2008/May/14

entryที่แล้ว http://moonatic.exteen.com/20080509/le-t-s-goooo-o-2

 

หลังจากกิจกรรมล่ากล่องปริศนาอันแสนตื่นเต้น(มั้ง) พวกเราก็มาถึงยอดดอยเตะเมฆในที่สุด (เนื้อหาไปดูเอนทรี่ที่แล้วเอา)หลายๆคนหยิบกล้องออกมาถ่ายรูป (แน่นอนรวมทั้งกลุ่มผมด้วย) บางคนก็ยืนซึ้งจ้องวิวไป(หรืออาจจะทำเท่เพื่อเนียนเรื่องลืมกล้องไว้บ้านก็เป็นได้)

 

17:30 ณ จุดตั้งแคมป์ (รอบนี้ถามพี่ชัยเอา)

พวกเรากลับมาถึงจุดตั้งแคมป์แล้ว ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปเตรียมตัวทำกับข้าวมากินกัน โดยกลุ่ม3แว่นได้สวมวิญญาณจอมโหดกระทะแว่นอาสาทำ"กระเพราใข่ต้ม"ออกมาให้ทุกคนได้ลองลิ้มชิมรส ด้านกลุ่มอื่นๆก็ทำอาหารอย่างอื่นเช่นยำปลากระป๋องไม่ก็ไข่เจียวหมูสับ บางกลุ่มก็เตรียมหม้อเตรีียมไฟ บางกลุ่มก็หุงข้าว บรรยากาศครึกครื้นน่าสนุกนี้ช่างดูอิ่มเอิบใจยิ่งนัก

30นาทีให้หลัง หลังจาก3หนุ่มทำอาหารเสร็จ...

ภูมิ: ธี สานพวกนายอยากไปอาบน้ำกันปะ เวลาเหลืออีกตั้งเยอะ

ธี: ก็ดีนะ ว่าแต่จะอาบที่ไหนดีล่ะ

สาน: ตรงลำธารที่พวกเราไปซ่อมสะพานมาเป็นไง น้ำลึกกำลังพอดี แถมไม่เชี่ยวด้วย

ภูมิ/ธี: เห็นด้วย

ว่าแล้ว3หนุ่มก็แว้บไปอาบน้ำกันในทันใด (ใส่กกน.ตอนอาบนะเออ อย่าคิดลึก)

10นาทีต่อมา ณ ลำธาร

สาน/ภูมิ/ธี: สบายยยยยย

3หนุ่มกล่าวพลางแช่น้ำต่ออย่างสบายใจ แม้อากาศจะออกหนาวๆแต่น้ำกลับอุ่นพอเหมาะ โอกาสที่จะมาอาบน้ำตามป่าเขาแบบนี้ก็มีไม่มาก ทั้งสามจึงถือโอกาสตักตวงความสุขอย่างเต็มที่ หารู้ไม่ว่าความซวยกำลังจะมาเยือน...

สาน: นาย2คนได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวๆจากใกล้ๆนี่รึเปล่า?

ธี: เออเนอะ คงไม่ใช่... สาน ภูมิเราขึ้นเหอะ

ธีกล่าวพลางกระโจนออกมาจากน้ำพร้อมๆกับภูมิและสาน แต่ทว่าพวกเขาช้าไปแล้ว...

หยิน ลี่ลี่ ฟองคลื่น และ ขนุนนั่นเอง ท่าทางพวกเธอจะมาดูสะพานที่พึ่งซ่อมไปอีกครั้ง โดยหารู้ไม่ว่า3หนุ่มได้มาอาบน้ำที่นี่ สายทั้ง4คู่จับจ้องไปยัง3หนุ่มในกกน.แล้วก็....

