หนังสือ มากาฮง และการเปิดซิงปากกับเหมา เจอ ตง
posted on 12 Oct 2009 18:53 by moonatic in random-stuff, singstit-at-Singaporeหมายเห็ด เอนทรี่นี้เป็นการบ่นเรื่องราวกว่าเดือนที่ผ่านมาจึงออกจะยาวนิดๆ(?) สามารถadd favouriteบล็อกนี้แล้วเก็บเอ็นทรี่นี้แบ่งอ่านเป็นส่วนๆตามระดับน้ำทะเลได้ (โดยส่วนนึงจะถูกแบ่งด้วย -----------)
จะให้ดีแนะนำให้อ่าน3เวลา ก่อนนอน ตอนตื่นนอน และตอนเปิดคอม
คำเตือน การอ่านระหว่างนอนและ/หรือปิดคอมทำให้ความสามารถในการขับขี่เก้าอี้หน้าคอมลดลง ไม่ควรให้จดหมายร้อน(Hot Post)ต่ำกว่า2ครั้งต่อวัน เด็กและสตรีมีครรภ์สมควรอ่าน
แล้วก็เข้าเรื่อง
เมื่อเช้าพึ่งได้รับสิ่งนี้มาครับ
เลดี้ส์ เกย์ ทอม แอนด์เจนเติ้ลเมนนนนน เชิญชม......
ผ่าง!!!!
หนังสือ'ปริศนา/คำตอบ'ของคุณPuckที่ได้เป็นรางวัลจากการเข้าร่วมกิจกรรมทำนายวันสิ้นโลกเมื่อเดือน5ที่ผ่านมามาถึงมือกระผมแล้ว โว้ฮู้ววววว
มีการ์ดขอบคุณพร้อมลายเซ็นแนบมาซะด้วย!!!!
นอกเหนือจากเนื้อหาหนังสือที่แสนเจ๋ง สุดยอด เก๋าจิ้ง จีตั้น ดอลตันมันยอดมากแล้ว(เพราะงั้นจงไปซื้อหามาอ่านซะนะ)ที่เจ๋งไม่แพ้กันคือสิ่งนี้ครับ
มีคำทำนายที่ผมส่งไปพิมพ์ไว้พร้อมประกอบฝีมือคุณPuckด้วยเว้ยเฮ้ยยยยยย!!!!!!
แม้จะไม่ใช่หนังสือที่เขียนเองกับมือ แต่เห็นชื่อตัวเองพร้อมงานอยู่ในหนังสือเช่นนี้แล้วรู้สึกอิ่มเอิบจิตใจมาก ราวกับเห็นลูกตัวเองชนะรางวัลโนเบรนสาขาปรุงยาบำรุงตับชะมดยังไงก็ไม่รู้
ขอขอบคุณคุณPuckสำหรับหนังสือนะครับ
-----------
นอกจากหนังสือนี้แล้วก็มี
ผ่าง(2)!!!!!
มากาฮงครับ!(ในภาพเป็นสภาพหลังทดคุดคู้ในกระเป๋าข้าพเจ้ามาราวๆ3ชม. ตอนซื้อราศีจับกว่านี้อีก) ตั้งแต่คุณบองเต่าเคยเขียนถึงตอนกลับจากเที่ยวสิงคโปร์เมื่อคราวก่อนผมก็อยากกินไอ้นี่มาตลอดเลย
และด้วยปาฏิหาริย์อันใดไม่ทราบ ช่วงวันไหว้พระจันทร์ที่ผ่านมาได้ไปเดินห้างเปิดใหม่ใสกิ้งที่สิงคโปร์นามว่าIonแล้วไปเจอร้านอาหารชื่อTWG Teahouseที่ขายขนมนี้พอดี คนรู้จักที่ไปด้วยก็เลยซื้อให้ซะเลย โอโจชวาอ์มันยิสมาก!!!
หลังเปิดกล่อง
จำไม่ได้แล้วว่าในนี้มีรสอะไรบ้าง แต่ก็พอนึกได้ลางๆว่าสีชมพูเป็นรสกุหลาบ สีเหลืองเป็นรสมะนาว(หรืออย่างน้อยผมก็รู้สึกยังงั้นเวลากิน) สีม่วงเป็นรสมะพร้าวผสมเสาวรส(Passion Fruit) ส่วนรสชาตินั้นผมว่าหวานไปนิดแต่โดยรวมแล้วอร่อยเหรอ! (เหรอ=roar=คำราม=โฮกๆ)
-----------
แต่ทว่า....
