Cubic Royale Part III: Man VS Beast

posted on 18 Aug 2008 20:44 by moonatic  in Cubic-School-side-story

เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องราวจากโครงการโรงเรียนจำลอง โรงเรียนลูกบาศ์กนะครับ สนใจสามารถคลิกดูได้ที่ลิงค์

------------------------

เรื่องนี้อิงจากโลกคู่ขนานของรรลบ.ในฝันของฟ้าเหมือนฝันนะครับ ไม่ได้เกี่ยวกับตัวละครในโลกของรรลบ.โดยตรงแต่อย่างใด เป็นจินตนาการของผู้แต่ง(MD)ซะส่วนมาก

Part I: Dawn of War

Part II: Mental Omega

 

เวลา 24:22น. ณ ป่าเขตตะวันตก

กระสุนในปืนกลกีกี้หมดแล้ว เขาถูกต้อนจนจนมุม ข้างหลังเขาเป็นหน้าผา และเขาไม่มีเวลาพอจะปีนขึ้นไปด้วย แม้เขาจะสามารถจัดการคิตตีเลี่ยนที่รุมล้อมตัวเองอยู่ไปได้ตัวนึง แต่มันไม่พอ นี่เขาจะต้องมาเกมโอเวอร์ที่นี่จริงๆเหรอ แถมต้องมาถูกตัวประหลาดแบบนี้ฆ่าตายอีก มันไม่น่าพิศมัยเอาซะเลย

"ไอริส หล่อนไปอยู่ไหนวะยัยหัวน้ำตาล" เขาสบถอยู่ในใจ ถ้าเขาโดนไอ้อุบา์ทว์พวกนี้ฆ่าตายเขาจะไปเข้าฝันยัยนั่นทุกคืนเลย

พวกคิตตีเลี่ยนกำลังชาร์จลำแสงสีชมพูอันตราย และมันกำลังเล็งมาที่เขา

"เวรกรรม นี่เราต้องมาตายจริงๆเหรอเนี่ย ไอริสนะไอริส ช่วยโผล่หัวมาเร็วๆหน่อยสิ อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องมาโดนไอ้พวกนี้เก็บอยู่คนเดียว" กีกี้หลับตาลง นึกภาพโลกที่สวยงามเป็นครั้งสุดท้าย ทำใจว่าคนเราเลือกที่ตายไม่ได้ แต่ทว่า....

"กรี้ดดดดดดดดดดด" เสียงกรีดร้องดังมาจากข้างหลังของกี้ แทบจะทันทีมอเตอร์ไซค์คันนึงที่มีเด็กผู้หญิงผมน้ำตาลกำลังขี่อยู่ก็พุ่งออกมาจากหน้าผาเหนือหัวชายหนุ่ม หล่อนดีดตัวลงมาจากมอเตอร์ไซค์ ที่พุ่งเข้าไปหาคิตีเลี่ยนตัวนึง ก่อนที่จะเอาปืนกลแกตลิ่งขนาดใหญ่ที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้สาดใส่พวกที่เหลืออย่างไม่่ีรีรอ ฉับพลัน คิตีเลี่ยนก็เหลือเพียง3ตัวเท่านั้น

"ไอริส!!" กี้อุทานออกมา

"หลังจากนี้อย่าลืมชมว่าชั้นเท่ด้วยล่ะ ไอ้หัวเม่น!" ไอริสกล่าวออกมาก่อนที่จะไม่เปิดจังหวะให้พวกคิตตีเลี่ยนที่เหลือตั้งตัว ปืนแกตลิ่งในมือเธอแปรสภาพเป็นเครื่องพ่นไฟขนาดยักษ์ทันที เธอใช้มันสาดเข้าไปใส่พวกคิตตีเลี่ยนอย่างไม่ปราณี ในเวลาไม่นานคิตตีเลี่ยนที่เหลือก็กลายเป็นตอตะโกไปโดยปริยาย

กี้คงจะต่อท้ายที่พูดมาเมื่อกี้ว่้า'หล่อนมาสายนะเฟ้ยยัยหัวน้ำตาล' แต่เครื่องพ่นไฟในมือของไอริสกับเรื่องที่ว่าเธอพึ่งช่วยเขาไปทำให้เขาเปลี่ยนใจในสิ่งที่จะพูด

