Drama Under the Rain

posted on 25 Jul 2008 21:09 by moonatic  in Cubic-School-side-story, my-view

เรื่องราวต่อไปนี้เป็นโครงการส่งเสริมความเป็นไทยจากโครงการโรงเรียนลูกบาศ์กนะครับ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับจขบ.หรือใครต่อใครในสิงคโปร์แต่อย่างใด

ความคิดเห็นที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม(เวอร์ไปไหมหว่า)

------------------------

somewhere ณ กรุงเทพฯ

วัยรุ่นผิวออกคล้ำคนนึงเดินตามทางเท้ามาด้วยความเร็วพอสมควร ร่างสูงสมส่วนนั้นมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านเช่าDVDที่แสนจะธรรมดาร้านนึง ผมดำอมน้ำตาลยาวเกือบแตะจมูกปลิวไหวไปกับลมแรงที่สื่อถึงการมาของพายุฝน สีหน้าออกเฉยเมยภายใต้แว่นสีดำสนิทนั้นดูมีเค้าของชาวยุโรปกับจีนปนอยู่ หากดูไปดูมาก็อาจจะออกเท่อยู่ไม่น้อยในสายตาบางคนหากนายคนนี้ไม่จามออกมา ปล่อยน้ำมูกยืดหนืดไหลไปตามแรงลม เรียกสีหน้าแสดงเจตจำนงค์จะขย้อนของเก่าจากใครต่อใครที่โชคร้ายไปเห็นฉากไม่น่าพิศมัยนี้เข้า 

เมื่อเห็นท่าว่าอยู่ต่อไปคงเสียเวลาเก๊กไปเปล่าๆ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเดินเข้าร้านเช่าDVDไป หน้าแดงร้อนผ่าวขณะที่ใช้กระดาษทิชชู่ซับน้ำมูก

ร้านเช่าDVDดังกล่าวมีขนาดปานกลางง่ายต่อการเฝ้าดูสำหรับเจ้าของร้าน ชั้นวางของตรงข้ามเคาน์เตอร์เต็มไปด้วยภาพปกหนังต่างๆที่ทางร้านมีให้เลือกสรร มีทีวีเครื่องนึงตั้งอยู่บนเคาน์เตอร์ พนักงานเคาน์เตอร์สาวมีรอยยิ้มอบอุ่นรับลูกค้าและดูท่าจะจำผู้มาเยือนได้เสียด้วย

"สวัสดีจ๊ะ มายืมเรื่องอะไรเหรอธี" พนักงานสาวเอ่ยทักลูกค้าขาประจำอย่างเป็นกันเอง

"สวัสดีครับ พี่บี ผมขอDVDเรื่องBatman Beginsนะครับ" ธีตอบกลับมา

"จะไปดูภาคDark Knightเร็วๆนี้ล่ะสิ ไปกับแฟนเหรอ" บีพูดต่ออย่างรู้ทัขณะกำลังหาDVDดังกล่าวจากชั้นDVDหลังเคาน์เตอร์

"แฟนเฟินอะไรกันล่ะครับ แค่ไปกับเพื่อน6-7คนเอง" ธีหัวเราะเบาๆขณะตอบ ในมือล้วงกระเป๋าตังค์กับบัตรสมาชิกออกมา

"อ่ะ นี่จ๊ะ ค่าเช่าพี่หักจากเงินในบัตรสมาชิกนะ" 

ธีรับDVDมา พร้อมทั้งกล่าวลาบี แต่แทบจะทันทีที่ธีก้าวออกมาจากร้าน ร่มของคนโชคร้ายแถวๆนั้นก็โดนลมหอบใหญ่พัดตัดหน้าธีไปไม่กี่ซม. ตามด้วยฝนห่าใหญ่ที่ตามมาติดๆ ธีตีหน้านิ่ว ดูท่าเขาคงจะต้องรอที่ร้านเสียแล้ว แต่มานั่งรากงอกอยู่ในร้านเช่าDVDแบบนี้ไม่รู้จะดีรึเปล่า

"ธีนั่งรอในร้านไปเถอะพี่ไม่ว่าหรอก" บีตอบมาราวกับรู้ว่าธีคิดอะไรอยู่ ธีจึงเดินมานั่งที่เก้าอี้พลาสติกตัวสีส้มข้างๆเคาน์เตอร์ มือถือของชายหนุ่มโทรไปหาที่บ้าน

