Cubic Royale Part IV: Treaty of Alliance
posted on 21 Aug 2008 20:24 by moonatic in Cubic-School-side-storyเรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องราวจากโครงการโรงเรียนจำลอง โรงเรียนลูกบาศ์กนะครับ สนใจสามารถคลิกดูได้ที่ลิงค์
------------------------
เรื่องนี้อิงจากโลกคู่ขนานของรรลบ.ในฝันของฟ้าเหมือนฝันนะครับ ไม่ได้เกี่ยวกับตัวละครในโลกของรรลบ.โดยตรงแต่อย่างใด เป็นจินตนาการของผู้แต่ง(MD)ซะส่วนมาก
ริมหาดทรายเขตตะวันตก เวลา24:36น.
กร้อก! เสียงหักดังขึ้นเมื่อหมัดของแพทสัมผัสเข้ากับแขนของเย้เยก่อนที่เขาจะไถลไปกับพื้นทรายริมหาด
เย้เยในสภาพมนุษย์ต้นไม้กำลังอยู่ในสภาพสะบักสะบอม แขนขวาที่หักของเย้เยกำลังฟื้นสภาพขึ้น แต่ทว่า...
"เละกลายเป็นปุ๋ยไปซะเหอะ ไอ้ต้นไม้ผี" แพทกล่าวก่อนจะระดมหมัดและเท้าใส่เย้เยอย่างไม่ยั้ง การฟื้นตัวของเขาไม่สามารถตามการโจมตีอันรุนแรงของแพทได้ทันเลย
"แรงเยอะจริงๆนะเธอน่ะ" เย้เยกล่าวออกมาด้วยเสียงรวยริน
"ความสามารถพิเศษของดั๊นคือแรงช้างสารนะยะ บดเศษไม้อย่างแกไม่ได้แล้วจะไปทำอะไรกิน" แพทกล่าวออกมาในขณะที่กระทืบเท้าขวาใส่เย้เย
แม้การทำลายของแพทจะเร็วกว่าการฟื้นตัวขิงเย้เย แต่การจะทำให้เย้เยเกมส์โอเวอร์นั้นดูท่าจะกินเวลานาน เพราะที่เกิดจากการโจมตีนับครั้งไม่ถ้วนของแพทบนตัวเย้เยในร่างต้นไม้เริ่มจะสมานตัวอีกครั้งนึง
"การโจมตีแบบบดทำลายของเธอกว่าจะฆ่าฉันได้เธอคงหมดแรงก่อนล่ะนะ คิดว่าไงล่ะแพท" เย้เยกล่าวถากถางแพทแม้ว่าตนจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่อย่างที่เย้เยพูด ในระยะยาวเขาเป็นฝ่ายได้เปรียบจริงๆ
แล้วทางฝั่งไทยกับระล่ะ?
ปังๆๆๆๆ แก่กๆๆๆ
เสียงปืนกลดังขึ้นติดต่อกันก่อนจะหยุดลง ทว่าไทยไม่มีทีท่าว่าจะยิงโดนระเลย ตอนนี้กระสุนปืนกลของเขาหมดลงซะแล้ว
"หลบเก่งจังนะระ" ไทยกล่าวออกมาด้วยสีหน้าไม่เป็นกังวล สีหน้ายิ้มแย้มไม่เปลี่ยนแปลง
"แล้วนายแน่ใจรึเปล่าล่ะว่ายิงฉันถูกคน" ระกล่าวออกมาก่อนจะก้าวออกมาจากหลังก้อนหินที่ใช้หลบกระสุน
"ไม่สิ" เสียงของระกล่าวออกมาอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มาจากต้นไม้ข้างๆไทย
"นายรู้รึเปล่าว่าคนที่นายยิงเป็นระ" คราวนี้เสียงที่กล่าวออกมาเป็นเสียงเรียบๆแต่แฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์แทน
"ปอเองหรอกเหรอ แล้วมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย" สีหน้าของไทยไม่เปลี่ยนแปลง รอยยิ้มบนหน้ามนเพียงแสดงความแปลกใจเล็กน้อยเท่านั้น
"ตั้งแต่ถูกระเรียกตัวมานี่แหละ" ปอกล่าว ประกายกลับกลอกฉายอยู่ในตาคู่สวยของชายหนุ่ม
"เรียกตัว? ตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ ไม่สิ ประเด็นหลักคือพวกนายจับมือร่วมรบกันตั้งแต่เมื่อไหร่" ไทยถามด้วยสีหน้าที่ระบายไว้ด้วยรอยยิ้มที่ผสมความอยากรู้อยากเห็นลงไปด้วย
"ตั้งแต่ตอนนั้นล่ะมั้ง..."
