Senior Citizen สิ่งมีชีวิตที่'อารต์'ที่สุดในสิงคโปร์ 
posted on 01 Feb 2009 20:38 by moonatic in singstit-at-Singapore
senior citizen คำเรียกแบบสุภาพสำหรับมนุษย์ที่มีอายุเกิน65ปีตามกฏหมายสิงคโปร์
สิงคโปร์ในปี2009อาจจะมีความเจริญ เกรียนDotA ห้างญี่ปุ่นหรูเลิศอลังการ อัตราอาชญกรรม2.1% รถไฟใ้ต้ดินที่เชื่อมทั่วทั้งเกาะ รถเมล์94%ติดแอร์และขับรถด้วยความเร็วปกติ
แต่เมื่อ44ปีก่อนตอนที่ สิงคโปร์เพิ่งตัดสายสะดือตัวเองจากมาเลเซียหมาดๆ สิงคโปร์มีปัญหากับมาเลย์เซีย ปัญหาคอมมิวนิสต์ และปัญหาจลาจลไม่ขาดสาย
67ปี ก่อน ญี่ปุ่นยึดสิงคโปร์หลังกองทัพอังกฤษในสิงคโปร์ยอมแพ้ เกิดเหตุการณ์เงินเหรียญลอยตัว สบู่ก้อนนึงอาจมีค่าถึง$20 (ราว400บาท) อาหารและยาขาดแคลน คนสิงคโปร์ในสมัยนั้นโดนกองทัพแดนพระอาทิตย์ทารุณสารพัด
และยังไม่หมดแค่นั้น
คุณเคยเจออะไรแบบนี้ไหม?
-ชีวิตที่ได้กินไก่แค่ตอนวันสำคัญ วันเกิด หรือวันตรุษจีน เนื้อวัวกับหมูเหรอ? ฝันไปเหอะ
-วันดีคืนดีอาจจะโดนทหารญี่ปุ่นลากไปนั่งยางได้ โทษฐานเป็น'ผู้ต้องสงสัย'
-คุณอาจต้องรีบตื่นมากลางดึกเมื่อมีเสียงเคาะประตู รีบพาลูกสาวกับน้องสาวไปซ่อนในใต้ถุนบ้าน ก่อนทหารญี่ปุ่นขี้เมาจะเข้ามา'ขอค้าง'
-คุณไม่สามารถออกจากบ้านได้เพราะมีการจลาจลเกิดขึ้น ออกไปอาจโดนยิงไม่รู้ตัว
-มื้อเที่ยงที่มีข้าว2ชามกับผัดถั่วงอกเปล่าๆจานนึงแบ่งกับพี่น้อง7คน
-'เจ้าถิ่น'ขอ'ค่าคุ้มครอง'เป็น30%ของรายได้คุณ ไม่งั้นร้านคุณอาจโดนเผา
-ประเทศของคุณมีขนาดเท่าหัวเข็มบนแผนที่โลก มีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน และตัวประเทศมีอายุไม่ถึง10ปี
นึกไม่ออกเหรอว่ามันเป็นยังไง?
ผมก็นึกไม่ออก รู้แค่ว่าบรรดาsenior citizenในสิงคโปร์ผ่านมันมาทั้งนั้น อย่างน้อยๆก็ต้องเจอข้อใดข้อนึงจากที่กล่าวมาแล้ว
ไม่แปลกใจเลยที่คนสิงคโปร์ที่ผ่านยุคเหล่านั้นมาได้มักจะเก๋าเจ๊งกว่าใครเพื่อน ไม่เก๋าไม่โกงก็อดตาย
แต่ในความ'เก๋า'ชีวิตก็ยังมีความ'อาร์ต'อยู่
โน้ส อุดม แต้พานิชย์ให้คำจำกัดความกับอาร์ตไว้ว่า
"ไม่มีเหตุผลและไม่ต้องการความเข้าใจใดๆทั้งสิ้น"
งง?
สรุป MDมันจะบอกว่าคนแก่สิงคโปร์เก๋าชีวิตปากกัด ตีนถีบ บีบหัวนม อมเงินทอนแต่ไม่ต้องการคนเข้าใจและไม่มีใครเข้าใจ?
ทำนองนั้น
เพราะอะไร?
