เรื่องกินสมัยนี้เป็นเรื่องใหญ่ครับ โดยเฉพาะเวลาไปเที่ยว ลองนึกภาพนักท่องเที่ยวคู่นึงในเกาะสิงคโปร์ดูนะครับ

 

นาง ก: เที่ยงนี้กินอะไรกันดีอะตัว เค้าหิวแล้ว

นาย ข: แล้วอยากกินอะไรล่ะ

นาง ก: ตัวเลือกเลยละกัน เค้ายังไงก็ได้

นาย ข: เอาข้าวมันไก่ร้านนั้นปะ

นาง ก: ไม่เอาอ่า มาสิงคโปร์เค้ากินแต่ข้าวมันไก่จนจะออกลูกเป็นไข่แล้ว 

นาย ข: งั้นข้าวหน้าหมูแดงเจ้าโน้นก็แล้วกัน ลงหนังสือแนะนำด้วยนะ

นาง ก: ไม่มีความเป็นตัวของตัวเองเลยใช่ไหมถึงกินตามคนอื่น 

นาย ข: งั้นจะเอาลักซา(ขนมจีนในแกงกะทิ)ไหม ดูน่าอร่อยดี

นาง ก: ไม่เอา เดี๋ยวก็อ้วนหรอก มีแต่กะทิกับแป้ง ไม่ดีต่อสุขภาพด้วย

นาย ข: หมี่ป็อก(หมี่ลูกชิ้นปลา)ไหมล่ะ

นาง ก: เอาอะไรที่เค้าไม่เคยกินได้ปะ 

นาย ข: งั้นตัวเลือกเองเลยละกัน

นาง ก: ไม่เอา ตัวเลือกเหอะ เค้ายังไงก็ได้ 


(วกกลับไปอ่านด้านบนใหม่อีกครั้ง ทำแบบนี้ไปซักรอบสามรอบ) 

 

 

เป็นอะไรที่ชวนนึกถึงเดี่ยว7มาก แต่ขอรับประกันว่าทัวร์ริสต์ตัวแม่แบบนี้มีเค้าจากเรื่องจริงพอๆกับอาร์ตตัวแม่ของคุณโน้สแหละครับ อยู่เมืองไทยจะพาคนพิเศษไปกินข้าวยังยาก แล้วไปหาข้าวกินตอนเที่ยวที่เมืองนอกไม่ยากกว่าอีกเหรอ?

 

แล้วลองนึกภาพสถานการณ์ด้านบนเกิดขึ้นบ่อยๆหลายๆรอบสิครับ มันจะต้องมีซักรอบนี่แหละที่มันเป็นแบบนี้

(ต่อจากบทสนทนาเมื่อครู่)

นาง ก: เหอะน่าตัว เค้ากินอะไรก็ได้ ตัวเลือกไปเหอะ

นาย ข: งั้นกินKFCเลยละกัน

/นาย ข ซ้ายหัน เดินหน้าเข้าร้านโดยไม่ฟังคำค้าน

 

อุตส่าห์ถ่อมาถึงเมืองนอกทั้งทีจะกินอะไรสิ้นคิดๆก็น่าจะสิ้นคิดแบบสร้างสรรค์หน่อยจริงมั้ยครับ

แล้วแบบไหนถึงจะสิ้นคิดแบบสร้างสรรค์ล่ะ?

 

MD ไดเรกต์มีคำตอบมาเสนอให้คุณแล้วครับท่านผู้ชม

/BGMแบบโฆษณาทีวีดังขึ้น หน้าม้าทำท่าเหมือนนางฟ้าจุติลงมาเต้นI Want Nobodyตรงหน้า

 

ก็พาไปกินฟาสต์ฟู้ดหรือเชนร้านอาหารที่ไม่มีให้เห็น(หรือมีไม่เยอะ)ในเมืองไทยสิครับ ได้ประสบการณ์ใหม่ๆไปอวดเพื่อน(แบบไม่ค่อยเต็มปาก)ด้วย อย่างน้อยไปกินฟาสต์ฟูดก็ได้ลองของใหม่เชียวนะ

 

ด้านตัวเลือกที่น่าสนก็มีมากมายครับ เช่น....