วันหลังจากกินไปหมดแล้วผมเจือกเจ็บคอกับปวดฟันพร้อมๆกันครับ = ='' อะไรของเอ้งงงงงง
ไอ้เรื่องเจ็บคอนี่ไม่เท่าไหร่นะ แต่ที่ผมช็อกนี่คือไอ้ปวดฟันนี่สิ
เกิดมาจะ17ขวบแล้วก็ยังเป็นเด็กดีของหมอฟัน ไม่เคยฟันผุกับเขาเลย แต่นี่วันดีคืนดีกระดกน้ำอยู่ดีๆไอ้เหงือกไม่รักดีก็เจ็บขึ้นมาซะงั้น ไอ้เราก็คือว่าทำไงดี (ดีพอแล้วเฮ้ย)
ตอนแรกก็ไม่คิดมาก แต่ไปๆมาๆไอ้อาการเจ็บมันแย่ขึ้นเรื่อยๆ ตอนแรกแค่ปวดระบมๆแต่วันต่อมาพอดื่มอะไรเย็นๆนี่ปวดแปล้บไปถึงรากเหงือกเลย แถมเป็นอาการปวดที่ซาดิสท์ม้าไม้ลนเทียนเอาการ แต่ก่อนอธิบายอาการ ไปเปิดเพลงนี้ฟังซักรอบ2รอบค่อยอ่านต่อ เดี๋ยวจะรู้ว่าทำไม
ฟังแล้วนะ? มาดูอาการกันต่อ
1. ฟันที่ปวดจะชานิดๆ เหมือนไอ้ตัว'ความเจ็บปวด'จำแลงเป็นนักเต้นอินเดียมาบอกว่า'เตรียมตัวนะนายจ๊า'
2. เหงือกจะชาตาม นักเต้นมันคงจะบอก'เต้นแล้วน้า' พร้อมตั้งกระบวนท่าโรตีสามเหลี่ยมเตรียมเต้น
3. อาการชาคงอยู่ราว2-3วิ อันนี้รู้สึกเหมือนมันบอกว่า'อีนี่ล้อเล่น ขอนั่งนวดแป้งโรติแป้บนึง'
4. ตามด้วยอาการเจ็บ ขณะนี้นักเต้นกำลังโลดแล่นกระทืบเท้าอยู่ในร่องฟันของกระผมด้วยท่าทางพริ้วราวนางเอกบอลลีวู้ดหนีพระเอก แต่ปากร้องI Believe I Can Flyไม่ใช่เพลงแดนโรตี
5. อาการเจ็บลามไปจนถึงกรามช่วงล่าง ความเจ็บปวดมันคงร้องถึงท่อนI Believe I can touch the skyแล้วพร้อมรัวเท้าลืมตายลืมเกิด
6. ไอ้ช่วงเจ็บนี่นาน3-4วิได้เลยทีเดียว แถมเจ็บโคตรๆเหมือนมีคนเอาน้ำตาเทียนมากรอกลงเหงือก ไอ้ความเจ็บปวดในคราบหนังอินเดียคงเป็นฉากฟินาเล่ที่พระเอก นางเอก ตัวประกอบ พ่อตาแม่ยายตัวประกอบ ผู้กำกับและตากล้องพร้อมเมียน้อยสาว16กำลังสะบัดลีลาเท้ากระทีบโรงกันอยู่บนฟันและเหงือกผมด้วยทำนอง:
ใครกินแกงยกมือขึนนนน ใครกินแกงยกมือขึ้นมา ใครกินแกงยกมือขึ้น โปรดบอกนะนายจ๋าาา (โปรดนึกทำนองเพลง'ยาเสพติด'ของBuddha Blessที่แปะไว้ด้านบนประกอบ)
เข้าเรื่องต่อ ด้วยเหตุนี้ตัวผมก็เลยตัดสินใจละทิ้งความบริสุทธิ์ทางปาก(โปรดอย่าคิดลึก)แล้วไปหาหมอฟันให้กำจัดจุดอ่อนไอ้ฟันทรพีนี่ซะ จะได้กินอะไรสะดวกปากซักที สุดท้ายก็ฝากบ้านโฮสให้นัดให้หน่อยเป็นที่เรียบร้อย
ผลน่ะเหรอ?