หยิน ลี่ลี่ ฟองคลื่น ขนุน: กรี้ดดดดดดดดดดดดด!!!! (สุดเสียง)

 

18:32(ถามพี่ชัยเอา) เวลาอาหารเย็น หลังจากเคลียร์ข้อเข้าใจผิดแถวสะพานกันเรียบร้อยแล้ว พวกธีก็กลับมากินอาหารที่ค่ายกันตามกำหนดการตอนแรก

ทุกคนจ้องมองไปยังกองหนืดๆสีขาวอมส้มที่ปนอยู่กับใบกระเพราสีเขียวสดที่3หนุ่มเรียกว่ากระเพราะไข่ต้ม แต่เพราะไม่อาจทำร้ายน้ำใจและสายตาส่องประกายปิ๊งๆของ3หนุ่มจึงจำใจตัก'อาหาร'นั้นเข้าปาก

ดุจสายฟ้าแลบขึ้นสมองต่างคนต่างก็แสดงความคิดเห็นกันออกมาในใจ

ไผู่: รสสัมผัสนุ่มลิ้นของไข่ต้มเหมือนไข่ตุ๋นนี่มันอะไรกันนะ!? ความหอมกรุ่นของกระเพราะเองก็ฟุ้งอยู่ในปาก!

ปอ: ไข่ลื่นคอจริงๆ แถมมีรสแฝงด้วย อืมรสแฝงนี่....หอมแดงสับละเอียดสินะ นอกเหนือจากจะกลบความคาวของไข่แล้วยังช่วยเพิ่มความอร่อยของใบกระเพราะด้วย!

หยิน/กิ๊ฟ: ขอเต็มค่าา/คร้าบบบ!

และก่อนที่เอนทรี่นี้จะกลายเป็นเอ็นทรี่วิจารณ์อาหาร ขอสรุปสั้นๆว่าทุกคนสงสัยตรงกันอยู่อย่างนึง ความอร่อยนุ่มลิ้นของไข่นี่มาจากไหน? ลี่ลี่จึงเข้าไปถาม3หนุ่มว่า

ลี่ลี่: พวกเธอทำยังไงให้ไข่นี้นุ่มอร่อยขนาดนี้เหรอ

3หนุ่มประสานเสียง: เราเอาไข่ต้มน้ำพุร้อนที่เผลอต้มค้างนานไปชม.นึงมาใช้น่ะ จะทิ้งก็เสียดายด้วย

บรรยากาศมาคุเข้าครอบคลุมพื้นที่ 2นักเปิบระดับโอลิมปิกหยินและกิ๊ฟถึงกับช้อนตก ทุกคนพร้อมใจกับกล่าวขอบคุณ(?)3หนุ่มว่า

ทุกคน: แล้วเอามาให้พวกเรากินทำม้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยย!

เท่านี้ก็วงแตกกันโดยปริิยาย แน่นอนว่า3หนุ่มโดนไล่ไปล้างจานเป็นการทำโทษฐานเล่นพิเรนด้วย ถึงแม้กระเพราพิลึกจานนั้นจะอร่อยจริงๆก็ตามที...

 

เวลา 19:30 กิจกรรมรอบกองไฟ เฮ้

 

ในที่สุดเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เวลากิจกรรมรอบกองไฟนั่นเอง

พวกเราเริ่มด้วยการสันทนาการพร้อมไปกับการฟังเพลงและนอนดูดาว อินทรีได้โชว์ฝีมือกีตาร์อีกแล้ว โดยลัคได้บรรเลงเพลงกลองแบบมี่เขาถนัดควบคู่ไปด้วย บางคนนอนดูดาวกันอย่างเงียบสงบโดยมีเพลงของอินทรีช่วยขับกล่อม บางคนก็คุยกันเรื่องดาว บางคนก็ออกไปร้องประสานเสียงกับอินทรี ส่วนตาธีของเรานั้นแนวกว่้าใครเพราะหมอนั่นหลับคาพื้นหญ้าไปซะงั้น มาตื่นเอาอีกทีตอนเขาจะเริ่มกิจกรรมต่อไปนั่นแหละ

หัวข้อต่อไปดูจะซีเครียดกว่าที่คิดเพราะดันให้มาพูดถึงปฏิกิริยาโลกร้อน พี่ชัยเกริ่นให้พวกเราฟังแล้วว่ามันมีผลเสียยังไง ต่อมาก็ตาพวกเรามาพูดบ้างว่าเราจะมีส่วนได้ยังไงบ้าง บางคนก็มาเป็นคู่พร้อมสาระแน่นเปรี๊ยะ บางคนก็พูดถึงการลดการใช้รถยนต์ให้น้อยลง กลุ่มของธีตัดสินใจว่าจะไปพร้อมกันทั้ง3คน พวกเราให้สานออกไปเกริ่นเรื่องความสัมพันธ์ของปฏิกิริยาโลกร้อนและการเผาผลาญเชื้อเพลิงไปก่อน สาระที่สานกลั่นกรองออกมานั้นน่าสนใจมากแต่นายธีของเราจำมันไม่ได้อีกแล้วเลยไม่เอามาลง -_-" พอเข้าเรื่องเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของพวกเรา คนอื่นๆจึงค่อยสังเกตุว่าธีกับภูมิหายไปแล้วกลับมาพร้อมกับถังน้ำ3ถังที่ใส่น้ำไว้เต็ม พวกเรายื่นถังนึงให้สานแล้วพอเรา3คนทำท่าจะสาดจนคนอื่นๆก็ท้วงขึ้นมา

