในภายหลัง

"ขอถ่ายรูปหน่อยนะครับ"

"ได้ค่ะได้"

"ยิ้มนะครับ" เขาบอก

"ค่ะ"

แชะ!

 

ภาพโดยพี่โคค่อน

......

 

"เธอรู้สึกว่าเด็กเวียดนามคนนั้นให้ความรู้สึกคุ้นๆไหม คล้ายๆกับคนจีนคนนั้นเลยนะ" หญิงสาวนำทางกล่าวกับมัคคุเทศก์อีกคนในกลุ่มหลังจากคนในคณะทัวร์ทั้งหมดแยกย้ายกันไปพักผ่อนแล้ว

"คนไหนเหรอ" อีกฝ่ายถาม

"คนผมยาวๆที่ถ่ายภาพมาชูปิกชูกลับหัวเมื่อปีที่แล้วไง เขาเด่นแถมแปลกออกขนาดนั้นเธอจำไม่ได้เหรอ" เธอพูด

"อ๋อ! นึกออกแล้ว คนแปลกๆตอนนั้นอะเหรอ จะว่าไปพอพูดถึงแปลกนะ วันนั้นเขาก็ขอให้เธอช่วยจิ้มแผนที่ให้หลังจากถ่ายภาพเสร็จแล้วด้วยนี่" เพื่อนร่วมงานกล่าว "เขาขอเธอไปทำไมนะ ฉันจำไม่ได้"

"เขาจะเลือกประเทศที่จะไปถ่ายรูปต่อจากเปรูไง เลยขอให้ฉันจิ้มมั่วๆไปซักที่"

"แล้วเธอจิ้มที่ไหน"

"เมืองติดทะเลแถวรัสเซียน่ะ ฉันจำได้ว่าในแผนที่จะเขียนชื่อเมืองชื่อแปลกๆว่าวลาดีวัสตอค"

 

THE END 

 

 

 

คุยกันท้ายเรื่อง

ก็จบ(มั้ง)กันไปแล้วนะครับสำหรับเรื่องสั้นชิลๆ3ตอนของผม ในที่สุดเรื่องราวทั้งหมดก็มาบรรจบกันเป็นวงกลมเสียที ก็ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้นะครับ 

เรื่องก่อนรูปคืออะไร?

เรื่องก่อนรูปเป็นเรื่องสัน้เกี่ยวกับมุมเล็กๆในโลกใบใหญ่ของเราที่ถูก บันทึกไว้ด้วยภาพ

คนส่วนใหญ่มักจะสนใจถึง 'ความรู้สึก' ภายในรูปถ่าย แต่ต่างกัน เรื่องก่อนรูป จะเป็นเรื่องของความรู้สึกก่อนภาพจะถูกถ่ายโดยผู้ถ่ายเอง ให้ความหมายของภาพๆนั้นในอีกมุมมองนึง

ตอนที่ 1: รัสเซีย

 

2. ฮอยอัน, เวียดนาม

"ใครวาดเหรอคะน้อง" หญิงสาวนักท่องเที่ยวพูดกับเด็กชายชาวเวียดนามด้วยภาษาอังกฤษติดสำเนียงรัสเซีย มือชี้ไปที่ภาพวาดในร้านที่เด็กชายเฝ้าอยู่

"ผมเองครับ" เด็กชายตอบเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงแปร่งหูด้วยรอยยิ้มที่เจิดจ้าร่าเริง

"เก่งเหมือนกันนะเรา" เธอพูดพลางยิ้มตอบให้อีกฝ่าย อย่างไรก็ดี แฟนหนุ่มของเธอกลับทำสีหน้าเฉยเมยเหมือนเดิมขณะดูของ

"มีอะไรเป็นแรงบันดาลใจเหรอเจ้าหนู" ชายนักท่องเที่ยวถามด้วยภาษาอังกฤษแบบเดียวกับเธอ หยิบภาพใกล้มือมาดูด้วยความสนใจที่ซ่อนอยู่ลึกๆใต้ใบหน้าเฉยเมย

‘สนใจอะไรแล้วไม่แสดงออกเหมือนเดิมเลยนะ" เธอคิดพลางมองฝ่ายชาย

"ก็..." เด็กหนุ่มทำท่าคิดก่อนจะตอบ "หลักๆก็ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพชาวนาที่ผมชอบวาดเวลาไปเยี่ยมปู่ที่ชนบทแหละครับ"

"ทุกภาพเลยเหรอ?" ชายสำเนียงรัสเซียถามต่อ

"เปล่าฮะ บางภาพก็เอาความคิดมากจากคนแถวๆนี้แหละ" เด็กชายชี้ภาพที่มีคนในหมวกงอบแบกหาบอาหารแผงลอย "ภาพนี้ได้ไอเดียมาจากลุงขายเฝอเจ้าที่ผมชอบ"

"แล้วแต่ละภาพราคาเท่าไหร่คะ?" เธอพูด สังเกตเห็นว่าทุกภาพไม่มีป้ายราคาอยู่เลย

"ตามใจพวกคุณเลยครับ ชอบมากก็ให้มาก ชอบน้อยก็ให้น้อย แต่ให้ฟรีคงไม่ได้" เด็กชายพูด ปากหัวเราะกับมุกฝืดๆของตน

"แล้วแบบนี้น้องไม่ขาดทุนแย่เหรอ" แฟนหนุ่มของเธอแสดงสีหน้าตกใจเท่าที่หน้านิ่งๆของเขาจะแสดงได้

"ไม่หรอกครับ สี กระดาษกับกรอบเป็นของถูกๆ ไม่แพงเท่าไหร่" เด็กชายพูด มือหยิบภาพและอุปกรณ์การวาดมาชี้ประกอบคำอธิบาย "แล้วก็มีคนที่ให้ราคาสูงๆมีอยู่มากกว่าที่พวกคุณคิดนา เงินทองผมไม่ขัดสนหรอกครับ"

"แล้วค่าเหนื่อยของน้องล่ะคะ?" เธอกล่าว "พี่ว่าน้องใช้เวลาวาดไม่น้อยเลยนะ"

"ก็มันงานอดิเรกผมนี่ครับ" เขาหัวเราะ "คิดง่ายๆ ต่อให้พี่เล่นปิงปองกับเพื่อนเก่งยังไงผมว่าพี่คงไม่ขายตั๋วให้คนมาดูพี่เล่นหรอกจริงไหม?"