ก็มาฟังที่ผมเล่าต่อสิครับ
ประชากรสูงอายุแห่งสิงคโปร์มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ของgenusว่าSingapura Elderis มีแหล่งที่อยู่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์(แหงสิ)และอาจจะมีจำนวนมากถึง15%ของ มนุษย์สายพันธ์สิงคโปเรียนได้ในปี2020
แล้วบังเอิญผมก็ได้มีโอกาสไปรู้จักกับซุปเปอร์มนุษย์กลุ่มนี้แบบถึงเนื้อถึงตัวแบบตาต่อตา นิ้วกลางต่อนิ้วกลาง แว่นต่อแว่น
ผมก็เลยได้มีโอกาสมาจำแนกประเภทพวกเขา เธอและมันให้ผู้อ่านทราบกันต่อหน้าต่อตากันเลยทีเดียว อย่างไรก็ดี สิ่งมีชีวิตประเภทนี่มีความละเอียดอ่อนในขั้นตอนการวิวัฒนาการที่สูงมาก การจำแนกทุกชนิดจึงออกจะยากไปซักหน่อย ขอยกตัวอย่างมา5ชนิดก็พอนะครับ
ว่าแล้วก็เข้าเรื่องหลังจากเกริ่นมานาน ประเดิมด้วยสายพันธ์แรก
1. สายพันธ์เนตรกว้างไกล (Singapura Elderis Supereye)
พวกนี้มีดวงตาที่เทพกว่าเนตรจักระ เนตรสังสาระ เนตรสีขาว รวมกันยกกำลัง12อีกครับ
พวกเขาสามารถมองเห็นโลกอีก300ปีข้างหน้าได้
พวกเขาเห็นมนุษย์โลกไปอยู่บนดาวต่างเสาร์เหรอ? เปล่า
พวกเขาเห็นมนุษย์ปลูกป่าอเมซอนกลับคืนมาได้? เปล่า
งั้นเห็นม็อบเสื้อ -ตู้ด- สลายตัวปะ? เปล่า
เจ๋งกว่านั้น
พวกเขามองเห็นโลกที่ทุกอย่างย่อยสลายตามธรรมชาติได้ด้วยตัวเองครับ!
เขาเชื่อว่าก้นบุหรี่สามารถย่อยสลายเองได้ภายในเวลา2วินาที ถ่มบุหรี่ที่ไม่ดับลงหญ้าแห้งๆในวันร้อนๆไม่มีอันตรายใดๆ
เขาเชื่อว่าน้ำลายของพวกเขาจะย่อยสลายตามธรรมชาติ 3.1นาโนแซคคันด์หลังถูกถ่มออกจากปาก สลายกลายเป็นมวลบริสุทธิ์ก่อนถึงพื้นด้วยซ้ำ! ไอ้หยดน้ำแหยะๆข้างๆconverseคู่ละ2000ของคุณมันจินตนาการทั้งนั้น
ไม่มีสิ่งที่เรียกขยะ เพราะอะไรที่พวกเขาโยนลงไปสลายตัวเป็นมวลบริสุทธิ์ก่อนถึงพื้นแล้ว ไอ้กองๆตรงเท้านั่นคนอื่นโยนซ้อนกับเขา
เพราะพวกเขานี่แหละสิงคโปร์ถึงสะิอาดครับ
2. สายพันธ์mobile ecosystem (Singapura Elderis Ecologica)
สายพันธ์นี้เป็นทางเลือกสุดท้ายถ้ามนุษย์จะสูญพันธ์ครับ แค่มีพวกเขารอดตายได้3-4คนมนุษย์ก็ไม่สูญพันธ์แล้ว
ทำไม?
เพราะในปากพวกเขาสามารถเก็บอวัยวะต่างๆนานาชนิดไว้ได้ด้วยความจุพอๆกับประ เป๋า4มิติโดเรมอนน่ะสิครับ(เชื่อไหม อ.ฟูจิโกะ F ฟูจิโอะได้ไอเดียกระเป๋าโดเรมอนมาจากลุงสิงคโปร์คนนึง!)
ให้เวลาพวกเขา5นาทีสิ พวกเขาสามารถพ่นอวัยวะและสิ่งมีชีวิตนานาชนิดออกมาจากปากได้มากพอจะสร้างสวน สัตว์แถมเมืองเล็กๆได้เลยครับ แถมพืชสวนครัวด้วย โดยเฉพาะพืชตระกูล'ฟัก' ปิดตามัดแขมทำยังได้เลย!