"ฮัลโหล พ่อเหรอ ผมติดฝนอ่ะเลยรออยู่ที่ร้านพี่บีอ่ะ เดี๋ยวฝนหยุดผมกลับบ้านนะ แค่นี้ บ้ายบาย เปล่าพ่อ ผมไม่ได้คิดจะฉวยโอกาสจีบพี่เขา" คำสนทนาประโยคท้ายเล่นเอาพนักงานสาวหัวเราะออกมาเบาๆ พ่อลูกคู่นี้ดูจะสนิทกันเหมือนเดิมในสายตาของเธอ

บีเปิดทีวีเพราะคาดว่าคงจะไม่มีใครมาเช่าDVD/VCDเอาตอนนี้ เป็นจังหวะเดียวกับที่เพลงอินโทรละครหลังข่าวเรื่องดังเริ่มขึ้นมาพอดี

ละครดังกล่าวเป็นละครหลังข่าวที่แสนจะธรรมดาในสายตาธีชื่อ'อเวจีสีม่วง' เนื้อเรื่องก็เป็นไปตามคาด ตัวเอกกับตัวร้ายตีกันแย่งนางเอก/พระเอก ตัวละครบางตัวชั่วยังกับซาตานมาเกิด บางตัวก็ดีจนน่าหมั่นใส้ ตอนจบไม่ตัวร้ายกลายเป็นตัวดีก็ต้องแพ้หมดรูป

ไม่สิเรื่องนี้ออกจะต่างจากกระแสสักนิด เพราะในเรื่องนี้พระเอกหน้าเข้มตีกับตัวร้ายกายล่ำเพื่อแย่งพระรองหน้าหวานปานสตรี แต่ก็นั่นแหละ ความแตกต่างจากละครแนวเดียวกันเรื่องอื่นๆมันมีแค่นั้นจริงๆ น่าแปลกใจที่ว่าความแปลกแหวกแนวเล็กน้อยนั้น ทำให้ละครเรื่องนี้กลับเป็นที่นิยมอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะในบรรดาสาวกวาย ว้าย วายทั้งหลาย แน่นอน เทียนเพื่อนรวมชั้นหัว3กอของเขาก็เป็นหนึ่งในนั้น

"น่าเบื่อ..." ธีพึมพำออกมา

"ทำไมล่ะ" บีถามออกมาแต่ก็พอเดาคำตอบของธีได้

"ละครหลังข่าวตามกระแสตลาดแบบนี้มันธรรมดาจะตายในสายตาผม พลอตเรื่องก็เดาได้ค่อนข้างง่าย ตอนจบก็ไม่หักมุม หลายๆส่วนก็ไม่สมจริงถ้าเอามาคิดดูดีๆ ผมล่ะไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมคนถึงชอบดูมันกันนักกันหนา" ธีบ่นออกมาอย่างไม่เกรงใจขาละครทั้งหลายทั่วประเทศ

"นั่นสินะ ธีอาจจะไม่ชอบละครแนวนี้ แต่รู้ไหมทำไมมันถึงประสบความสำเร็จ?" บีตอบกลับมาโดยการยิงคำถามอีกคำถามนึงมาแทน

"ไม่รู้สิครับ บ้านผมไม่มีใครดูละครหลังข่าว"

"ก็เพราะมันไม่สมจริงในขณะที่อยู่ในขอบเขตความเป็นจริงไงล่ะธี ในบทธรรมดาที่ดำเนินเรื่องในสังคมสมัยนี้มีเนื้อเรื่องที่ยากจะเป็นจริงอยู่ ซึ่งก็เป็นเสน่ห์ของละครหลังข่าวหลายๆเรื่อง คนดูได้เห็นสิ่งที่พวกเขาคิดว่าจะไม่ได้เห็นได้ง่ายๆผ่านทางจอทีวีได้หลังจากกลับมาเหนื่อยๆจากที่ทำงาน พวกเขาดีใจที่ได้เห็นตัวเอกทั้ง2ดีกันมากขึ้น ร่วมเสียใจไปกับตัวละครเมื่อมีอะไรเกิดขึ้น และรู้สึกอิ่มเอิบอย่างบอกไม่ถูกร่วมไปกับตัวละครเมื่อเนื้อเรื่องจบลงด้วยดีโดยที่คลี่คลายทุกอย่างได้