กระผมต้องมานั่งจุ้มปุ้กในคลีนิกแถวบ้านที่ท่าทางเหมือนจะมีอายุไม่น้อยกว่าน้าผมที่เคยมาเรียนสิงซักเท่าไหร่
มองซ้าย: มีกองหนังสือเก่าๆ
มองขวา: มีลุงแก่ๆนั่งเงียบๆ
มองหน้า: มีป้าธุรการที่มองมุมไหนก็น่าจะเคยผ่านศึกอยุธยาเสียกรุงมาไม่ต่ำกว่า2ครั้ง (หรือไม่ก็น่าจะราวๆ60โดยประมาณ)
มองหลัง: กำแพงขาวขาวอมเหลืองเก่านิดๆธรรมดา
มองล่าง: กระเบื้องมีรอยแตกนิดหน่อยพอน่ารักแสดงอายุสถานที่
มองบน: เพดารธรรมดา มีพัดลมเก่าๆติดอยู่
มองหลังป้าธุรการ: โปสเตอร์สับปะรดอะไรซักอย่างที่เก่าจนสีจางเห็นแค่สีรางๆบนแผ่นขาวๆ
สรุป: ตูกำลังเจอกับSweeny Toddเวอร์ชั่นหมอฟันอินสิงคโปร์รึเปล่าวะ(ขอเรียกว่าซิงกี้ท็อดละกัน) จริงอยู่ที่ว่าที่นี่โดยรวมแล้วดูโคตรธรรมดาแต่อะไรธรรมดามักไม่ธรรมดาเสมอ หรือดีไม่ดีเราอาจจะโดนองค์กรลึกลับจับไปดัดแปลงปากเป็นมาสค์ไรเดอร์ด็อกเมาท์ก็ได้(อ่านนิยายมากไปแล้วเอ็ง)
ขณะกำลังจินตนาการภาพหมอฟันเอาที่กรอฟันเจาะคอหอยไอ้MDพร้อมส่งเนื้อไปทำข้าวมันไก่อยู่นั้นป้าธุรการก็เรียกซะแล้ว
อืม....
ลุงหมอฟันซิงกี้ท็อดหน้าตาธรรมดาผิดคาด แม้จะมีทรงผมตั้งๆคล้ายๆกันนิสๆแต่ก็ดูเหมือนคนธรรมดามาก(ก็เขาคงเป็นคนธรรมดาแหละเอ็งเอ๊ย)
โอเค ลุงแกไม่ใช่ซิงกี้ท็อด คนขององค์กรช็อxเกอร์หรือซีอุยลี้ภัยชัวร์ แต่ทว่า...
ลุงแกหน้าตาเหมือนเหมา เจอ ตงอ่ะ
คือว่าไม่รู้อะไรดลใจนะ แต่ดูแล้วอดแอบนึกถึงเหมา เจอ ตงไม่ได้ ดีไม่ดีใต้ผ้าคลุมฟ้าๆนั่นอาจจะเป็นชุดทหารสีเขียวคอแดงก็ได้ไผจะรู้ นี่ไปบอกใครเขาว่าเราเสียซิงทางปากให้เหมา เจอ ตงคงหนุกพิลึกเนอะ (แต่อาจโดนKGBเมืองจีนเก็บไปฆ่าหมกแม่น้ำฮวงโหก่อน)
และแล้วก็เข้าช่วงทำฟัน โดยลุงเหมาแกก็ถามเรื่องว่าเป็นอะไรเจ็บตรงไหนทำนองนั้น จากนั้นลุงแกก็'หาจุดเจ็บ'โดยการฉีดน้ำเข้าปากกระผมบริเวณที่บอกปวด
อืม ฟังดูโลจิเคิ่ลดี สมเป็นบิดาจีนคอมมิวนิสต์....
แต่ไอ้อาการเจ็บแม่งแรงระดับแขกเต้นเลยนะเฮ้ย!!!
เดี๋ยวววว ตูไม่เรียกเอ็งลุงเหมาก็ได้แต่ขอวิธีนุ่มนวลหน่อยเด้ลุ้งงงงงงง
ช้าไปแล้วบอย ลุงแกฉีดน้ำเข้าปากผมไม่สนหน้าเอ็มหน้าดีซะแล้ว คาดว่าถ้าผมพูดรู้เรื่องโดยไม่มีเครื่องมือในปากคงบอก
'ไอ้ลุงเหมาาาาาาาาา'
แต่ก็นะ..
ลุงเหมา: (ฉีดรอบแรก) แถวนี้?