"เธอเท่ดีนะ" เขาพูดออกมา

"อยู่แล้ว ใครจะสู้ท่านไอริสคนนี้ได้ 5555 ว่าแต่ไอ้แมวปลาหมึกพวกนี้เหรอที่นายเรียกคิตตีเลี่ยน" ไอริสพูดพลางเขี่ยเศษเถ้าท่านอดีตคิตตีเลี่ยนสุดอันตราย

"อืม แล้วโรงเก็บของจากแผนที่ในกระเป๋าเราล่ะมีอะไรไหม อันที่ฉันไปโดนดักจู่โจมระหว่างทางซะก่อนเลยไม่ได้เห็นกับตา"

"ที่ที่ฉันไปเจอมีมอเตอร์ไซค์อยู่คันเดียวนี่แหละ แล้วก็นี่" ไอริสกล่าวพลางส่งปืนช็อตกันให้กีกี้กระบอกนึง

โครม! คราม! ครืนนน!!

เสียงดังสนั่นดังมาเป็นระยะๆ เสียงต้นไม้ล้มโครมครามส่งสัญญาณให้พวกกี้รู้ว่าศัตรูมาแล้ว กีกี้กระชับปืนในมือในขณะที่ปืนไฟของไอริสแปลงสภาพเป็นบาซูก้า ทั้งคู่ทำใจไว้แล้วว่าจะต้องเจอคู่ต่อสู้ที่ไม่ธรรมดา แต่ทว่าสิ่งที่พวกเขาเจอมันเหนือกว่าที่คาดมากนัก...

"กรรรรรร"

เสียงคำรามดังสนั่นดุจฟ้าผ่าดังขึ้นมาเมื่อหมีขนาดเท่ารถถังกระโจนเข้ามายังไอริสและกีกี้ ต้นไม้ที่ขวางทางต่างถูกชนล้มไป ไม่เป็นอุปสรรคต่ออสูรร่างยักษ์เลยแม้แต่น้อย ไอริสกระชับบาซูก้าในมือเตรียมจะยิง ทว่าลำแสงสีชมพูกว่า10สายที่ยิงออกมาทำให้เธอต้องเลือกที่จะโดดหลบซะก่อน คิตตีเลี่ยนกว่า10ตัวกำลังลอยอยู่ไม่ไกลจากหมียักษ์นัก

"จัดการได้" วิออกคำสั่งเสียงเรียบ คิตตีเลี่ยนทั้งหมดระดมลำแสงสีคิกขุอย่างไม่ลังเลไปยังไอริสและกีกี้ ต้นไม้ในบริเวณล้มไปเป็นแถบเพราะพลังทำลายมหาศาลทั้งของหมียักษ์และกองทัพคิตตีเลี่ยน

"ไปไกลๆเลยไอ้แมวผี!" กีกี้รัวช็อตกันใส่คิตตีเลี่ยนเหนือหัว แต่เพราะความเร็วของมันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะต่้อสู้กับศัตรูแบบนี้ด้วยช็อตกันที่ต้องอาศัยเวลาชักก่อนจะยิงได้อีกนัด คิตตีเลี่ยนเองก็ไม่เปิดจังหวะให้หนุ่มหัวแหลมนานนัก ทั้ง2ฝั่งผลัดกันแลกกระสุนกันไปหลายกระบวนท่า แต่ทว่า..

"โธ่ว้อยยยย" กีกี้สบถ กระสุนช็อตกันในมือเขาหมดแล้ว แรงของเขาก็เริ่มร่อยหรอลงเรื่อยๆ

ทางด้านไอริสนั้นดูท่าจะมีสถานการณ์ที่ดีกว่าพอสมควร เธอแปลงสภาพอาวุธในมือเป็นปืนไฟอีกครั้ง สายไฟไม่ขาดสายสามารถจัดการคิตตีเลี่ยนได้ดีกว่า นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันไม่ให้หมียักษ์เข้ามาโจมตีได้ด้วย วิไม่ได้แสดงสีหน้าหนักใจแม้ว่าคิตตีเลี่ยนที่พามาจะลดลงจาก14ตัวเหลือเพียง9ตัวก็ตาม

"เปลี่ยนฟอร์เมชั่น ใช้กระบวนทัพเคโระแตกฝูง" วิออกคำสั่ง

คิตตีเลี่ยนทั้งหมดตอบรับคำสั่งของวิทันที พวกมันกระจายกลุ่มออกไป เลือกที่จะบินฉวัดเฉวียนแล้วยิงลำแสงที่อาณุภาพต่ำกว่าแต่ใช้เวลาชาร์จน้อยกว่าแทน แม้พลังทำลายจะลดน้อยลง แต่มันก็เป็นการยากสำหรับไอริสที่จะโจมตีด้วยเช่นกัน

"เฮ้ยไอ้หัวเม่น" สาวผมน้ำตาลตะโกนเรียกเพื่อนร่วมทีม "ใช้ความสามารถของนายไปเลย!"

