senior citizen คำเรียกแบบสุภาพสำหรับมนุษย์ที่มีอายุเกิน65ปีตามกฏหมายสิงคโปร์ 

 

สิงคโปร์ในปี2009อาจจะมีความเจริญ เกรียนDotA ห้างญี่ปุ่นหรูเลิศอลังการ อัตราอาชญกรรม2.1% รถไฟใ้ต้ดินที่เชื่อมทั่วทั้งเกาะ รถเมล์94%ติดแอร์และขับรถด้วยความเร็วปกติ 

แต่เมื่อ44ปีก่อนตอนที่ สิงคโปร์เพิ่งตัดสายสะดือตัวเองจากมาเลเซียหมาดๆ สิงคโปร์มีปัญหากับมาเลย์เซีย ปัญหาคอมมิวนิสต์ และปัญหาจลาจลไม่ขาดสาย

67ปี ก่อน ญี่ปุ่นยึดสิงคโปร์หลังกองทัพอังกฤษในสิงคโปร์ยอมแพ้ เกิดเหตุการณ์เงินเหรียญลอยตัว สบู่ก้อนนึงอาจมีค่าถึง$20 (ราว400บาท) อาหารและยาขาดแคลน คนสิงคโปร์ในสมัยนั้นโดนกองทัพแดนพระอาทิตย์ทารุณสารพัด

และยังไม่หมดแค่นั้น 

คุณเคยเจออะไรแบบนี้ไหม?

-ชีวิตที่ได้กินไก่แค่ตอนวันสำคัญ วันเกิด หรือวันตรุษจีน เนื้อวัวกับหมูเหรอ? ฝันไปเหอะ

-วันดีคืนดีอาจจะโดนทหารญี่ปุ่นลากไปนั่งยางได้ โทษฐานเป็น'ผู้ต้องสงสัย'

-คุณอาจต้องรีบตื่นมากลางดึกเมื่อมีเสียงเคาะประตู รีบพาลูกสาวกับน้องสาวไปซ่อนในใต้ถุนบ้าน ก่อนทหารญี่ปุ่นขี้เมาจะเข้ามา'ขอค้าง'

-คุณไม่สามารถออกจากบ้านได้เพราะมีการจลาจลเกิดขึ้น ออกไปอาจโดนยิงไม่รู้ตัว

-มื้อเที่ยงที่มีข้าว2ชามกับผัดถั่วงอกเปล่าๆจานนึงแบ่งกับพี่น้อง7คน 

-'เจ้าถิ่น'ขอ'ค่าคุ้มครอง'เป็น30%ของรายได้คุณ ไม่งั้นร้านคุณอาจโดนเผา

-ประเทศของคุณมีขนาดเท่าหัวเข็มบนแผนที่โลก มีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน และตัวประเทศมีอายุไม่ถึง10ปี

 

นึกไม่ออกเหรอว่ามันเป็นยังไง?

ผมก็นึกไม่ออก รู้แค่ว่าบรรดาsenior citizenในสิงคโปร์ผ่านมันมาทั้งนั้น อย่างน้อยๆก็ต้องเจอข้อใดข้อนึงจากที่กล่าวมาแล้ว 

ไม่แปลกใจเลยที่คนสิงคโปร์ที่ผ่านยุคเหล่านั้นมาได้มักจะเก๋าเจ๊งกว่าใครเพื่อน ไม่เก๋าไม่โกงก็อดตาย

 

แต่ในความ'เก๋า'ชีวิตก็ยังมีความ'อาร์ต'อยู่

โน้ส อุดม แต้พานิชย์ให้คำจำกัดความกับอาร์ตไว้ว่า

"ไม่มีเหตุผลและไม่ต้องการความเข้าใจใดๆทั้งสิ้น"

งง?

สรุป MDมันจะบอกว่าคนแก่สิงคโปร์เก๋าชีวิตปากกัด ตีนถีบ บีบหัวนม อมเงินทอนแต่ไม่ต้องการคนเข้าใจและไม่มีใครเข้าใจ?

ทำนองนั้น

เพราะอะไร?