"พวกนายจะทำอะไรกันน่ะ!"

ธีจึงตอบหน้าตายด้วยหน้าที่อินโนเซนต์ที่สุดเท่าที่จะปั้นได้

ธี: เพื่อลดปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ วิธีที่ง่ายที่สุดคือการลดการเผาไหม้เชื้อเพลิง เรา3คนเลยตัดสินใจเริ่มต้นกันง่ายๆด้วยการดับกองไฟตรงหน้าไงล่ะ!

คนอื่นๆเข้าสู่บรรยากาศมาคุไปครู่นึงเหมือนจะพูดว่า'จริงของมันนะ'แล้วก็ระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นมา เล่นมุขได้โดยไม่แป้ก ไชโย! พระเจ้าจอร์จมันทอดยาก!

แล้วก็เข้าสู่ประเด็นที่2 "เล่าเรื่องผี" เหอๆๆ แต่ละคนแต่ละกลุ่มก็มาเล่าในแบบของตัวเอง บางกลุ่มก็ฮาแตก บางคนก็หลอนรับประทาน และแล้วก็มาถึงตาของ3หนุ่มในที่สุด

ธีเกริ่นด้วยใบหน้าสุดหลอน ส่องไฟฉายบนหน้าอย่างไม่กลัวปวดตาเสริมสร้างบรรยากาศหลอนๆ "เรื่องที่ผมจะเล่านั้นได้ฟังมาจากยายที่มาเลย์เซียอีกที ผีไร้นามตนนี้เป็นสัมภเวสีที่ชอบสิงตามป่าตามเขา" (ธีพูดเน้นเสียงแล้วหันไปมองป่าใกล้ๆหัวเราะหึๆๆ) "ผีตนนี้ีตัวบะเริ่มยังกับหมีควาย มันชอบรสชาติเลือดสดๆเป็นที่ซู้ดดดด" (ภูมิดื่มน้ำมะเขือเทศโฮกใหญ่ให้คนอื่นดูพลางทำเสียงซู้ด) "เหยื่อที่โดนมันโจมตีจะโดนพบในวันต่อมาในสภาพถูกห้อยลงมาจากต้นไม้ เลือดในตัวโดนดูดจนแห้งเป็นมัมมีั้" (สานออกมาทำหน้าเหมือนคนอดน้ำตาย ในมือถือเนื้อตากแห้งที่เหลือจากมื้อเย็น) "วิธีป้องกันมันมีเพียง1เดียวนั่นคือ..." ทันใดนั้นสิ่งมีชีวิตปริศนาขนาดใหญ่ก็พุ่งมาจากข้างหลังธี ร่างกายใหญ่โตดุจหมี ทำเสียงโฮกฮากๆพร้อมกับหยดของเหลวสีแดงไหลออกมาจากมือ หลายๆคนถึงกับหลุดเสียงกรี้ด สิ่งมีชีวิตปริศนาเมื่อครู่ก็คือ... ภูมิที่ถือขวดน้ำมะเขือเทศเปิดแล้วนั่นเอง ในอีกมือเขาถือผ้าขะม้ามาด้วย ธีต่อประโยคเมื่อครู่ให้จบ"วิธีไล่มันคือต้องโยนผ้าขะม้าใส่ครับ"

เงียบ.... ไม่มีใครรู้เลยว่าควรจะทำยังไงดีระหว่างหัวเราะหรือกรี้ด...

