อย่างที่เคยเปรยๆไปแล้วในเอนทรี่เรื่องราวเรื่องเดือนเรื่องปี ผมจะเอาเรื่องของSinglishมาเสนอครับ แต่ก่อนอื่นเรามาดูกันsinglishนี่มันสิคืออันหยัง

Singlish ตามความหมายคร่าวๆจากwikipedia(แม้แต่สิ่งนี้พี่แกก็มีนะ = =")

Singlish is an interlanguage native to Singapore. It is the first language of many younger Singaporeans, especially those whose parents do not share a native language or dialect, and is the second language of nearly all the rest of the country's residents. 

พูดง่ายๆก็คือมันเป็นภาษาอังกฤษกลายพันธุ์(ที่เกิดจากการผสมมั่วข้ามสายพันธุ์ของภาษาอังกฤษ ฮกเกี้ยน แต้จิ๋ว มาลายู ฯลฯ) ที่ใช้ในสิงคโปร์นั่นเอง ในนี้เขาเขียนไว้ว่าเป็นภาษาแรกของคนเกาะสิงรุ่นเยาว์เลย(เห็นด้วย10000%) และเป็นภาษาที่2ของผู้อยู่อาศัย(เช่นผม)ซะส่วนมาก ซึ่งก็คงจะจริง บอกตามตรงว่าตอนนี้ภาษาอังกฤษผมหลักไวยากรณ์มันเพี้ยนเพราะsinglishหมดแล้ว ขึ้นทะเบียนเป็นโรคติดต่อได้ไหมวะเนี่ย -MDเซ็ง-

แม้ว่านายMDจะอยู่เกาะสิงมา3ปีแล้วแต่เรื่องSinglishนี่ยังไม่แตกฉานนัก(ขืนใช้จนแตกฉานคงโดนท่านแม่่รีดเลือดเซ่นบรรพบุรุษ) อาจจะมีผิดอยู่บ้าง คงต้องขออภัยไว้นะตรงนี้นะครับ ว่าแล้วก็เข้าเรื่องเลยดีกว่า

 

Singlishจะแตกต่างกับภาษาอังกฤษอยู่หลายๆจุดแม้จะใช้ศัพท์ส่วนมากเหมือนกันก็ตาม การออกเสียงก็จะแตกต่่างกันอยู่พอตัว

ยกตัวอย่าง 

ภาษาไทย ฉันไม่รู้ (คำตอบเมื่อมีเพื่อนโทรมาถามการบ้านขณะกินข้าว -ตอนเรียนกุคุยกะแกอยู่นี่ แล้วจะรู้มั้ย-)

อังกฤษ I don't know.

Singlish I dunno lah.

 

ภาษาไทย แกหุบปากได้ไหมวะ (สิ่งที่นายMDพูดเมื่อเพื่อนพูดกวนบาทาขณะกินข้าว)

อังกฤษ Can you please shut up!

Singlish You shuddup can or not!?

 

ภาษาไทย แน่ใจนะ (สิ่งที่นายMDถามเมื่อได้ยินค่าอาหาร)

อังกฤษ Are you sure?

Singlish You sure ah? / You sure o not?


ภาษาไทย แม่งแพงเป็นบ้าเลยว่ะ (ความรู้สึกนายMDตอนคอนเฟิร์มค่าอาหาร นี่ผมกินข้างทางเองนะเฟ้ย)

อังกฤษ It is really expensive!

Singlish Wah! This thing dam ex siah!

 

สังเกตุจุดแตกต่างไหมครับ = ="  

ประโยคSinglishมักจะมีหลักไวยากรณ์กับการออกเสียงที่ผิดครับ คำบางคำที่ไม่จำเป็น(เช่นlahหรือah)มักจะนำมาถูกต่อท้ายประโยคเพื่อแสดงอารมณ์หรือความรู้สึก การเรียงตัวของประโยคก็มีผิดอยู่ประปราย(ผมเองก็ไม่ใช่กูรูด้านภาษาอังกฤษคงเปรียบได้ไม่ดีนัก) แต่เพื่อนผมเขาบอกว่า Singlishใช้หลักไวยากรณ์คล้ายๆกับจีนครับ (อันนี้ไม่ขอคอนเฟิร์มนะครับ จีนผมยังไม่แตกฉานดี แต่ในวิคิก็เขียนแบบนั้น คงจะมีเค้าความจริง) 

ยกตัวอย่างSinglishที่มักจะเห็นกันบ่อยๆนะครับ

Lah (ออกเสียงลาหรือหล่า ตามแต่รูปประโยค)คำลงท้ายสุดฮิตครับ มันคือผงชูรสภาษาดีดีนี่เอง เพราะใช้แสดงความมั่นใจหรืออุทานก็ได้ จะลงท้ายประโยคไว้เฉยๆก็ดี แต่ไม่ใช้กับประโยคคำถามนะครับ

ตัวอย่าง:

A: Are you sure C is mad?

B: Sure la!  

C: No la!

