ซีรีย์แดร้กอะไรดีอินสิงคโปร์ 
posted on 19 Apr 2009 19:18 by moonatic in singstit-at-Singapore
คุณกำลังเบื่อใช่ไหม?
ข้าวกระเพราไก่ไข่ดาว3วันติดจำเจเกินไปสำหรับคุณใช่ไหม?
เปลี่ยนเป็นกระเพราไข่เจียวอีก3วันก็เบื่อใช่ไหม?
ก๋วยเตี๊ยวเจ๊แมวไม่แนวพอสำหรับคุณใช่ไหม?
งั้นเอ็กซ์ทีนได้เร็กขอเสนออออออ......
ซีรียส์แดร้กอะไรดีอินต่างแดนนนนน!!!!! (เอคโค่) โปรเจคบันทึกความสิ้นคิดหรือความแนวในแดร้กศาสตร์ที่คุณไม่เคยสัมผัสส่งตรงจากพื้นที่ถึงหน้าจอโดยมนุษย์ต่างด้าวตัวเล็กๆจากเมืองนอก!
คนที่ไหนกินอะไรบ้างงั้นเหรอ?
อยากรู้ใช่ไหม?
เรามาดูกัน
.
.
.
หากผมพูดว่า'ผมจะเขียนเรื่องอาหารการกินในสิงคโปร์ครับ!'
'โอพระเจ้าช่วยหวยรัฐบาล! แม่งจะเป็นไปได้เรอะ!'ก็คงจะเป็นคำตอบของหลายๆคน เพราะอาหารสิงมันก็อาหารสิ้นคิดแถวบ้านเราดีๆนี่แหละในสายตาหลายๆคน ทั้งข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง บะหมี่เกี๊ยว ราดหน้า ฯลฯ
แต่มันจริงเรอะ?
จริงก็จริงไม่จริงก็ไม่จริงครับ (กระป๋องกระทิงดองจากกลุ่มคนอ่านลอยมากระทบหัวดังก๊อง)
เพราะอาหารในสิงคโปร์มันมีซ้ำซากอย่างที่ผมว่าจริง แต่ก็มีอะไรแนวๆที่ไทยไม่มีเช่นกัน
เอาล่ะครับท่านผู้อ่านที่รักยิ่ง โปรดจินตนาการเพื่อเพิ่มมู้ดการรับชมกันก่อนนะครับ
ท่านกำลังนั่งหน้าไทยไท้ยไทยอยู่ในKopitiamหรือHawker Centre(ทั้ง2อย่างหมายถึงศูนย์อาหาร)แห่งนึงในสิงคโปร์
รอบตัวท่านมีมนุษย์หน้าจืดสัญชาติเมอร์ไลอ้อนจำนวนนึงเป็นNPCเหมือนในเกมRPG เดินไปเดินมารอบๆเหมือนมีอะไรทำ
โต๊ะอาหารของท่านว่างเปล่าเพราะยังไม่ได้หาอะไรกิน
ท้องท่านร้องเป็นทำนองจีจีจีจีโดยGirls Generation
แต่ฉับพลัน มีป้าคนนึงโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้จากกลุ่มNPCพร้อมยิงคำถาม...
"เสี่ยวตี้/เสี่ยวเม่ย หนี เหย้า เฉิ่ม เม่อ?"
"เสี่ยวตี้/เสี่ยวเม่ย หนี เหย้า เฉิ่ม เม่อ?"
"เสี่ยวตี้/เสี่ยวเม่ย หนี เหย้า เฉิ่ม เม่อ?"
"เสี่ยวตี้/เสี่ยวเม่ย หนี เหย้า เฉิ่ม เม่อ?"
คำถามเอคโค่ในหูคุณ4รอบก่อนที่ความรู้ภาษาจีนที่เคยไปเรียนแถวสยามหวังหาสาว/หนุ่มหมวยสวยๆ/หล่อๆขาวๆจีบจะทำงาน
ป้าเขาพูดว่า 'น้อง ช/ญ จะสั่งอะไรไหม?'