ก็มาฟังที่ผมเล่าต่อสิครับ

 

ประชากรสูงอายุแห่งสิงคโปร์มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ของgenusว่าSingapura Elderis มีแหล่งที่อยู่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์(แหงสิ)และอาจจะมีจำนวนมากถึง15%ของ มนุษย์สายพันธ์สิงคโปเรียนได้ในปี2020

แล้วบังเอิญผมก็ได้มีโอกาสไปรู้จักกับซุปเปอร์มนุษย์กลุ่มนี้แบบถึงเนื้อถึงตัวแบบตาต่อตา นิ้วกลางต่อนิ้วกลาง แว่นต่อแว่น

ผมก็เลยได้มีโอกาสมาจำแนกประเภทพวกเขา เธอและมันให้ผู้อ่านทราบกันต่อหน้าต่อตากันเลยทีเดียว อย่างไรก็ดี สิ่งมีชีวิตประเภทนี่มีความละเอียดอ่อนในขั้นตอนการวิวัฒนาการที่สูงมาก การจำแนกทุกชนิดจึงออกจะยากไปซักหน่อย ขอยกตัวอย่างมา5ชนิดก็พอนะครับ

ว่าแล้วก็เข้าเรื่องหลังจากเกริ่นมานาน ประเดิมด้วยสายพันธ์แรก

 

1. สายพันธ์เนตรกว้างไกล (Singapura Elderis Supereye)

พวกนี้มีดวงตาที่เทพกว่าเนตรจักระ เนตรสังสาระ เนตรสีขาว รวมกันยกกำลัง12อีกครับ

พวกเขาสามารถมองเห็นโลกอีก300ปีข้างหน้าได้

พวกเขาเห็นมนุษย์โลกไปอยู่บนดาวต่างเสาร์เหรอ? เปล่า

พวกเขาเห็นมนุษย์ปลูกป่าอเมซอนกลับคืนมาได้? เปล่า

งั้นเห็นม็อบเสื้อ -ตู้ด- สลายตัวปะ? เปล่า

เจ๋งกว่านั้น

พวกเขามองเห็นโลกที่ทุกอย่างย่อยสลายตามธรรมชาติได้ด้วยตัวเองครับ!

เขาเชื่อว่าก้นบุหรี่สามารถย่อยสลายเองได้ภายในเวลา2วินาที ถ่มบุหรี่ที่ไม่ดับลงหญ้าแห้งๆในวันร้อนๆไม่มีอันตรายใดๆ

เขาเชื่อว่าน้ำลายของพวกเขาจะย่อยสลายตามธรรมชาติ 3.1นาโนแซคคันด์หลังถูกถ่มออกจากปาก สลายกลายเป็นมวลบริสุทธิ์ก่อนถึงพื้นด้วยซ้ำ! ไอ้หยดน้ำแหยะๆข้างๆconverseคู่ละ2000ของคุณมันจินตนาการทั้งนั้น

ไม่มีสิ่งที่เรียกขยะ เพราะอะไรที่พวกเขาโยนลงไปสลายตัวเป็นมวลบริสุทธิ์ก่อนถึงพื้นแล้ว ไอ้กองๆตรงเท้านั่นคนอื่นโยนซ้อนกับเขา

เพราะพวกเขานี่แหละสิงคโปร์ถึงสะิอาดครับ



2. สายพันธ์mobile ecosystem (Singapura Elderis Ecologica)

สายพันธ์นี้เป็นทางเลือกสุดท้ายถ้ามนุษย์จะสูญพันธ์ครับ แค่มีพวกเขารอดตายได้3-4คนมนุษย์ก็ไม่สูญพันธ์แล้ว

ทำไม?

เพราะในปากพวกเขาสามารถเก็บอวัยวะต่างๆนานาชนิดไว้ได้ด้วยความจุพอๆกับประ เป๋า4มิติโดเรมอนน่ะสิครับ(เชื่อไหม อ.ฟูจิโกะ F ฟูจิโอะได้ไอเดียกระเป๋าโดเรมอนมาจากลุงสิงคโปร์คนนึง!)

ให้เวลาพวกเขา5นาทีสิ พวกเขาสามารถพ่นอวัยวะและสิ่งมีชีวิตนานาชนิดออกมาจากปากได้มากพอจะสร้างสวน สัตว์แถมเมืองเล็กๆได้เลยครับ แถมพืชสวนครัวด้วย โดยเฉพาะพืชตระกูล'ฟัก' ปิดตามัดแขมทำยังได้เลย!