(A:แกแน่ใจนะCมันบ้า   B:อยู่แร้ว   C:ไม่ใช่เฟร้ยยย )

 

Wa Lao Wei (หว่า หลาว เว่ย) เป็นคำสบถครับ [นอกเหนือจากอังกฤษวิบัติแล้วภาษาSinglishก็มันจะมีคำสบถ(มักจะเป็นจีนฮกเกี้ยน)หลากชนิดหลายอวัยวะมาให้ใช้ด้วยเช่นกัน] ระดับความหยาบคายกับสถานการณ์การใช้อยู่กึ่งๆระหว่างแม่งเอ๊ยกับคว-เอ๊ยครับ ส่วนความหมายอันนี้ผมไม่ชัวร์ครับ เพราะถามมา2แห่งตอบมาไม่เหมือนกันเลย จึงไม่ขอลงก็แล้วกัน

ตัวอย่าง: Wa lao wei! Tomorrow got test again! (เวรเอ๊ย! พรุ่งนี้แ-งสอบอีกแล้ว)

 

Le (เล่อะ) เป็นภาษาจีนครับ ใช้กับประโยคที่แสดงว่าได้กระทำไปแล้วแบบเดียวกับในภาษาจีน

ตัวอย่าง: I did the exam le. (เราทำสอบไปแล้ว) 

 

Kena (ก้ะหน้า, เก้อหน้า) เป็นภาษามาลายูครับ ใช้สื่อถึงคำว่า'โดน(ความหมายทางลบ)'หรือทำนองนั้นเพื่อแสดงถึงการถูกกระทำ คำคำนี้อาจะถูกแทนด้วยคำว่าTeo(เตี่ยวอ์)ที่เป็นภาษาจีนฮกเกี้ยนในบางโอกาสครับ การใช้เหมือนกัน

ตัวอย่าง:

-I kena/teo scold by that guy again. (เราโดนไอ้หมอนั่นด่าอีกแล้ว)

-You don't listen to teacher you kena/teo then you know. (ไม่ฟังอาจารย์เดี๋ยว'โดน'แล้วจะรู้สึก)

 

Lor (ลอร์) เป็นจีนฮกเกี้ยนอีกแล้วครับท่านผู้ชม ไว้ลงท้่ายประโยคแสดงความรู้สึก'ให้มันจบเรื่องจบราวไป'กึ่งๆ/หรือยอมแพ้ จะใช้แสดงความรู้สึก'ก็รู้ๆกันอยู่'ได้เหมือนกัน

ตัวอย่าง:

-You never do homework? Then you die lor. (ไม่ได้ืำทำการบ้านมา? งั้นแกตายชัวร์)

-Ok lor. Do whatever you want. (เออๆตามใจ อย่างทำอะไรก็ทำทำไปเหอะ)

 

Wah (หว่ะ, หว่า) จีนฮกเกี้ยน ใช้อุทานกับนำหน้าประโยคครับ แสดงความตกใจไม่ก็ความรู้สึกทำนอง'อะไรกันวะ'ครับ

ตัวอย่าง: Wah! Got fooball practice again. (อะไรวะ! มีซ้อมบอลอีกแล้ว)

 

Xian (เสี่ยน) คา่ดว่าคงเป็นจีนฮกเกี้ยนเช่นกัน ใช้แสดงความรู้สึกเซ็งครับ เทียบกับภาษาไทยแล้วก็เซ็งเป็ดนั่นเอง

ตัวอย่าง: I got nothing to do ,very xian.~ -ลากเสียงเล็กน้อย- (ไม่มีอะไรทำเลย เซ็งชิบหาย) 

 

สำหรับวันนี้คงพอแค่นี้ก่อนนะครับ ไว้ถ้ามีโอกาสจะมาต่อ ใครจะไปเที่ยวสิงคโปร์จำไปใช้ก็ไม่เลวนะ ไว้โชว์InWให้เขาดูเล่นๆ แต่ใช้ผิดแล้วหน้าแตกอย่ามาโทษจขบ.ก็แล้วกัน ผมเองก็ไม่ได้แตกฉานด้านนี้

สุดท้ายนี่มาดูSinglishแล้ว MDรู้สึกว่า "ไม่ได้มีแต่บ้านเราที่ใช้ภาษาวิบัติ" (ฟังแล้วดีใจดีไหมเนี่ย = =")

 

แถมท้ายเล็กน้อย

ตอนมาสิงคโปร์ใหม่ๆผมเคยโดนเพื่อนหลอกไปถามเพื่อนผู้หญิงว่า'หำน้อย(ในภาษาฮกเกี้ยน)'แปลว่าอะไรด้วยล่ะ โดนเขาหัวเราะใส่(ยังดีไม่โดนตบ)ซะงั้น พอเพื่อนมาบอกนายMDก็หน้าแตกหมอไม่รับเย็บไปเลย จะอยู่ในถิ่นต่างแดนนี่ต้องรู้คำหยาบเขาไว้จริงๆด้วย  T-T

 

ถึงตรงนี้ผมก็ขอลาไปก่อนนะครับ

บ้ายบาย บ้ายบี บ้ายซี บ้ายดี บ้ายอี บ้ายเอฟ บ้าย..บลา..บลา..บ้ายแซด แฮ่กๆๆ กว่าจะหมด...

Comment

Comment:

Tweet

#55 By (171.101.88.221|171.101.88.221) on 2015-03-04 23:26

อ๊ากกกกกกก

it made me think of Singapura!!

ชอบๆ จะอ่านให้หมดเลย เค้าชอบสิงคโปร์ค่ะ

ไม่ชอบอย่างเดียวตรงที่มีแต่คนมาพูดจีนด้วย

วันนั้นอยากกินข้าวมันไก่ แต่เจ้าของร้านพูดจีนด้วยซะงั้น หน้าช้านมันเหมือนจีนมากเลยหรือไง หมดอารมณ์เลย ไปกินอย่างอื่นก็ได้ งือๆ อดกินข้าวมันไก่เยย

#54 By