"แน่ใจนะไอริส!?" กีกี้ตะโกนถามกลับมาด้วยเสียงที่ไม่แน่ใจ "คราวก่อนที่ทดลองใช้เราเกือบตายกันเลยนะ"

"แล้วนายจะโดนแมวผสมปลาหมึกยิงตาย หมีกระเดือก หรือ เสี่ยงกับมันล่ะ"

"ก็ได้ฟะ เอาก็เอา แต่ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาชั้นไม่รับผิดชอบนะเฟ้ย"

หลังกล่าวจบ กีกี้เริ่มตาเหลือกจนเหลือเพียงตาขาวเท่านั้น สีหน้าแข็งกร้าวยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำอีกครั้งแม้จะมีสปอตไลท์มากมายที่ทำงานอยู่ทั่วเกาะ พื้นเริ่มสั่นเล็กๆ ไอริสทำหน้าเหมือนเตรียมทำใจเล็กๆก่อนที่ความสามารถที่แท้จริงของกีกี้จะประจักษ์สูสายตาของวิและภูมิ

ฉับพลันสาเหตุที่ท้องฟ้ากลายเป็นสีดำก็ปรากฏ ฝูงแมลงนับล้านไม่ว่าจะเป็นผึ้ง ตั๊กแตน ตัวต่อหรือแม้แต่แมลงวันจากทั่วทุกมุมของเกาะกำลังบินโถมลงมายังพวกวิและภูมิ มดกับปลวกอีกหลายล้านกำลังเคลื่อนพลออกมาจากพื้นดินราวกับกองทัพจากโลกใต้พิภพ ทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของกีกี้ และพวกมันถือว่าวิและภูมิในร่างหมียักษ์เป็นศัตรูอยู่...

----

ณ อีกจุดนึงของเกาะ ริมหาดทรายเขตตะวันตก เวลา24:28น.

"เกิดอะไรขึ้นกันวะเนี่ย"  เย้เยพึมพำเบา่ๆ ฝูงแมลงนับล้านที่มาจากทั่วทุกมุมเกาะกำลังมาอย่างมืดฟ้ามัวดินไปยังจุดๆนึงของเกาะ

"ดูท่าจะมีคนที่มีความสามารถไม่ธรรมดาซะแล้วสินะ" ระกล่าวออกมา การที่แมลงจำนวนมหาศาลจะเคลื่อนพลแบบนั้นมีเพียงเหตุผลเดียว ผู้ใช้ความสามารถกำลังใช้พลังอะไรซักอย่างอยู่

"นี่ระ เย้เย" เสียงที่3ดังขึ้นมา "อย่าลืมสิว่าตอนนี้พวกเรากำลังทำกิจกรรมกันอยู่"

ไทยกล่าวจบก่อนที่จะกราดปืนกลในมือไปทางระ แต่ทว่าไม่มีลูกใดกระทบหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย

"คิดว่าเล่นทีเผลอแล้วจะได้แอ้มเหรอไทย" เย้เยที่เข้ามาขวางกระสุนกล่าวออกมา

ผิวสีน้ำตาลของชายหนุ่มร่างโย่งเปลี่ยนจากสีำน้ำตาลคล้ำกลายเป็นสีน้ำตาลเปลือกไม้ 'เกล็ด'ผุดออกมาจากแขนทั้ง2ของชายหนุ่มซ้อนเป็นชั้น ไม่สิ 'เปลือก'อาจจะเหมาะกว่า รองเท้าที่หายไปไหนก็ไม่รู้แสดงให้เห็นว่าขาของเขากำลัง'หยั่งราก' ลงไปกับพื้น ร่างสูง184ซม.กำลังยืดขึ้นเรื่อยๆ ในเวลาไม่นาน เขาก็สูงกว่า4เมตร 