พลอตเรื่องราวที่ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายธรรมดาอาจจะไม่น่าสนใจมากนัก แต่เพราะความเรียบง่ายธรรมดานั่นแหละมันถึงได้มีเสน่ห์ เพราะคนดูที่เหน็ดเหนื่อยมากับชีวิตประจำวันสามารถดูดซึมเรื่องราวได้โดยง่าย ไม่ต้องมาคิดมากต่ออีก เหมือนกับข้าวต้มที่ย่อยได้ง่ายสำหรับคนป่วยนั่นแหละ" 

ธีอึ้งไปพักนึง เบื้องหลังละครหลังข่าวแสนธรรมดาก็มีแนวคิดที่น่าสนใจอยู่ด้วย

"แต่นี่เป็นความคิดส่วนตัวของพี่นะ ไม่รู้ธีจะเห็นด้วยรึเปล่า เพราะพี่ก็ไม่ได้เป็นแฟนละครหลังข่าวหรอก" 

"แนวคิดพี่ก็ดีออกนี่ครับ แต่ถ้าพี่ก็ไม่ได้ชอบดูละครหลังข่าวมากนักเหมือนผม แล้วทำไมมาเสียเวลาแจงให้ผมฟังล่ะครับ" ธีถามด้วยสายตาสงสัย เพราะความจริงแค่พี่บีตอบเออออตามธีไปก็ไม่ต้องมาเสียเวลาอธิบายอะไรยืดยาวให้เขาฟัง

"เพราะพี่ไม่อยากใ้ห้ธีเป็นคนมองอะไรด้านเดียวยังไงล่ะ หัดมองอะไรในอีกมุมมองบ้าง อย่าให้เมฆหมอกของความคิดส่วนตนมาบังการตัดสินใจมากเกินไป คนมองอะไรด้านเดียวไม่เจริญนา สาวไม่ชอบด้วย" บีตอบติดตลกกลับมาพลางยิ้มให้อีกครั้ง

"นั่นสินะครับ อ๊ะ ฝนหยุดแล้ว ผมไปนะครับ สวัสดีครับพี่บี" ธีหันกลับไปพลางไหว้เพื่อนที่ตนแทบจะนับเป็นพี่สาว ก่อนจะเดินออกไปจากร้าน

เมฆดำบนฟ้าจางลงไปมากแล้ว ไอฝนผสมกับลมเื่อื่อยๆทำให้ออกมาเป็นอากาศเย็นสบายที่หาไม่ได้ง่ายๆในกรุงเทพฯ ธีเดินกลับบ้านอย่างไม่เร่งรีบ ปากฮัมเพลงโปรดไปขณะกำลังนึกสิ่งที่พี่บีกล่าว

"มองอะไรจากหลายๆมุมงั้นเหรอ...."

 

กลับมาที่ร้าน บียังคงนั่งดูทีวีต่อไปอย่างสบายอารมณ์ เธอพึมพำกับตัวเองด้วยหน้าเปื้อนยิ้ม

"เมฆจางหายไปแล้วสินะ ธี" 

หญิงสาวไม่ได้หมายถึงสภาพอากาศ....

                        ----จบ-----

 

ปล พยายามเขียนออกมาให้คนที่ไม่เล่นร.ร.ล.บ.ก็อ่านรู้เรื่องน่ะครับ เลยไม่ค่อยใส่ตัวละครอื่นลงไป

ปล 2 คอนเซปคือแสดงความเป็นไทยอ่ะนะ แต่ไม่รู้โยงเรื่องละครหลังข่าวของบ้านเรากับนิสัยมองโลกในแง่ดีมาแบบนี้นับได้รึเปล่า 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

... เมฆจางไปแล้วสินะ ธี
... ไทยก็ไม่ติดละครหลักข่าวนะ
... แต่ถ้าเรื่องไหน ดูแล้วยิ้มก็ติด งง มั้ย

ละครน้ำดีของไทย... ยังมีให้เห็นอยู่นะ
แต่นานๆมาที...