 

1. Yoshinoya

(ภาพจากกูเกิ้ล)

 

ร้านโยชิโนย่า(Yoshinoya)ครับ

ใครอ่านGTOอาจจะคุ้นๆหูชื่อนี้อยู่บ้าง เพราะโอนิซึกะชอบพูดถึงร้านนี้อยู่เรื่อยๆ

โยชิโนย่าเป็นร้านฟาสต์ฟู้ดแบบอาหารญี่ปุ่นครับ โดยทางร้านจะมีตัวเลือกเป็นอาหารจำพวกข้าวหน้าต่างๆเช่น ข้าวหน้าแซลมอนทอด หรือข้าวหน้าไก่เทอริยากิ ตัวชูโรงของทางร้านก็จะเป็นข้าวหน้าเนื้อวัว

(ภาพจากกูเกิ้ล)

ข้าวหน้าเนื้อวัวพร้อมน้ำซุป

 

ราคาอาจจะแพงซักหน่อย แต่รสชาติใช้ได้เลยครับ เป็นเชนฟาสต์ฟู้ดที่ดังในสิงคโปร์อยู่พอสมควร น่าจะหาได้ไม่ยาก หากเลี่ยนข้าวมันไก่ตามทางอาจจะไปลองข้าวหน้าไก่ย่างเทอริยากิที่โยชิโนย่าแทนก็ได้ ไก่ๆเหมือนกัน

ราคาของข้าว+เครื่องดื่มก็จะอยู่ที่ประมาณ$6(120กว่าบาท)ขึ้นไปครับ

 

 

2. Pepper Lunch 

credit ภาพ 

เป็ปเปอร์ ลันช์(Pepper Lunch)เป็นฟาสต์ฟู้ดเสต็กกระทะร้อนครับ โดยทางร้านจะเสิรฟ์เนื้อดิบกับข้าวมาให้เราได้คลุก+ปรุงเอง มีซอสกระเทียมกับซอสน้ำผึ้งมาให้เป็นเครื่องปรุงด้วย นอกจากเนื้อกระทะร้อนก็จะมีเนื้อราดซอสแกงกะหรี่ แซลมอน เสต็กพริกไทยดำ แล้วก็อย่างอื่นให้ลองอีกพอสมควรครับ

 

ข้าวหน้าเนื้อย่างพริกไทยดำ

 

 

แฮมเบิร์กเสต็กกับไข่ดาว 

 

เสต็กริบอาย

ส่วนที่เหลือไปดูเมนูเต็มๆได้ที่นี่ครับ 

 

ด้านราคานี่ผมไม่แน่ใจครับ เพราะไม่ได้ไปกินนานแล้ว แต่อย่างต่ำน่าจะประมาณ$7เหรียญ(ประมาณ150บาท) จัดว่าแพงพอตัว(อีกแล้ว) ไปกินบ่อยๆระวังได้กินแกลบแทนนะครับ

อนึ่ง Pepper Lunchมีสาขาประเทศไทยที่เซ็นทรัลเวิรลด์ด้วยนะครับ แต่ไม่แน่ใจว่ามีแค่สาขาเดียวรึเปล่า เพราะงั้นไปกินที่สิงคโปร์ก็นับว่าได้ลองของใหม่เหมือนกันแหละ

 

 

3. Thai Express

 

(ภาพจากหนูเกิ้ลจัง)

 

อันนี้พิเศษสำหรับคนที่เกิดอาการลงแดงอาหารไทยที่สิงคโปร์(เช่นผม) Thai Expressเป็นเชนอาหารไทยที่เห็นได้บ่อยในสิงคโปร์เลยครับ โดยมีอาหารทั้งไทยแท้(เช่น กระเพรา ผัดขี้เมา แกงเขียวหวาน) ไปจนถึงอาหารไทยพัฒนา(เช่น ข้าวหน้าปูนิ่ม) 

อย่างที่เคยบ่นไว้ในเอนทรี่ที่แล้ว อย่าหวังกระเพราไทยราคาไทยๆที่สิงคโปร์เลยครับ แพงกว่าเยอะ

แต่โดยรวมรสชาติก็ค่อนข้างดีนะค