'แผล'ไร้เลืิอดจากกระสุนกำลังสมานตัวอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ผมของเย้เยกลายเป็นใบมะพร้าวยาวสีเขียว ใบหน้าของเขากลายเป็นสิ่งที่หน้าตาไม่ต่างจากพี่หัวโขนก็ไม่ปาน จมูกที่เป็นกิ่งยื่นออกมา ปากที่มันฟันไม้เป็นซี่ๆคล้ายไปากโครงกระดูก นัยต์ตากลวงที่มีประกายสีเฮเซลอยู่จางๆตรงกลาง

"เละไปซะเถอะไทย!" เย้เยที่กลายสภาพเป็นมนุษย์กึ่งมะพร้าวขนาดใหญ่คำรามออกมาด้วยเสียงที่ราวกับดังออกมาจากถ้ำลึก

เขาใช้แขนที่ยืดออกมาจนมีความยาวกว่า2เมตรหวดไปที่ไทยซึ่งหลบได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปดปืนกลในมือไม่ได้ผลกับต้นไม้ยักษ์ตรงหน้า

"แกเป็นมนุษย์มะพร้าวงั้นเรอะ อีพาราโบล่า" เสียงที่4ดังขึ้นมา สำเนียงแปร่งๆเล็กน้อย ร่างสูงเมื่อเทียบกับผู้หญิงทั่วไป นัยต์ตาสีเขียวและปากสีส้ม และสุดท้าย คัพE[normous]ขนาดใหญ่ของเจ้าตัว ทั้งหมดนี้บ่งบอกบุคคลที่4ได้เป็นอย่างดี มิสอเมริกาประจำห้องม.4/1หรือแพทนั่นเอง

"ยัยโคนมปากส้มอย่างเธอหุบปากไปเหอะ" เย้เยกล่าวกับอีกฝ่าย ขาที่หยั่งรากกำลังถูกถอนขึ้นขณะที่เจ้าตัวเงื้อขาขึ้นก่อนจะเตะไปยังสาวร่างสูงด้วยแรงมหาศาล

"จุ๊ จุ๊" แหม่มสาวจุ๊ปากเหมือนกับกำลังดุเด็กไม่ประสีประสาอยู่ เธอใช้มือเปล่ารับการโจมตีของมนุษย์ต้นไม้ได้อย่างไม่ยากเย็น!

"ไม่ได้มีแต่แกนะเฟ้ยที่มีพลังพิเศษ!" เธอขึ้นเสียงก่อนที่จะเหวี่ยงเย้เยออกไปให้พ้นทางด้วยความง่ายดายราวกับกำลังพลิกหน้าหนังสือ

"เย้เย!" ระตะโกนออกมาด้วยความตกใจ ในขณะที่จะวิ่งไปช่วย กระสุนปืนกลห่านึงก็ถูกยิงออกมาสกัดหญิงสาวซะก่อน

"คู่กิจกรรมของเธอคือฉันต่างหาก" ไทยกล่าวออกมา ปืนกลในมือ เล็งไปที่ระอีกครั้งนึง

"กิจกรรมมันต้องเริ่มแบบนี้สิถึงจะสนุึก เรามาทำกิจกรรมกันให้สนุกดีกว่านะระ" ไทยกล่าวออกมา สีหน้ายิ้มแย้มดูชวนขนลุกเหลือเกินสำหรับระ

"ถูกต้องเลยจ๊ะฮันนี่" แพทกล่าวเสริม "มาเริ่มกิจกรรมกันเลยeveryone~~"

 

Part III: Man VS Beast end, to be continue in Part IV: Treaty of Alliance

 

 

ปล. ด้วยสาเหตุบางประการ side storyเรื่องนี้อาจจะใช้เวลานานขึ้นต่อหนึ่งตอน ต้องขอโทษมานะที่นี่ด้วยนะครับ

ปล2. ถ้าเป็นไปได้สังเกตุเวลาคร่าวๆของแต่ละเหตุการณ์นับจากนี้ไปนะครับเพื่อเพิ่มอรรถรส

ปล3. ถ้าตัวละครตัวไหนบรรยายลักษณะนิสัยออกมาได้ไม่ตรงกับต้นฉบับ(ไม่นับความเลือดเย็น+โหดที่เพิ่มขึ้นในตัวละครside storyนี้ทุกตัวนะครับ) รบกวนผปค.ที่เข้ามาดูแจ้งผมในคอมเมนท์ด้วยนะครับ จะได้แก้ให้(ถ้าทัน)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