แน่นอนว่าป้าเขาไม่ใช่เอเยนต์ขายมือตบสีแดง เท้าตบสีเหลืองหรือผงขาวผสมโสมเวียดนามแต่อย่างใด แต่เป็นป้าเครื่องดื่ม NPCที่เดินรอนแรมตามKopitiamเพื่อหาลูกค้ามาซื้ออะไรเย็นๆชื่นใจดื่ม(ในราคาไม่ชื่นใจ)
"ไม่รู้จะกินอะไรดีครับ/ค่ะ" คุณเผลอตอบไปเป็นภาษาไทย(เพราะไม่รู้จะตอบไปเป็นภาษาจีนยังไง)ด้วยความเคยตัวและด้วยความไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหาใช่เด็ก(?)เสิร์ฟรับออเดอร์เหมือนตามร้านอาหารอย่างที่คิดไม่
ทันใดนั้นทั้งKopitiamก็สว่างจ้าวิบวับด้วยแสงหลากสีเหมือนมีคนเอาไฟดิสโก้ยุค'70มาเปิด!
ตามด้วยเพลง'กิน กิน กิน กิน' (ทำนองเพลงGee)เป็นแบคกราวนด์มิวสิก!
พัดลมเหนือหัวระเปิดโป๊ะโปรยกระดาษสีลงมาเหมือนคุณพึ่งถูกหวย2ร้อยล้าน!
เหล่าNPCสิงคโปร์พีเพิลเต็มKopitiamกลายเป็นbackground dancerในชุดขาวแดง(สีประจำชาติสิงคโปร์)พลางเต้นไปเต้นมาไม่ดูสังขารแก่เด็กเล็กแดงอ้วนผอม!
ป้าเครื่องดื่มโยนชุดเครื่องแบบทิ้งเผยให้เห็นชุดนางกระต่ายสีดำฟิตเปรี๊ยะ(อ้วกกกก)ข้างใน!
"Follow me" ป้านางกระต่ายพูดด้วยอังกฤษสำเนียงสิงพลางลากคุณไปกับเธอด้วยรอยยิ้มหนาแมคอัพ...
"Hainanese chicken rice!" เจ้าป้าพูดพลางผายมือทางร้านแรก ลุงคนขายเป็นคนจีนถือปังตอยิ้มชั่วร่ายพลางสับคอไก่ในมือ
Hainanese chicken rice (ข้าวมันไก่ไหหลำ)
อาหารที่โคตรสิ้นคิดแต่ดังที่สุดของเกาะเมอร์ไลอ้อน ข้าวไทยมันเลื่อมด้วยรสชาติของไก่นำเข้า(เพราะไม่มีที่เลี้ยงบนเกาะ)คู่กับไก่ต้มหรือย่างตามชอบ พร้อมออพชั่นเสริมเป็นไข่ต้มซีอิ๊ว(เรียกว่าRutan)กับน้ำซุปผงชูรส
เหมาะกับคนชอบข้าวมันไก่แฉะๆเล็กน้อยแต่น้ำจิ้มอาจจะไม่โดนใจหลายๆคนเพราะรสมันจัดๆเผ็ดๆแปร่งๆไม่เหมือนน้ำจิ้มบ้านเรา แต่ก็คุ้มค่ากับการลอง
สนนราคา $2.50-3.50 (ประมาณ59-82บาท) จัดว่าแพงตับแลบในไทยแต่ค่อนถูกในสิงคโปร์เหมือนอาหารสิงอีกหลายอย่างที่จะตามมา ผู้กินแกลบเป็นอาหารหลักโปรดทำใจ
ความแนว 0/10 (เมืองไทยก็มี)
ความหรู 1/5
ต่อจากนั้นท่านก็ถูกลากมาร้านที่2และ3 รอบนี้เป็นแขกมาเลย์กับแขกอินเดีย2คนนั่งเขม่นกันชวนนึกถึงBrokeback Mountain
"Rojakkkkk!!!" ท่านป้ากล่าวพลางสปินตัวเป็นพายุคาทริน่าประดุจฉลองลูกชายจีบสาวคนแรกสำเร็จ
Rojak (โรจัค)
อาหารสิงคโปร์ที่ไม่รู้จะเทียบกับอาหารไทยจานไหนดีเนื่องด้วยความแนวเกินบรรยาย
โรจัคแบบออริจินอลตามสิงคโปร์จะเป็นปาท่องโก๋กับสับปะรด แตงกวา ฟองเต้าหู้ทอดห่อถั่วงอกราดซอสกะปิรสหวานเค็มอมเผ็ดเล็กๆสีชอกโกแลตโรยด้วยถั่วคั่วหอมกรุ่น รสชาติหวานอร่อยพอดีผิดกับส่วนผสมพิสดาร
ความแนวไม่จบลงเท่านั้น เพราะไอ้อาหารจานนี้มีแฝดคนละฝาด้วย!