ย้อนกลับมายังเวลา24:07น. ณ หาดทรายฝั่งตะวันตก
ครืนนนน~~~
เสียงดังกึกก้องดังขึ้น หมัดซ้ายของเย้เยในร่างต้นไม้ปะทะกับกำแพงที่มองไม่เห็น ชายผู้ถูก'กำแพง'ดังกล่าวป้องกันอยู่ตวัดมือขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะมีรอยตัดขนาดใหญ่บนตัวเย้เย ทว่าแผลจากการโจมตีดังกล่าวก็ปรากฏอยู่เพียงชั่วครู่ก่อนจะสมานตัวกันอีกครั้ง เย้เยทุ่มหินขนาดใหญ่ไปทางฝ่ายตรงข้าม แต่ทว่ามันก็ฝ่ากำแพงล่องหนดังกล่าวไปไม่ได้ การโจมตีของอีกฝ่ายก็ไม่รุนแรงพอจะจัดการเย้เย ในขณะที่เย้เยก็ฝ่ากำแพงล่องหนของอีกฝ่ายไม่ได้
"ดูท่าต่างฝ่ายต่างทำอะไรซึ่งกันและกันไม่ได้สินะ" ปอที่กำลังยืนคุยอยู่กับระกล่าวออกมา
"นั่นสินะ ว่าแต่นายจะไม่เข้าไปช่วยเพื่อนร่วมทีมหน่อยเหรอ"ระถามปอ
"เธอก็ด้วยนั่นแหละ ทำไมไม่ไปช่วยเย้เย" ปอถามกลับ
"เพราะฉันไม่มีความสามารถด้านการต่้อสู้น่ะสิ เข้าไปช่่วยก็ไม่มีประโยน์ มีแต่จะถ่วงแข้งถ่วงขาเย้เยเขา" ระกล่าวออกมา"พูดตรงจังนะระ"
"นายยังไม่ได้ตอบฉันเลยว่าทำไมไม่เข้าไปช่วยคู่หูนายเขา" ระไม่สนคำตอบของปอ เธอย้ำคำถามเดิม
"เขาคนนั้นไม่อยากเห็นผมต้องมาต่อสู้กับใครน่ะครับ เขาบอกว่าตาสวยๆของผมไม่จำเป็นต้องมาใช้มองคู่ต่อสู้ของตัวเอง ไว้ชื่นชมความงดงามของการต่อสู้ของเขาก็พอ" ปอตอบกลับมา ใบหน้าแสดงรอยยิ้มอบอุ่น
"โกหก..."
"ใช่ครับผมโกหก" ปอตอบกลับหน้าตาเฉย "ความจริงคือเขาไม่ชอบให้ใครมาจุ้นน่ะครับ โดยเฉพาะผม"
"งั้นเราต้องรออีกนานไหมกว่าคู่นี้จะสู้เสร็จ" ปอถามต่อ
"ไม่รู้สิ" ระส่ายหน้า
"งั้นจะรับข้อเสนอของผมไหม"
"ข้อเสนออะไรของนาย" ระถามปอด้วยสีหน้าสงสัย
"เรามาจับมือร่วมรบกันก่อนดีกว่า สู้กันแบบนี้อีก3ชม.จะเสร็จรึเปล่ายังไม่รู้เลย ดีไม่ดีเราจะถูกทีมอื่นจัดการซะก่อนระหว่างสู้กันด้วยซ้ำ เย้เยกับคู่หูฉันกินกันไม่ลง ส่วนเรา2คนก็ไม่มีความสามารถด้านการต่อสู้" ปอตอบ
"มีอะไรเป็นหลักประกันว่าพวกนายจะไม่ตุกติก"
"มีสิ นี่ไง" ปอกล่าวพลางชูกำไลข้อมือสีดำสนิทแบบเดียวกับที่เขาสวมขึ้นมา
"นี่อะไร"ระถามปอ สีหน้าไม่ไว้ใจอีกฝ่าย
"กำไลระเบิดน่ะ ถ้าชีพจรของฝ่ายใดฝ่ายนึงดับ กำไลทั้ง2อันจะระเบิดตัวเ้องทันที อย่างน้อยก็เพื่อเป็นข้อยืนยันว่าเธอกับเย้เยจะไม่ฆ่าที่เผลอพวกฉันซะก่อน ในขณะเดียวกันก็เป็นหลักประกันว่าฉันจะไม่ทำร้ายพวกเธอ"
"นี่เธอเชื่อผมเหรอ" ปอถามออกมาเมื่อระเอากำไลมาสวมข้อมือซ้ายโดยไม่ลังเล
"เชื่อสิ" ระกล่าวต่อพลางแสดงข้อมือขวาของตน มีกำไลสีดำแบบเดียวกันอยู่ "เพราะฉันก็มีกำไลแบบเดียวกันอยู่"กล่าวจบเธอก็รวบข้อมือข้างที่ว่างของปอมาสวมกำไลอีกอันของเธอ
"สรุปถ้าเราคนใดคนนึงตายอีกคนก็ตายชัวร์ๆสินะครับ เล่นสวมระเบิดไว้ทั้ง2ข้างทั้ง2คนแบบนี้" ปอพูดออกมา รอยยิ้มฉายแวว'แย่จังน้าแบบไม่จริงจังเท่าใดนัก
"ส่วนตอนนี้" ระกล่าว "นายกับคู่หูไปทางนาย ส่วนฉันกับเย้เยก็ไปทางของตัวเอง แต่เมื่อถึงเวลา ฉันจะเรียกพวกนายมาช่วยเอง"