....โคนมปากส้มsad smile

แล้วทำไมต้องมะพร้าวembarrassed

#1 By @arrow@ & Puu on 2008-08-21 21:18

รู้สึกฟิคอันนี้จะเป็นการเน้นเอกลักษณ์ของแต่ละคนให้ออกมาเหนือจริงสินะ
เพราะไม่ว่าจะแปลกประหลาดแค่ไหน ก็มีฐานจากข้อมูลเดิม

เย้เยตอนแรกผมก็งงว่าทำไมรากงอก แต่พอบอกว่าใบมะพร้าวนี่เก็ทล่ะ
แต่ภาพรวมตอนแปลงร่างเสร็จยังไม่กล้านึก คงสยองพิลึก

แพทก็น่ากลัวแล้ว บางทีคราวนี้ที่น่ากลัวสุดคือไทยละมั้งsad smile

#2 By ร.ร.ล.บ. on 2008-08-21 21:27

กร๊าก มัน มั่ว รั่ว ยอดส์


แหล่มมากครับ สนุกมากๆเลยล่ะ confused smile

#3 By Zairen_Bibliophobia on 2008-08-21 21:35

....sad smile

อึ้ง.....

อ่านแล้วผปค.ยังกลัวเด็กตัวเองเลย

/พึมพัมกับตัวเอง "จากนี้ไปตรูไปแกล้งมันมากๆ มันจะเอาแขนกิ่งตบตรูตายมั้ยฟระ?"

#4 By Karintra / El Yeye on 2008-08-21 21:43

มันสะเด็ดพะยะค่ะ...
มันแล้วสิ มันเริ่มทวีความมันแล้วสิ

ต่อๆๆๆๆ
รออ่านนะครับ MD
ไทยมันร้าย...
แพตมันก็ร้ายยย...

โฮะๆๆๆๆๆๆๆconfused smile

#5 By Thai-Cubic on 2008-08-22 12:00

big smile

#6 By MomMom on 2008-08-22 16:18

แม่เจ้า...เย้เยเป็นมนุษย์มะพร้าวไปแล้ว
กีกี้ตอนนี้ยังกะชิโนะเน่ะ สุดยอดดดด
ไม่รู้ทำไมชอบคาร์แรกเตอร์ไทยกับแพตล่ะ

#7 By -((666 Error))- on 2008-08-22 19:12

ฮา มนุษย์มะพร้าว
มันเป็นฟิคที่มันส์ รั่ว มั่วสุดยอดดconfused smile
แพทได้พลังพิเศษอะไรเน้ออ

#8 By SEsai*im อิ่มๆ on 2008-08-22 21:40

>>#1
เห็นในการบ้านที่1เจ้าตัวบอกว่าชอบปีนต้นมะพร้าวน่ะครับ

>>#7
ผมก็ชอบครับ ไทยในฟิคผมมันจิตดีopen-mounthed smile

>>#8
ความสามารถพลังช้างสารไงครับ เพราะงั้นแพทถึงเหวี่ยงเย้เยร่างต้นไม้กระเด็นได้
มันส์มาก!!!!

เพิ่งได้เข้ามาอ่านก็ตอนที่สามละ สนุกอ่ะ ดูเวอร์ๆดี 5555

#10 By pinpin on 2008-08-22 22:14

เอิ่ม..มาเม้นแทนอีนังแพทเเร่ดมิเลิก (ขี้เกียจล็อกอินใหม่)

ลูกเดี๊ยน..
เอิ่ม

กลับมาบ้านสงสัยเดี๊ยนเตรียมกรงไว้ดีกว่า

แต่ก็สนุกดีค่ะเหมือนดูสัตว์สู้กัน
55

#11 By *MRS-LENNON on 2008-08-23 16:36

โอ้ย สนุก
แม่ฟ้าแอบลุ้นนะคะ ฮ่าๆ
ไม่อยากคิดสภาพเย้เยจริงๆ

ไทยน่ากลัวอะ

#12 By นานาาา on 2008-08-23 22:54

MD...
วันนี้แม่ปันปราย ทำพะโล้ล่ะ..

แวะมาบอก ให้หิวเล่น big smile

#13 By MomMom on 2008-08-24 21:00