ถ้าเปรียบโรจัคแบบแรกเป็นแขกมาเลย์ โรจัคอินเดียจานนี้ก็จะเป็นแขกอินเดีย
โรจัคอินเดีย(Indian Rojak)นั้นต่างกับแบบแรกค่อนข้างมาก แต่ด้วยคอนเซปที่คล้ายกัน แฟนๆโรจัคชาวสิงก็เลยเรียกว่าอินเดียนโรจัครวมๆกันไปเลยเพื่อความสะดวก
โรจัคอินเดียจะมีส่วนประกอบเป็นแป้งต้ม มันฝรั่ง แผ่นถั่วเหลืองหมักทอด(ไม่เหม็นแบบนัตโตะแต่รสและกลิ่นจะคล้ายๆถั่วเหลืองบดหอมๆ)โรยพริกเขียวและหอมสด มีซอสเป็นซอสพริกเผ็ดน้อยอมหวาน ด้วยเหตุนี้จึงออกจะเป็นของคาวมากกว่าโรจัคแบบแรกเล็กน้อย
ส่วนตัวผมว่า2จานนี้มันน่าลิ้มลองมากกว่าข้าวมันไก่ซะอีก!
สนนราคา $3-5 (ราว70ถึง100กว่าบาท)
ความแนว 10/10
ความหรู 1/5
หลังจากปล่อยให้ลุง2แขกคู่แข่งทางการค้าเอาไม้จิ้มโรจัคดวลตัวต่อตัวกันไป ป้าก็มาหยุดอยู่ที่หน้าร้านดูดีมีราศีแห่งนึง
"Chilli and pepper crab!!!"
Pepper & Chilli Crab (ปูผัดพริกไทยดำกับปูราดพริก)
ชิลลี่แคร็บหรือปูราดพริกเป็นการเอาปูศรีลังกา(แต่ไม่ตีลังกา)ตัวเท่า2ฝ่ามือผู้ใหญ่มานึ่งแล้วราดซอสพริกเครื่องแกงสีแดงฉานผสมไข่ไก่และมันปูรสเข้ม แม้จะสีเข้มยังไงก็ไม่เผ็ดซักเท่าไหร่ประสาอาหารสิง
มักจะมีหมั่นโถวทอดหรือนึ่งเป็นเครื่องเคียงให้จิ้มซอสรสเลิศกินกับปูเนื้อฟูนุ่มหวานอร่อยชวนท้องร้อง
สำหรับผู้ที่ชอบอะไรที่รสจัดไปอีกแบบก็จะมีปูผัดพริกไทยดำมาให้ลองคู่กันไปด้วย
ปูศรีลังกานำเข้าขนาดบะเอ้กที่อาจจะเป็นแฝดกับตัวที่โดนเอามาทำชิลลี่แคร็บเมื่อครู่มาผัดกับพริกไทยดำรสเข้มข้น เนื้อปูรสดีเข้ากับพริกไทยที่ผัดด้วยกันอย่างลงตัว แค่กลิ่นหอมก็ชวนน้ำลายย้อยลงหน้าจอคอมพ์แล้ว
สนนราคา ไม่แน่นอน (ไม่ได้กินนานแล้วและราคาเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล)
ความแนว แบบพริกไทยดำ 4/10 แบบราดพริก 5/10 (ออกคล้ายปูผัดผงกะหรี่)
ความหรู 5/5
-อนึ่ง ปูแบบนี้มักไม่ได้หาได้ตามKopitiamตามที่อ้างไว้(มักจะเป็นตามร้านอาหารมากกว่าศูนย์อาหาร) แต่เพื่ออรรถรสจึงโดนจับมาไว้ที่kopitiamด้วยประการฉะนี้
หลังจากดมปูจนน้ำลายไหลแล้ว ป้ากระต่ายก็แนะนำร้านต่อมา
"Curry fish head!"