"เรียกพวกฉัีนมางั้นเหรอ?" ปอถามด้วยสีหน้าออกฉงนใจเล็กน้อย
"ถูกต้องแล้ว เพื่อนร่วมรบ "
กลับมาที่เวลา 24:40น. ริมหาดทรายเขตตะวันตก
"ความสามารถของเธอเป็นอะไรกันแน่นะระ ถึงได้เรียกพวกเขามาโดยที่ฉันไม่รู้ตัวแบบนี้" ไทยหันมาถามระตัวจริงที่ออกมาจากข้างหลังก้อนหินแถวๆนั้น
"ความสามารถในการเทเลพอร์ตไงล่ะไทย" ระกล่าว "ฉันสามารถเทเลพอร์ตทีมไหนก็ได้จากจุดๆนึงไปยังที่ที่ฉันอยู่ได้ โดยมีเงื่อนไขว่าฉันสามารถย้ายได้เฉพาะทีมที่มีคนที่สวมกำไลระเบิดอีกอันของคู่ที่ฉันมีอยู่เท่านั้น"
"ความสามารถกับเงื่อนไขที่แปลกประหลาดแบบนี้ใช้ยากจังนะ คงอยู่ในหัวตั้งแต่กินยาเม็ดนั้นล่ะสิ" ไทยถามต่อด้วยความสงสัย
"ถูกต้อง มันอยู่ในหัวของฉันเองหลังจากกินยาเม็ดนั้นเข้าไป" ระตอบกลับมา ก่อนจะถามตาม "ว่าแต่นายไม่ห่วงแพทเหรอ?"
โครม!!!
เสียงดังสนั่นดังขึ้นเมื่อหมัดของแพทปะทะเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น แทนที่จะเป็นผิวเปลือกไม้ของเย้เย
"แกมาทำไม อีหน้าหมา" แพทพึมพำกึ่งบ่้นออกมาเมื่อเห็นหน้าบุคคลที่ไม่ค่อยพึงประสงค์โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้
นกสีเหลืองตัวนึงที่บินมาจากไหนก็ไม่รู้ร้องขึ้นมาเบาๆเหมือนเพลงเปิดตัวของบุคคลดังกล่าว ก่อนจะบินกลับไปเกาะบ่าเจ้านายผู้มีหน้่าบอกบุญไม่รับอยู่ตลอดเวลา
"ก็แค่โดนใครที่ไหนก็ไม่รู้ลากมานั่นแหละ"วินด์ตอบด้วยสีหน้าเฉยเมย
"ไม่นึกนะว่าจะมีการจับคู่ร่วมรบกันเร็วแบบนี้ แต่อย่างว่า เทคนิคก้นหีบแบบนี้แหละที่ทำให้กิจกรรมนี้สนุก จะว่าไปแล้วทางฉันเองก็มีไพ่ที่ยังไม่ได้แสดงอยู่เหมือนกัน จริงไหม?"
ฉับพลันก้อนสีดำขนาดใหญ่ที่มีหญิงสาวผมสีน้ำตาลสั้นยืนอยู่ข้างบนก็หล่นลงมาจากฟ้า หวิดทับวินด์กับเย้เยไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด
"ฉันมาตามสัญญาแล้วนะไทย" สาวผมน้ำตาลกล่าวก่อนจะลอยลงมาช้าๆจากก้อนสีดำปริศนา ในขณะเดียวกันก้อนสีดำดังกล่าวก็เริ่มคลายตัวออกมาเป็นเส้นผมสีดำยาวนับพันนับหมื่นเส้น เผยให้เห็นเด็กผู้หญิงผมดำตัวเล็กข้างใน ก่อนที่จะผมทั้งหมดจะหดสั้นลงเรื่อยๆไปรวมยังมวยผมทรงกลมเล็กๆบนหัวของเด็กสาว
"ขอบใจที่มานะพราว ไอริน" ไทยยิ้มให้ทั้ง2คน
"เหตุผลหลักๆที่ฉันกับไอรินมาก็เพราะความสามารถของนายนี่แหละ" หญิงสาวผมน้ำตาลหรือที่ไทยเรียกว่าพราวกล่าวออกมา "นอกจากนี้ฉันอยากหาคนที่ถูกคอคุยด้วยซักหน่อย" เธอกล่าวตาพลางหันมามองแพท
"นั่นสินะ ฮะๆๆ" ไทยตอบกลับพลางหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะหันมาทางพวกปอกับระที่เริ่มแสดงสีหน้าคิดหนักเล็กๆ
"เท่านี้การต่้อสู้ก็เป็นแบบ4ต่อ4แล้วนะ" ไทยหันมายิ้มให้กับอีกฝ่าย "เรามาเริ่มกิจกรรมแบบจริงๆจังๆกันเถอะ"
Part IV:Treaty of Alliance end, to be continue in Part V: Let Us Rewind to the Dawn


#1 By pinpin on 2008-08-24 14:48