เมฆมันจางไปแล้วสินะ...sad smile

#1 By Thai-Cubic on 2008-07-25 23:51

ไอ้ประโยคสุดท้ายนายจะใส่หน้าหน้าเหงื่อตกมาทำม้าย
อ่านเรปไทยกับธีแล้วฮาดี
ฮ่าๆๆ

#3 By SEsai*im อิ่มๆ on 2008-07-26 00:23

แหะๆๆๆๆ sad smile

#4 By Thai-Cubic on 2008-07-26 01:38

ได้ครับๆ ละครก็เป็นหนึ่งในความเป็นไทยที่ใกล้ตัวและสัมผัสได้
อ่านแนวคิดแล้วก็ชอบนะ การมองในหลายๆด้านมันใช้ได้ทุกเรื่องจริงๆ
แต่กับละครแล้วผมก็คงเลือกที่จะดูหรือไม่ดูเองมากกว่าจะไปตัดสินใจว่าอะไรดีไม่ดี
เพราะของแบบนี้มันนานาจิตตัง
แต่ละคนย่อมมีรสอร่อยที่แตกต่างกัน
ขอแค่อย่าไประรานคนอื่นด้วยความชอบของตัวเองก็พอ


อ้อ ยังไงก็ช่วยไปโพสลิงค์ที่เอนทรี่กิจกรรมนั้นหน่อย เดี๋ยวอัพให้
ความจริงก็ว่าจะอัพเมื่อเห็นว่าใครได้อ้างอิงกิจกรรมนี้อยู่แล้ว(ของแมนเป็นอันแรก)แต่มักลืมทุกที
ฝากทีนะ

#5 By ร.ร.ล.บ. on 2008-07-26 07:41

อ่านงี้แล้วคิำแรกที่คิดได้คือ
เออ...จริงว่ะ

ละครมันก็มีแค่นั้น แต่ทำม๊ายย คนติดกันนัก
โลกในละครมันก็ทำให้คนสบายใจได้ ถึงมันจะดีกัน
ดูแล้วอยากด่าวันละสามเวล่ก็เห๊อะsad smile


แล้วเมฆจางไป..ไหนอ่ะsad smile

#6 By ป.ปุ้น,,, on 2008-07-26 14:03

โอะ เขียนอย่างนี้เองถึงได้รางวัล ชอบอ่ะ
มันดูอบอุ่นอ่านเรื่อยๆสบายๆดี
ละครไทย ก็เป็นเอกลักษณ์ ที่หวานมันอีกอย่างของคนไทยนะ
ที่อื่นก็ไม่มีแบบนี้ จะมองว่าดีมันก็ดี จะว่าไม่ดีก็ไม่ดีแหละี confused smile

#7 By chenlee on 2008-07-26 14:05

สรุปคือที่ไทยกับหยินเหงื่อตกนี่เพราะงงว่าเมฆจางไปไหนสินะครับsad smile
โอ....
(รุยก็ไม่ได้ดูละครหลังข่าวมานานแล้วด้วยอ่านะ)

แนวคิดน่าสนใจดีนะงับ^^

#9 By Ruii on 2008-07-26 20:20

อีกหนึ่งความกระจ่างว่าทำไมถึงติดละครน้ำเน่ากันจัง...
จริงๆนะ แม่เราก็เปิดดุทุกวัน ทั้งที่มันไม่ได้มีอะไรเลยนอกจากตบแย่งพระเอก พอมาอ่านดูก็ อ๋อ...อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้confused smile

ปล.อะไรคือ"เมฆจาง"เหรอไทย ธีembarrassed

#10 By -((666 Error))- on 2008-07-27 10:16

เป้นแนวคิดที่น่าสนใจ...

ปกติก็ไม่ได้ดูละครหลังข่าวเหมือนกัน จะเรียกว่าอคติก็คงใช่ แต่พอลองเปิดดู...

ก็ปิดอยู่ดีนั่นล่ะ เพราะหนวกหูนางร้าย sad smile

#11 By aki on 2008-07-28 23:30

คิดเหมือนความเห็นบน กลัวเสียงนางร้ายเธอเหลือเกินค่ะ (55)
แต่น่าสนใจดีค่ะ ได้อ่านมุมมองที่แตกต่าง มีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย surprised smile

#12 By -Pranyawe-:vs:-Prab- (124.148.47.105) on 2008-08-13 16:24