Curry Fish Head (แกงหัวปลา)
ไม่ใช่คู่แข่งของแกงไตป(ล)าบ้านเราแต่อย่างใด เคอรี่ฟิชเฮดเป็นการเอาหัวปลาขนาดเท่าเท้าคน(เปรียบน่าเกลียดไปหน่อยไหม)มาต้มกับแกงรสเข้มที่อุดมไปด้วยเครื่องแกงแขกรสเข้มกับเล็บมือนาง มะเขือเทศ และหัวหอม นอกจากนี้ยังมีฟองเต้าหู้ทอดที่ถูกเติมลงไปเพื่อดูดซับความอร่อยของหัวปลาและผักนานาชนิดด้วย เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของอาหารจีนและอาหารแขกอินเดีย!
สูตรของแกงชนิดนี้ก็จะต่างกันไปตามร้าย เพราะแกงหัวปลาสามารถเน้นไปทางแขกด้วยรสชาติเครื่องเทศที่เข้มข้นหรือเน้นไปทางจีนด้วยความหวานของปลาและผัก หรืออาจจะอยู่กึ่งกลางระหว่าง2แบบที่ว่าไป
สนนราคา $18-24 (ราว420ถึง550กว่าบาท ไม่เหมาะแก่การกินแทนข้าวกระเพราไก่เท่าใดนัก)
ความแนว 7/10
ความหรู 4/5
เมื่อกลิ่นแกงหอมทำให้เขาท้องร้องเป็นทำนองgee gee gee geeอีกครั้ง เขาและป้าก็มาถึงร้านต่อไป
"Sambal stingray!"
เฮ้ยเดี๋ยว stingrayมันปลากระเบนนะเฮ้ย!
Sambal Stingray (กระแบนราดซอสพริกเผา)
กระเบนโชคร้ายตัวนึงจะโดนจับมาแล่แล้วย่างด้วยไฟจนสุกหอมกรุ่น ก่อนจะราดด้วยซอสพริกเผา(sambal ซามบาล) ตามด้วยหอมสดและมะนาว จากนั้นก็ถูกรองไว้บนใบตองบนจานอีกทีพร้อมเสิร์ฟ
รสชาติของปลากระเบนจะคล้ายๆปลากะพง แม้เนื้อจะจืดกว่าเล็กน้อยแต่ก็ฉ่ำอร่อยกว่ามาก เมื่อกินคู่กับซอสพริกรสจัดตัดกับความเปรี้ยวจี๊ดของมะนาวและรสเผื่อนของหัวหอม มันลงตัวกันอย่างน่าประหลาด
เหมาะสำหรับผู้อยากลองของแปลกหรือเหมาะแก่การหลอกเพื่อนให้กินก่อนจะบอกทีหลังว่ามันคืออะไร
สนนราคา ราว$15 (ราว350บาท)
ความแนว 10/10
ความหรู 3.5/5
คุณกำลังถูกพาไปร้านต่อไปแต่ทว่า....
ฝุบ!
คุณตื่นขึ้นมาหน้าจอคอม กำลังจะกดhot postให้'เอนทรี่นึงในบล็อกแห่งนึง'อยู่ น้ำลายไหลท่วมแป้นคีย์บอร์ด ท้องร้องโครกเป็นทำนองโซปราโน่
คุณคิดจะไปหาอะไรกิน อะไรดีหนอ...
ปลากระเบ..เอ้ย ข้าวกะเพราไก่ละมั้ง?
ปล ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ลนะครับ
ปล2 เป็นเอนทรี่เป็นตัวเป็นตนอันแรกในระยะเวลานานนนนนน
ปล3 สอบจะมาแล้วยังมาเล่นบล็อกอีกเนอะตรู
เพิ่มเติม ซีรีย์นี้ทำร่วมกับพี่พงบังชินจิ อิน เกียวโต
เพิ่มเติม2 ลองแก้ลิงค์ดูแล้วนะครับ คาดว่าภาพปลากระเบนคงขึ้นแล้ว
เพอ่มเติม3 แก้ลิงค์รูปปลากระเบนย่างอีกรอบนะครับ ขอโทษสำหรับความไม่สะดวก
เพิ่มเติม4 ใครสน'ซีรีย์แดร้กอะไรดีอิน...'ก็เชิญเอาไปทำเลยครับ เอาลิงค์มาโพสท์ลงเอนทรี่นี้ด้วยนะครับ อยากดู

)
ไม่ดู ไม่ดู
แต่เราก็ไม่ควรจะตัดสินอะไรจากภายนอกนะ 5555
#1 By pinpin on 2009-04-19 22:49