นอกจากนี้พวกเขายังมีจิตใจสูงส่งมากเกินจินตนาการ พวกเขายินดีที่จะสอนความสามารถในการสร้างอันนี้ให้กับคนทั่วไปฟรีๆ! กลางวันแสกๆเด็กอนุบาลเดินข้ามเต็มทางม้าลายเขายังอุตสาห์ใช้ปากสร้างสรรค์ สิ่งมีชีวิตและอวัยวะออกมาเลย

แบบนี้เท่ากับเป็นการปลูกฝังความรู้เรื่องวิธีเรียกอวัยวะต่างๆของสตรีและ บุรุษในภาษาจีนฮกเกี้ยนไม่พอ ยังเป็นการสนับสนุนให้เด็กรู้จักวิชาเกษตรเบื้องต้น ปลูกฟักไว้ในปากด้วยครับ

น่าชื่นชมชิบหาย

 

 

3. สายพันธ์นักเอาชีวิตรอด (Singapura Elderis Extrema Survivus)

พวกนี้คือสุดยอดนักเอาชีวิตรอดครับ เกิดมาจากselfish geneที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์การวิวัฒนาการของมนุษย์เรา สามารถรอดได้ในทุกสถานการณ์ นาซ่าจะส่งคนไปบุกเบิกดาวอะไรก็ส่งพวกเขาไปนี่แหละครับ นอกจากนี้ยังเป็นตัวอย่างของศีลธรรมและขอปฏิบัติทางสังคมอันดีงามด้วย ดูกันว่าเขาเทพขนาดไหน

สมมุติว่ามีชายหนุ่มอารมณ์ครื้มเกิดโดนจับขณะถ่ายใต้กระโปรงหญิงสาวบนรถ บัสและกำลังจะหนี เขาก็จะเป็นคนแรกที่เห็นความสำคัญ(ของตัวเอง)แล้วไม่ทำอะไรครับ ถ้าเกิดเขาเป็นอะไรขึ้นมาก็ต้องเดือดร้อนคนอื่นพาไปส่งโรงพยาบาลจริงไหม?

ถ้ารถหยุดเ้พราะเหตุการณ์ชุลมุน? เขาก็จะแสดงถึงความเที่ยงตรงต่อเวลาประสาผู้มีระเบียบวินัยแล้วก็บ่นครับ บ่นโน่นบ่นนี่ว่าทำไมรถหยุด กูจะพลาดนัดกินกาแฟร้านเจ้าเก่าแล้วนะอะไรยังไงก็ว่าไป  แต่การตรงต่อเวลา(ของกู)สำคัญที่สุด!

สมมุติว่าคนต่อแถวกันอยู่ นายคนนี้ก็จะแสดงถึงข้อปฏิบัติอันดีงามสังคมที่ต้องให้เกียรติคนแก่ แล้วแทรกคิวครับ ดีไม่ดีเดินเข้าไปดื้อๆด้วย

น่าชื่นใจจริงๆ

 

 

4. สายพันธ์ธรรมดา (Singapura Elderis Commonatian)

80%ของสิ่งมีชีวิตตระกูลSingapura Elderisอยู่ในประเภทนี้ เป็นพวกธรรมดาครับ มักจะพบพวกเขากินกาแฟอยู่ตามร้านค้าในHawker Centre มักจะมีนิสัยน่ารักไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อใคร แต่อาจจะเป็นสปีชีส์ใดสปีชีส์นึงจากด้านบนจำแลงร่างมาก็ได้ หรืออาจจะวิวัฒนาการเป็นสายพันธ์อื่นในอนาคต ใครจะรู้

 

และสุดท้าย สปีชี่ที่หายากที่สุด

5. สายพันธ์คนดีศรีสังคม (Singapura Elderis Good Sapien)

พวกเขาและเธอจัดเป็นจุดสูงสุดของวิวัฒนาการ พวกเขาคือสปอตไลท์ที่โลกลืมโดยแท้ และเป็นสปีชี่ส์ที่ผมอยากจะยกตัวอย่างถึงมากที่สุด

 

scenario 1

MDกำลังซื้อโค้ก1ขวด แต่ทว่า...

เหรียญบรรลัยมันดันตกในช่องแถวแคชเชียร์ แล้วกูจะเอาอะไรจ่าย =[]=!!!

เหรียญหมดและมีแบงค์$50ในกระเป๋าเท่านั้น! (โค้กราคา$1.3)

คนขายทำหน้าเอ๋อเหรอปนรังสีสังหารเหมือนจะบอก 'ให้แบงค์$50มากูจะเอาตุ๊กตาหมีตัวโปรดของอาม่า อากง อาซิ่มเอ็งไปถ่วงแม่น้ำสิงคโปร์ไว้เป็นเมียปลานะมึง'

MDกำลังจะเสี่ยงความเป็นอยู่ของตุ๊กตาหมีอาม่า อาซิ่ม อากงโดยการยื่นแบงค์ไปแต่ทว่า...