เธอพูดไม่ถูกกับตรรกะของเด็กชาย พ่อของเขา (ที่เธอพึ่งสังเกตเห็น) ที่นั่งสูบบุหรี่อยู่หลังร้านก็ดูจะไม่มีข้อโต้แย้งกับแนวความคิดของเด็กชายเลย

"ฮ่าๆๆๆ" ผู้เป็นพ่อหัวเราะ ควันบุหรี่ลอยออกมาจากปากของเขาขณะที่พูดกับพวกเธอ "ผมก็เคยถามอะไรทำนองนั้นกับมันแหละครับ แต่ยังไงมันก็ไม่ยอมตั้งราคาเป็นชิ้นเป็นอันซักกะที สุดท้ายก็เลยปล่อยมันขายตามมีตามเกิดไป แล้วของที่ใช้มันก็เป็นของถูกจริงๆด้วย"

"ออ แล้วใครสอนเขาวาดรูปเหรอครับ? เขาวาดเก่งมากเลยนะ" ชายหนุ่มถาม เป็นคำถามที่เธอเองก็อยากรู้คำตอบเหมือนกัน

"ไม่รู้ครับ" พ่อของเด็กตอบหน้าตาย ยิ้มแบบเดียวกับลูกชาย "เมื่อตอนมันอายุซักหกเจ็ดขวบ จู่ๆมันก็บอกผมเองว่าอยากได้สีน้ำกับกระดาษ ถามว่าจะเอาไปทำอะไรมันก็บอกจะเอาไปวาดรูป ผมเลยพามันไปซื้อแบบงงๆ พอได้มามันก็หัดวาดไปเรื่อยๆ ปรับเปลี่ยนวิธีวาดทีละนิดๆ สุดท้ายก็กลายเป็นแบบที่คุณเห็นนี่แหละครับ"

หนุ่มสาวชาวต่างชาติได้แต่อึ้งในความสามารถของเด็กคนนี้

"งั้นฉันขอถ่ายรูปน้องเขาได้ไหมคะ?" เธอหันไปถามเด็กหนุ่มสลับกับมองผู้เป็นพ่อ

"ตามสบายเลยครับ แต่อย่าลืมซื้อรูปผมติดมือไปซักรูปสองรูปนะฮะ ฮ่าๆๆๆ" เด็กชายตอบพลางหัวเราะร่วมกับบิดา

"ค่ะ" เธอตอบ "ยิ้มนะคะน้อง!"

แชะ!

ภาพโดยพี่โคค่อน 

ภาพที่ได้เป็นจิตรกรน้อยกับภาพวาดด้านหลัง เด็กชายยิ้มแฉ่ง

....

 

"เขาให้มาเยอะเนอะรอบนี้" เด็กชายคุยกับบิดา "แถมซื้อไปตั้งหลายภาพ"

"แหม คนวาดรูปเก่งๆแบบลูกไม่ได้หาง่ายๆนะ เชื่อพ่อเถอะ ใครเห็นก็ตกใจ"

"ผมแค่วาดตามที่ผมคิดว่าสวยนะ"

"ก็แล้วแกวาดสวยจริงไหมล่ะ?" ผู้เป็นพ่อย้อน

"ถ้าพ่อยังว่างั้น มันก็คงจริง" เขาตอบ

"เออจะว่าไป เท่านี้เราก็มีเงินพอจะไปที่นั่นแล้วเนอะ เมืองหินแปลกๆในเปรูที่แกเคยบอกว่าอยากไปนั่นน่ะ" พ่อของเด็กชายกล่าวหลังจากนับเงินเสร็จ

"ที่นั่นน่ะเหรอครับ? แล้วพ่อไม่มีงานเหรอ?" เขายิงคำถาม

"ก็มีสิ แต่พ่อว่าจะขอลางานที่บริษัทพาแกไปเที่ยวซะหน่อย แกเองก็ใกล้จะปิดเทอมใหญ่แล้วนี่" พ่อของเขาตอบ ปากยิ้มแฉ่ง "ว่าแต่ที่นั่นมันชื่ออะไรนะ? มากู? มีชู?"

"ก็ดีเหมือนกันนะ" เด็กชายยิ้มตอบ "ส่วนชื่อที่นั่น ผมเคยบอกพ่อแล้วไงว่ามันชื่อมาชูปิกชู"

 

 TO BE CONTINUE...

 

 

คุยกันท้ายเรื่อง

เป็นตอนที่น่าจะให้ความรู้สึกเรื่อยๆที่สุดแล้วล่ะมั้งในความคิดของผม มันเป็นเหมือนบทสนทนาตามร้านข้างทางที่บางทีเราก็อยากเจือกแอบฟังดีนะผมว่า มีอะไรไม่มาก แต่ในความไม่มีก็มีอะไรให้น่าติดตามเสมอ

รออ่านตอนต่อไปกันภายใน3-4วันนี้นะครับ