นอกจากนี้พวกเขายังมีจิตใจสูงส่งมากเกินจินตนาการ พวกเขายินดีที่จะสอนความสามารถในการสร้างอันนี้ให้กับคนทั่วไปฟรีๆ! กลางวันแสกๆเด็กอนุบาลเดินข้ามเต็มทางม้าลายเขายังอุตสาห์ใช้ปากสร้างสรรค์ สิ่งมีชีวิตและอวัยวะออกมาเลย
แบบนี้เท่ากับเป็นการปลูกฝังความรู้เรื่องวิธีเรียกอวัยวะต่างๆของสตรีและ บุรุษในภาษาจีนฮกเกี้ยนไม่พอ ยังเป็นการสนับสนุนให้เด็กรู้จักวิชาเกษตรเบื้องต้น ปลูกฟักไว้ในปากด้วยครับ
น่าชื่นชมชิบหาย
3. สายพันธ์นักเอาชีวิตรอด (Singapura Elderis Extrema Survivus)
พวกนี้คือสุดยอดนักเอาชีวิตรอดครับ เกิดมาจากselfish geneที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์การวิวัฒนาการของมนุษย์เรา สามารถรอดได้ในทุกสถานการณ์ นาซ่าจะส่งคนไปบุกเบิกดาวอะไรก็ส่งพวกเขาไปนี่แหละครับ นอกจากนี้ยังเป็นตัวอย่างของศีลธรรมและขอปฏิบัติทางสังคมอันดีงามด้วย ดูกันว่าเขาเทพขนาดไหน
สมมุติว่ามีชายหนุ่มอารมณ์ครื้มเกิดโดนจับขณะถ่ายใต้กระโปรงหญิงสาวบนรถ บัสและกำลังจะหนี เขาก็จะเป็นคนแรกที่เห็นความสำคัญ(ของตัวเอง)แล้วไม่ทำอะไรครับ ถ้าเกิดเขาเป็นอะไรขึ้นมาก็ต้องเดือดร้อนคนอื่นพาไปส่งโรงพยาบาลจริงไหม?
ถ้ารถหยุดเ้พราะเหตุการณ์ชุลมุน? เขาก็จะแสดงถึงความเที่ยงตรงต่อเวลาประสาผู้มีระเบียบวินัยแล้วก็บ่นครับ บ่นโน่นบ่นนี่ว่าทำไมรถหยุด กูจะพลาดนัดกินกาแฟร้านเจ้าเก่าแล้วนะอะไรยังไงก็ว่าไป แต่การตรงต่อเวลา(ของกู)สำคัญที่สุด!
สมมุติว่าคนต่อแถวกันอยู่ นายคนนี้ก็จะแสดงถึงข้อปฏิบัติอันดีงามสังคมที่ต้องให้เกียรติคนแก่ แล้วแทรกคิวครับ ดีไม่ดีเดินเข้าไปดื้อๆด้วย
น่าชื่นใจจริงๆ
4. สายพันธ์ธรรมดา (Singapura Elderis Commonatian)
80%ของสิ่งมีชีวิตตระกูลSingapura Elderisอยู่ในประเภทนี้ เป็นพวกธรรมดาครับ มักจะพบพวกเขากินกาแฟอยู่ตามร้านค้าในHawker Centre มักจะมีนิสัยน่ารักไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อใคร แต่อาจจะเป็นสปีชีส์ใดสปีชีส์นึงจากด้านบนจำแลงร่างมาก็ได้ หรืออาจจะวิวัฒนาการเป็นสายพันธ์อื่นในอนาคต ใครจะรู้
และสุดท้าย สปีชี่ที่หายากที่สุด
5. สายพันธ์คนดีศรีสังคม (Singapura Elderis Good Sapien)
พวกเขาและเธอจัดเป็นจุดสูงสุดของวิวัฒนาการ พวกเขาคือสปอตไลท์ที่โลกลืมโดยแท้ และเป็นสปีชี่ส์ที่ผมอยากจะยกตัวอย่างถึงมากที่สุด
scenario 1
MDกำลังซื้อโค้ก1ขวด แต่ทว่า...
เหรียญบรรลัยมันดันตกในช่องแถวแคชเชียร์ แล้วกูจะเอาอะไรจ่าย =[]=!!!
เหรียญหมดและมีแบงค์$50ในกระเป๋าเท่านั้น! (โค้กราคา$1.3)
คนขายทำหน้าเอ๋อเหรอปนรังสีสังหารเหมือนจะบอก 'ให้แบงค์$50มากูจะเอาตุ๊กตาหมีตัวโปรดของอาม่า อากง อาซิ่มเอ็งไปถ่วงแม่น้ำสิงคโปร์ไว้เป็นเมียปลานะมึง'
MDกำลังจะเสี่ยงความเป็นอยู่ของตุ๊กตาหมีอาม่า อาซิ่ม อากงโดยการยื่นแบงค์ไปแต่ทว่า...
"คิดรวมกันเลยค่ะ" เสียงสวรรค์ดังมาจากคุณป้าวัยเลย70ข้างๆ
คิดรวมกันเลยค่ะ..
คิดรวมกันเลยค่ะ...