"คิดรวมกันเลยค่ะ" เสียงสวรรค์ดังมาจากคุณป้าวัยเลย70ข้างๆ

คิดรวมกันเลยค่ะ..

คิดรวมกันเลยค่ะ...

คิดรวมกันเลยค่ะ....

คิดรวมกันเลยค่ะ!?

โอจอร์จออฟเดอะจังเกิ้ล!

โลกนี้ไม่สิ้นคนดี.... เท็ดดี้แบร์ของอาม่า/ซิ่ม/กงกูรอดแล้ว! (ผิดประเด็นรึเปล่า?)

 

scenario 2

ฟ้าเริ่มมืดเมฆดำเริ่มก่อตัว ฝนจะตกแต่MDมันขี้เกียจไปเก็บผ้าที่ตากไว้เพราะนอยที่พึ่งแพ้DotAไปแต่ทว่า...

ร่างๆนึงกำลังเคลื่อนที่ช้าๆผ่านสายฝนปรอยๆมากับร่มในมือ

ร่างนั้นกำลังเดินผ่านหน้าต่างไป (โต๊ะคอมผมหันหน้าเข้าหน้าต่างครับ)

ฝนตกหนักขึ้นเรื่อยๆ...

ร่างนั้นยังคงฝ่าฝนไปช้าๆ...

ผมเห็นร่างนั้น...

เขาคือคุณปู่ข้างบ้านผมครับ!

ตอนเห็นนี่ตกใจมาก เพราะคุณปู่แกอายุอานามจะ90แล้ว แต่แกลงทุนถ่อมาข้างบ้านเพื่อช่วยตากผ้าครับ! (บ้านโฮสท์ผมกับบ้านปู่สนิทกันค่อนข้างมาก ก็เลยไปมาหาสู่กันได้โดยไม่มีปัญหาครับ)

ตอนนั้นจำได้ว่ารีบวิ่งออกไปช่วยปู่แกเอาผ้าเข้าเพราะเดี๋ยวแกลื่นล้มหรือ อะไรขึ้นมาผมจะซวยเอา แต่ยอมรับว่าแอบติ้นตันใจเล็กๆที่แกลงทุนเดินมาช่วยผมทั้งๆที่จะร้องเตือน จากบ้านแกก็ได้

กลับจากไทยก็เลยเอามะม่วงไปฝากแกด้วยเลย คนแบบนี้ใครก็รัก

 

 

แล้วทำไมผมถึงเขียนเอนทรี่นี้ขึ้นมา?

ก็เพราะสิ่งที่ผมสังเกตตอนมาสิงคโปร์ก็คือความแตกต่างของgeneration gapที่สูงมากพอตัวครับ เป็นอะไรที่ปกติ(อย่างน้อยก็สำหรับผม)ที่รุ่นปู่กับรุ่นหลานที่นี่จะคิดไม่ เหมือนกันเอามากๆ คนปู่โตมาแบบปากกัดตีนถีบ แต่คนหลานโตมาแบบชิวๆในสภาพสังคมที่พร้อมเพรียงกว่าแบบคนละโลก

ไม่แปลกใจที่คนรู้จักผมจะบอกว่าคนสิงคโปร์รุ่นใหม่หลายๆคนไม่เก่งเท่ารุ่นเก่า แต่นิสัยน่าคบกว่ามาก

อันนี้ผมว่ามันก็นานาจิตตังว่าแต่ละคนคิดยังไง แต่มันเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากจะลองเขียนถึง'คนดีๆ'ใน'เจเนอเรชั่นโหดๆ' และเขียนถึง'คนโหดๆ'ใน'เจเนอเรชั่นโหดๆ'ไปด้วยในตัว

ความโหดกับความดีที่ผสมกันอย่างลงตัวในชั่วอายุคนที่สามารถขับเด่นความเป็น คนโหด(ด้วยชื่อเสียด้่านความเขี้ยว)และความเป็นคนดี(ด้วยความเด่นเพราะแบ คกราวนด์ที่น่าจะเขี้ยว) ออกมาได้เด่นพอๆกัน

เพราะสิ่งนี้ล่ะมั้ง ผมถึงมองว่า'อาร์ตซีเนียร์' ทั้งหลายที่ผมพานพบเหมาะกับชื่อ'สิ่งมีชีวิตที่อาร์ตที่สุดในสิงคโปร์'

 

 

หวังว่าคนอ่านที่อุตสาห์อ่านมาถึงตรงนี้คงสนุกนะครับ(และคงไม่งงกับย่อหน้าเมื่อครู่)

และขอให้คุณเจอsenior citizenนิสัยดีๆแบบกลุ่มสุดท้าย

 

บ้าย บาย (la?)