หลังจากเล่าเรื่องผีกันจนจบหมดแล้วก็มาถึงเวลาเปิดใจ โดยเริ่มจากไทยผู้จัดค่ายและทำให้มันเป็นจริงขึ้นมา แต่ละคนก็พูดอะไรแตกต่างกันไป แล้วมันก็มาถึงตาธี

"เราเองก็ไม่มีอะไรจะพูดมากหรอก แต่มาค่ายนี้เราสนุกจริงๆ ไม่ใช่แคเราได้รู้จักทุกๆคนมากขึ้นและให้ทุกๆคนได้รู้จักเรา แต่เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะทริปนี้แหละเราถึงรู้ว่าตัวเองปล่อยไ่ก่เก่งแค่ไหน สร้างสรรค์แบบบวมๆได้เท่าใด(ฮา) ไหนจะได้มาลิ้มลองประสบการณ์ใหม่ๆอีก ทั้งได้ต้มไข่ในน้ำพุร้อน ได้ยินเสียงคำรามปริศนา แถมได้มานั่งพล่ามให้คนอื่นฟังเราอีก เราสนุกมากๆเลย ขอบคุณไทยจริงๆนะที่จัดค่ายนี้ขึ้นมา ขอบคุณพี่ชัยที่ช่วยจัดการเรื่องกิจกรรมต่างๆ้ ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่มอบประสบการณ์ที่ดีให้เรา และสุดท้ายนี้ขอขอบคุณเจ้าแมลงสาบในรถไฟที่ทำให้เราได้เห็นด้านที่เราไม่รู้ของแต่ละคนยามตกใจด้วย(ฮา) สุดท้ายเราขอพูดอีกที เราสนุกมากจริงๆ"

ธียิ้ม ทุกคนปรบมือ ระหว่างที่คนอื่นๆพูดเราเองก็ได้ยินเสียงแซวเป็นระยะๆจนคนสุดท้ายพูดจบ และแล้วก็เข้ามาถึงช่วงสุดท้าย พิธีบายศรีสู่ขวัญโดยพี่ชัยและเจ้าหน้าที่อุทยานที่ได้ให้เกียรติมาร่วมด้วย พวกเขามัดข้อมืออวยพรให้พวกเรา หลายๆคนก็ซึ้งจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้

เมื่อจบพิธี พวกเราก็ได้จัดการเก็บข้าวของแล้วแยกย้ายไปนอนกัน

------

วันต่อมา

พวกเราตื่นขึ้นมาทานอาหารเช้าตอน8โมง จากนั้นก็เคลียร์สถานที่และอำลาพี่ชัยกับจนท.ท่านอื่นๆ พวกเราขึ้นรถ2แถวสำหรับนักท่องเที่ยวแล้วลงจากดอยเตะเมฆสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ ความทรงจำดีๆที่นี่จะตราตรึงบนใจพวกเราไปอีกนานเลยทีเดียว

ก่อนกลับพวกเราได้แวะกินข้าวเที่ยงพร้อมทั้งไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพ ช่วงช่วงกับหลินฮุ้ยที่สวนสัตว์เชียงใหม่เองก็น่ารักมากๆ ว่าแต่ทำไม2ตัวนี้ทำท่าเหมือนรู้ัจักภูมินา -_-" ตลาดวโรรสกับถนนคนเดินเองก็ครึกครื้นไม่เบา มีของน่าซื้ออยู่มากมายหลากหลายชนิดมาตั้งล่อนักท่องเที่ยว แต่ทว่า่ดูท่าธีจะโหมซื้อของมากไปหน่อยเพราะรู้สึกว่ากระเป๋ามันหนักขึ้นแต่กระเป๋าตังค์ดันบางลงซะงั้น จะขนกลับหมดไหมน้า

 

21:00 น. บนรถไฟเที่ยวกลับ

รอบนี้ดูทุกๆคนจะเหนื่อยๆกันชอบกล หลายๆคนมาถึงก็ฟุบหลับบนที่นั่งทันที นายธีของเราแม้จะเหนื่อยแต่ก็ไม่ง่วงจึงนั่งคุยไปเล่นป๊อกเด้งไปกับเพื่อนๆคนอื่นที่ตื่นอยู่แทนเพื่อฆ่าเวลา สายตาของเขาทอดยาวไกลไปยังดอยเตะเมฆที่เห็นลิบๆ ความหลังที่ฝากไว้ที่นั่นวิ่งผ่านมาเป็นฉากๆในหัว โดยไม่รู้ตัวเขาผลอยหลับลงคาวงป๊อกเด้งซะงั้น