คิดรวมกันเลยค่ะ....
คิดรวมกันเลยค่ะ!?
โอจอร์จออฟเดอะจังเกิ้ล!
โลกนี้ไม่สิ้นคนดี.... เท็ดดี้แบร์ของอาม่า/ซิ่ม/กงกูรอดแล้ว! (ผิดประเด็นรึเปล่า?)
scenario 2
ฟ้าเริ่มมืดเมฆดำเริ่มก่อตัว ฝนจะตกแต่MDมันขี้เกียจไปเก็บผ้าที่ตากไว้เพราะนอยที่พึ่งแพ้DotAไปแต่ทว่า...
ร่างๆนึงกำลังเคลื่อนที่ช้าๆผ่านสายฝนปรอยๆมากับร่มในมือ
ร่างนั้นกำลังเดินผ่านหน้าต่างไป (โต๊ะคอมผมหันหน้าเข้าหน้าต่างครับ)
ฝนตกหนักขึ้นเรื่อยๆ...
ร่างนั้นยังคงฝ่าฝนไปช้าๆ...
ผมเห็นร่างนั้น...
เขาคือคุณปู่ข้างบ้านผมครับ!
ตอนเห็นนี่ตกใจมาก เพราะคุณปู่แกอายุอานามจะ90แล้ว แต่แกลงทุนถ่อมาข้างบ้านเพื่อช่วยตากผ้าครับ! (บ้านโฮสท์ผมกับบ้านปู่สนิทกันค่อนข้างมาก ก็เลยไปมาหาสู่กันได้โดยไม่มีปัญหาครับ)
ตอนนั้นจำได้ว่ารีบวิ่งออกไปช่วยปู่แกเอาผ้าเข้าเพราะเดี๋ยวแกลื่นล้มหรือ
อะไรขึ้นมาผมจะซวยเอา
แต่ยอมรับว่าแอบติ้นตันใจเล็กๆที่แกลงทุนเดินมาช่วยผมทั้งๆที่จะร้องเตือน
จากบ้านแกก็ได้
กลับจากไทยก็เลยเอามะม่วงไปฝากแกด้วยเลย คนแบบนี้ใครก็รัก
แล้วทำไมผมถึงเขียนเอนทรี่นี้ขึ้นมา?
ก็เพราะสิ่งที่ผมสังเกตตอนมาสิงคโปร์ก็คือความแตกต่างของgeneration gapที่สูงมากพอตัวครับ เป็นอะไรที่ปกติ(อย่างน้อยก็สำหรับผม)ที่รุ่นปู่กับรุ่นหลานที่นี่จะคิดไม่ เหมือนกันเอามากๆ คนปู่โตมาแบบปากกัดตีนถีบ แต่คนหลานโตมาแบบชิวๆในสภาพสังคมที่พร้อมเพรียงกว่าแบบคนละโลก
ไม่แปลกใจที่คนรู้จักผมจะบอกว่าคนสิงคโปร์รุ่นใหม่หลายๆคนไม่เก่งเท่ารุ่นเก่า แต่นิสัยน่าคบกว่ามาก
อันนี้ผมว่ามันก็นานาจิตตังว่าแต่ละคนคิดยังไง แต่มันเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากจะลองเขียนถึง'คนดีๆ'ใน'เจเนอเรชั่นโหดๆ' และเขียนถึง'คนโหดๆ'ใน'เจเนอเรชั่นโหดๆ'ไปด้วยในตัว
ความโหดกับความดีที่ผสมกันอย่างลงตัวในชั่วอายุคนที่สามารถขับเด่นความเป็น คนโหด(ด้วยชื่อเสียด้่านความเขี้ยว)และความเป็นคนดี(ด้วยความเด่นเพราะแบ คกราวนด์ที่น่าจะเขี้ยว) ออกมาได้เด่นพอๆกัน
เพราะสิ่งนี้ล่ะมั้ง ผมถึงมองว่า'อาร์ตซีเนียร์' ทั้งหลายที่ผมพานพบเหมาะกับชื่อ'สิ่งมีชีวิตที่อาร์ตที่สุดในสิงคโปร์'
หวังว่าคนอ่านที่อุตสาห์อ่านมาถึงตรงนี้คงสนุกนะครับ(และคงไม่งงกับย่อหน้าเมื่อครู่)
และขอให้คุณเจอsenior citizenนิสัยดีๆแบบกลุ่มสุดท้าย
บ้าย บาย (la?)

จะไปสิงคโปร์พอดีเลย
ไปครั้งแรกน่ะ ...
จะเจอแบบที่ว่ามั้ยนะ
#1 By Nong-Takrai on 2009-02-01 20:43