Comment

Comment:

Tweet

คนดีๆยังมีในสังคมจริงๆค่ะ confused smile

#34 By Lt.Craroy on 2009-03-06 12:30

เคยเจอแต่ขึ้นรถบัสไปรร.แล้วลืมเป๋าตัง

ป้าแกจ่ายให้เฮยเลย

กร๊าากกกก


พรุ่งนี้สอบ Bio SPA ... ของจริง

เดี้ยงแน่...


โอ้ววววววววว

#33 By six on 2009-02-09 19:45

มวยไทยกับ ต้มยำกุ้ง อาหารไทย ดังไปทั่วโลกcry

ปล.เรียนอยู่สิงคโปร์หรือคะ หรือว่าทำงานคับ

#32 By NiDA MAilO on 2009-02-04 18:25

คนดีๆ ยังมีเยอะนะHot!

#31 By loveped on 2009-02-04 01:32

Hot! Hot! Hot! impress มากๆ

ไม่ใช่แค่สิงคโปร์หรอกครับ คงจะทั่วโลกเลยแหละสภาพสังคมแบบนี้

#30 By Thep-aksorn : The Aria Auditor on 2009-02-03 16:35

ตลกสุดๆ เอิ๊กๆๆๆ
ถึงสนามบินชางอีปุ๊บก็ไปหาข้าวทาน...เจอแต่พนักงานรุ่นดึก แบบว่าปู่ย่าเลยทีเดียว ทำงานในBurger King ผิดกับฮ่องกงที่มีแต่เด็กวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษาทำงานในFast Food...นั่งอยู่บ้านเลี้ยงลูกหลานเค้าอาจจะเซ็ง แต่รุ่นนี้เค้าก็ยังดูคล่องแคล่วนะ big smile

#28 By Mango Hotel on 2009-02-03 14:21

เขียนผิดค่ะ แบบที่สาม

Hot! Hot! confused smile

#27 By momoocha on 2009-02-03 14:08

แบบที่สองนี่ ญี่ปุ่นน่าจะมีเกินเก้าสิบ..

#26 By momoocha on 2009-02-03 14:05

open-mounthed smile open-mounthed smile

#25 By gameflash on 2009-02-03 12:53

แหม่ มันเป็นมุมมอง ที่ผมยังไม่ค่อยได้เห็นจาก
สิงคโปร์ สงสัยต้องหาเวลาไปอีก

#24 By -^Fly piG^- on 2009-02-03 08:11

เขียนเล่าได้ฮามากค่ะ
อยากไปรู้จัก senior citizen สายพันธ์สุดท้าย
น่ารักมากค่ะ confused smile

#23 By HoRo ... ll on 2009-02-02 23:58

Hot! Hot! เจ๋งมากๆค่ะ ได้เปิดโลกกับเอนทรี่นี้เลยทีเดียว

#22 By gallantfoal on 2009-02-02 23:04

เขียนสนุก ตลก อ่านง่ายHot!
ชอบ

#21 By PoY on 2009-02-02 22:18

อ๋า เจ้าของบล็อกเรียนอยู่สิงคโปร์เหรอฮะ
เราก็เคยอยู่นะ แต่เพิ่งจบ O Level กลับมาแล้ว
และก็ขอเห็นด้วยทุกอย่างกับสิ่งที่ได้อ่านมาทั้งหมด
คนสิงคโปร์ มีทั้งน่าคบและไม่น่าคบ อยากจะบอกว่า เกรียนสิงคโปร์น่ารำคาญที่สุดในโลกด้วยฮะ sad smile
สำหรับเรา อยู่มา 3-4 ปี เจอคนดีๆอยู่ประมานเอิ่ม 10% ... sad smile
สิงคโปร์ดีทุกอย่าง ยกเว้น ... คน(บางพวก) จริงๆ ...