 

เช้าวันต่อมา ณ สถานีหัวลำโพง

พวกเรากลับมาถึงกรุงเทพแล้ว รถติดแม้จะเป็นเวลาเช้า รถเมล์ที่ขับยังกะเด็กแวนซ์เมายา อากาศร้อนผิดกับที่เชียงใหม่ ที่นี่แหละกรุงเทพบ้านเรา T-T แต่ละคนเริ่มทยอยแยกย้ายกันกลับบ้าน บางคนก็มีผู้ปกครองมารับ บางคนก็โหนรถเมล์กลับเอง ธีนั่งดูเพื่อนๆค่อยๆไปกันที่ละคนๆ ผ่านไปเกือบชั่วโมง ในที่สุดก็เหลือเขาตัวคนเดียว สายตามองไปยังกองของที่จะนำกลับบ้าน บ้านงั้นเหรอ?

"แล้วเราจะกลับบ้านยังไงหว่า ไม่ได้โทรบอกพ่อให้มารับด้วย -_-" "

นึกขึ้นได้ดังนั้นธีก็ลุกขึ้น หอบหิ้วสัมภาระ แล้วก็เรียกแท็กซี่คันสีฟ้า-แดงมา1คัน เขาขึ้นรถไปพร้อมๆกับของ บอกที่อยู่กับคนขับ แล้วแท็กซี่ก็ขับออกไป ถูกกลืนหายไปกับคลื่นจราจรของเมืองกรุงในชั่วอึดใจ...

 

---จบการเดินทาง---

 

ในที่สุดก็แต่งจบซะที ใครมาอ่านจนจบก็ขอบคุณมากนะครับ เมนท์ไว้ด้วยก็ดี เดี๋ยวผมเองก็จะตามไปอ่านของคนอื่นเหมือนกัน

edit @ 15 May 2008 17:12:08 by MD (ผู้ปกครองของธี)

edit @ 15 May 2008 17:23:08 by MD (ผู้ปกครองของธี)

edit @ 15 May 2008 17:24:02 by MD (ผู้ปกครองของธี)

edit @ 19 May 2008 11:42:57 by MD (ผู้ปกครองของธี)

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

กระเพราบ้า อ้า อ้า อ้า(เอคโค่)
ธีปล่อยสัตว์ปีกเพ่นพ่านตลอดค่ายเลย คึคึ
สาบานได้ว่าตอนไปดูสะพานเราไม่เห็นอะไรเลย

จริงๆนะ cry
ว่าไปธีนี่ฮากว่าที่คิดแฮะ
#1  by  ,,ป.ปุ้น,,ติงต๊องเรด At 2008-05-15 18:10, 
มีการแก้ตัวด้วยว่าใส่อะไรอาบน้ำ

๕๕๕๕ confused smile
#2  by  Kyril At 2008-05-15 23:46, 
และแล้วก็จบด้วยดี
มาอ่านเองก็สนุกดีแฮะ
ถึงเต๊ยมมากันแล้ว แต่พอเอาเรื่องราวมาปรุงโดยนายธีก็ช่วยเติมเต็มได้อีก

ตอนเล่าเรื่องผี ภูมิมีบทบาทเหนือคาดแฮะ
ท่าทางตอนวาดรูปออกมาคงฮา

ตอบคี...ถ้าไม่ออกเดี๋ยวก็จิ้นกันจิ
#3  by  ร.ร.ล.บ. At 2008-05-16 12:57, 
กร๊ากกก

ภูมิไหวตัวทันซะแล้ววว


ปฏิบัติการจิ้นโดยติงต๊องเรนเจอร์ เร็ว ๆ นี้...
#4  by  Kyril At 2008-05-16 18:14, 
โอ้วววว มีตอนติดเรทด้วย
มีใครสนใจวาดตอนนี้เป็นการ์ตูนมั๊ยเนี่ย 555
แต่ว่าแช่บ่อน้ำพุร้อนมันก็สบายดีจริงๆน้า confused smile
#5  by  chenlee At 2008-05-16 18:14, 
ผมไง ถ้าผมว่างเมื่อไหร่จะวาดล่ะ อิงเนื้อหาธีโลดbig smile
#6  by  โคค่อน At 2008-05-16 23:47, 

<< Home


MD -Moonatic D.-
View full profile