MD: โอ (โน)
ลุงเหมา: (เลื่อนอีกนิส) แถวๆนี้เหรอหนู
MD: (อินเดียแดนซ์ในปากเริ่มแล้ว) เอส (เยส)
ลุงเหมา: แน่นะ (ฉีดซ้ำๆราดๆรอบเหมือนแรมโบ้กราดปืนกล)
MD: (อินเดียนแดนซ์มีโคลนไมเคิล แจคสัน4คนมาเต้นBeat Itแจม) เอสๆๆๆๆ (เยสๆๆๆ โดยมีความนัยว่า - เออๆ กูไม่หลอกมึงหรอก มึงพอได้แล้วววว ตูเจ้บบบบ)
ลุงเหมา: โอเค (หันไปคุยกะป้าพยาบาล)
ตอนแรกกระผมก็นึกดีใจที่ได้รักษาฟันซักทีแต่ทว่า....
ไอ้ที่พ่นน้ำเอ็งยังกระทำชำเราเหงือกตูอยู่เฮ้ยยยยยยยย
MD: %^%$$* (เดี๋ยวเด้ๆไอ้เหมาาาาา)
ลุงเหมา: (คุยกะพยาบาลต่อ)
MD: ^^%^*&^!@ (ท่าน2คนทำงานด้วยกันมาน่าจะเกินชั่วอายุตูแล้วนะเฮ้ย คุยกันทีหลังได้หม้ายยยยยย เอาไอ้นี่ออกที้!!!!!!!)
ลุงเหมา: (หันมา) โอเค (แต่ไม่ได้ตอบMD เหมือนจะคุยกับตัวเองซะมากกว่า)
และแล้วลุงแกก็อธิบายว่าผมไม่ได้ฟันผุ แต่เหงือกระบมเพราะพึ่งไปขันเหล็กดัดฟันมา จะให้ยาอะไรซักอย่างมาแล้วก็จะเคลือบฟันให้ด้วยเพื่อมันจะได้ไม่เจ็บง่าย
โอเคเก๋กู้ด....
แต่ไอ้เครื่องพ่นน้ำตราเมอร์ไลอ้อนกินลูกพลับแกยังค้างปากผมอยู่ เอาออกก่อนได้ม้ายยยย นี่ตูเจ็บจนมือหงิกเป็นหมูแฮมแล้วนะเฮ้ยยยยย พลีส ไอ แบ้ก ยูวววววว์
สุดท้ายลุงแกก็เอาที่พ่นน้ำออกจนได้แล้วก็รักษาแบบธรรมดาๆต่อ...
หมอสิงนี่โอเคเก๋กู้ดจริงๆ ไม่มีบอกประโยคหากินหมอฟันทั่วไทยอย่าง'เจ็บให้บอกหมอนะ' หรือ 'ถ้าเจ็บยกมือขึ้นด้วย' เพราะพี่แกเล่นจู่โจมซึ่งหน้าเลย ไม่มีสตันท์ ไม่มีสลิง ไม่มีตัวแสดงแทน ทำจริง เจ็บจริง จัสท์ดูอิท
สรุปก็รักษาเสร็จด้วยดีโดยไม่โดนเชือดทำข้าวมันไก่แบบซิงกี้ท็อดหรือโดนจับดัดแปลงเป็นแมสค์ไรเดอร์ด็อกเมาท์ นอกนั้นได้ยาบ้วนปากสำหรับเหงือกมาขวดนึง (ซึ่งรสชาติทำเอาสิ้นหวังชีวิตไปพักใหญ่)
เบ็ดเสร็จหมดไปทั้งสิ้น 67สิงคโปร์ดอลล่าร์หรือก็คือราวๆ1600บาท เล่นเอาอยากไปเฉือนเนื้อขายร้านข้าวมันไก่แก้กินแกลบยังไงไม่รู้ หมดกันเงินทั้งอาทิตย์เลยฉัน
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าดองบล็อก เพราะม่างเขียนทีแล้วยาว อีแบบนี้ไผจะอ่านไหววะ เอ็งไม่ใช่เฮียวิชัยหรือพุงคงพงคุงอินเกียวโตที่เขียนยาวเป็นมหากาพย์สงครามกรุงทรอยบุรีแต่ก็ยังมีคนอ่านนะ OTL
ปล อ่านเอนทรี่นี้อย่าคิดว่าหมอสิงไม่ดีนะครับ อาการฟันผมดีขึ้นเยอะแล้ว ติดแค่ว่าลุงแกลืมที่พ่นน้ำนานไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง


ขำ...
เล่าอาการเจ็บได้สุดยอดมาก
เข้าใจแล้วว่าเจ็บจริง
ขนมสีสวยนะ อยากกินบ้าง
#1 By HeDw!g on 2009-10-12 21:41