#20 By lostintherain☂ on 2009-02-02 20:27

ระวังมะม่วงติดฟันคุณปู่ล่ะ อิอิ

#19 By i'FY on 2009-02-02 19:48

โค้กฟรี!!:D

5555555 5 คุณป้าใจดีจังconfused smile

#18 By [P]rince~[D]emon[Z] on 2009-02-02 18:13

แหมตอนแรกก็จะสงสารซักหน่อยนะ sad smile

บางทีคงต้องโทษไปถึงการปลูกฝังเรื่องชาตินิยมของญี่ปุ่น (ว่าเป็นเผ่าพันธ์พิเศษ?)

#17 By tenderling on 2009-02-02 18:00

เจอคนแก่ แบบ scenario แทบอยากโดดกอด
จริงๆด้วย คนดีๆ ใครก้รัก
เรื่องดีๆ ง่ายๆ เล็กๆน้อยของตา ของยาย แถวนั้น มันทำให้เด็กตื้นตันใจได้นะ
วันหลังตัวลองทำมั่งสิ เพื่อมีคนมาตื้นตันใจกะตัวมั่ง โฮะๆๆๆ

Hot! อ่ะนี่ เค้าให้ (เรื่องดีๆเล็กๆน้อยๆ ตื้นตันใจมะ)

#16 By x{ คุณหuู.ไosิส * on 2009-02-02 17:24

คุณลุงข้างบ้านใจดีจังค่ะ big smile

#15 By C-C on 2009-02-02 16:29

Hot! ผมไป S'pore แล้วนานน๊านนานนานนานานจะเจอคนใจดีซักคนล่ะครับ
ที่เหลือ
-"-
ประเทศที่เจริญ รายได้ต่อหัวสูงสุด....

#13 By Shuu Exteen on 2009-02-02 14:30

open-mounthed smile open-mounthed smile Hot!

#12 By gameflash on 2009-02-02 13:59

เคยไปแล้วไม่ค่อยประทับใจประเทศเขาเท่าไร เพราะ ไม่มีอะไรให้ดูจริงๆ นอกจากห้าง กับ สินค้าปลอดภาษี cry

#11 By Lily Pixel on 2009-02-02 13:03

สรุปมันน่าอยู่ ใช่ไหม?

#10 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2009-02-02 11:36

โอ้ คุณป้าที่ช่วยจ่ายโค้กให้ น่ารักจังเลยค่ะcry

#9 By SweetPuff on 2009-02-02 11:26

ผมว่า คุณป้าจ่ายรวมแกเก๋ามากๆ !!!

#8 By G.man on 2009-02-02 11:24

สมัยก่อนเคยถามราคาแม็กเน็ตที่ระลึกกับอาซิ่มคนหนึ่งที่นู่น

แกบอกสามอันสิบเหรียญ ผมยังคำนวณเงินไม่ถูกเลยขอบคุณแล้วเดินถอยมาตั้งหลัก

ห่างได้ราวสามเมตรแกตะโกนว่า"ห้าอันสิบเอามั้ย?"

ผมก็เอ๊...ลดราคาเร็วจัง แต่ไหงเสียงโหด ๆ

ผมจากมาห้าเมตร แกตะโกนเสียงดังว่า "สิบอันเป็นไง!!!"

ไกลอีกหน่อย เสียงเหี้ยม"ร้อยอันสิบไปเลยมั้ย!!!!"

- -" ....นี่กูทำอะไรผิดวะเนี่ย...น่ากลัว

sad smile
ชอบ Singapura Elderis Good Sapien

กับ ศัพท์เทคนิคอะ คิดได้ไงนี่

#6 By WhiteMapleS on 2009-02-02 10:14

อืมเพราะยิ่งผ่านมาเยอะก็ดเลยยิ่งแกร่งและเรียนรู้อะไรมาเยอะซินะ
confused smile confused smile Hot!

#4 By iTualek on 2009-02-02 07:58

คนดีหายาก แต่ก็ใช่ว่าไม่มีเนอะsurprised smile
ชื่นใจๆ
Hot!

#3 By S.Sasi on 2009-02-01 22:06

คนดีที่ไหนๆ ก้ทำให้ชื่นใจconfused smile

#2 By wesong on 2009-02-01 20:51

วันอังคารที่จะถึงนี้
จะไปสิงคโปร์พอดีเลย
ไปครั้งแรกน่ะ ...
จะเจอแบบที่ว่ามั้ยนะsad smile

#1 By Nong-Takrai on 2009-02-01 20:43