entryที่แล้ว http://moonatic.exteen.com/20080508/le-t-s-goooo-o
เวลา 13:35น. (ถามสานเอาอีกแล้ว) ณ จุดพักแรม
กิจกรรมเริ่มแล้ว กลุ่มแว่นของธีถูุกปล่อยเป็นกลุ่มสุดท้ายจึงต้องมานั่งแว่นกลมดูกลุ่มอื่นทยอยไปกันก่อน ระหว่างนั้นพวกเราก็รับไข่มาตามเลขหลักหน่วยของวันเกิดทุกคนรวมกัน(สาน 7 ภูมิ 8 ธี 9 เฉลี่ยแล้วคนละ8ฟอง) เอามาทำไมหว่า? แล้วเรา3คนโดนมัดมือกันตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย!? (สานกลาง ภูมิซ้าย ธีขวา) พี่ชัยอธิบายว่าพวกเราต้องใช้มันทำกิจกรรม
14:40-45 น. (นาฬิกาสานถ่านหมดเลยเดาเอา) ณ จุดพักแรม
หลังจากรอมานานพวกเราก็โดนปล่อยออกไปเริ่มกิจกรรมกัน เมื่อเห็นด่านแรกทุกคนก็เหงื่อตกกันแล้ว สะพานไม้สุดเก่า(ที่อาจจะเคยใหม่ตอนที่ทหารญี่ปุ่นข้ามมัน)แสนง่อนแง่นตั้งเด่อยู่ตรงหน้าพวกเรา3คน ยาวประมาณ3เมตร กว้างประมาณ50ซม. ข้างๆมีป้ายปักไว้ว่า "สะพานนี้ข้ามได้คนเดียวเท่านั้น หาทางข้ามลำธารให้ได้โดยไม่ถอดเชือก เมื่อข้ามไปแล้วถึงจะแก้เชือกได้ (ห้ามตุกติกนะครับ ผมมีวิธีตรวจ) น้ำลึกแค่เมตรเดียวและไม่เชี่ยวเพราะงั้นพวกคุณสามารถข้ามได้โดยปลอดภัยแน่นอน ขอให้สนุกนะครับ พี่ชัย"
ธี: จะข้ามยังไงดีพวกเรา หรือจะโชว์เทพแก้ผ้าลุยน้ำเลย
สาน: แก้ผ้ากลางอากาศหนาวๆลุยน้ำเดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก แล้วไม่รู้สึกอุบาว์ทตัวเองเหรอครับธี
ธี: เออเนอะ
ภูมิ: กัดฟันลุยกันมะ(แต่ไม่แก้ผ้า) เราว่าพวกเราคนเดียวสะพานมันอาจจะรับไม่ไหวด้วยซ้ำ ธีกับเรา70ขึ้นแหงๆ ส่วนสานอย่างน้อยๆก็60ล่ะนะ
จะว่าไปก็จริงเนอะหุ่นเฮฟวี่เวทยกแก้งยังงี้สะพานมันชะตาขาดระหว่างเราข้ามแหงๆ ธีนึกในใจพลางกวาดตามองรอบๆหาหนทางข้าม พลางเลือบไปเห็นสิ่งๆนึง
สาน: เราโอเคนะ นายว่าไงธี
ธี: เราก็โอ แต่ตอนนี้เรามีไอเดียประหลาดๆอย่างนึงปิ๊งขึ้นมาบนหัวแล้ว พวกนายจะลองมะ
สานกับภูมิตอบว่าไม่มีปัญหา ธีจึงชี้ไปยังทางรอดที่ไม่ต้องเปียก เถาวัลย์นั่นเอง!
ธี: เถาวัลย์นี้หนาประมาณต้นแขนเรา ไม่แห้ง เหนียว ยาวหลายเมตร แถมไอ้กิ่งที่มันเกาะก็ใหญ่พอเด็กโอบแล้ว รับน้ำหนักพวกเราได้ชัวร์ เราจะลองใช้มันโหนข้ามดู เคยลองสมัยอยู่ลูกเสือ หนุกใช้ได้
สาน/ภูมิ: ก็ดีนะ
นับว่าโชคดีแฮะที่คนตัวเบาที่สุดอย่างสานอยู่ตรงกลางระหว่างภูมิกับเรา ขืนข้างนึงเป็นภูมิข้างนึงเป็นสาน ตอนเกาะเถาวัลยมีหวังเอนแหงๆ์
เมื่อสรุปยุทธวิธีสำเร็จ 3หนุ่มจึงสวมวิญญาณทาร์ซานใส่แว่นในบัดดล ทั้ง3คนเกาเถาวัลย์ไว้แน่น จากนั้นก็ถีบตัวโหนข้ามแม่น้ำเอา ใครเห็นจากไกลๆคนนึงว่าหมีบนเขาเล่นพิเรนท์กันอยู่ แต่ชั่วเสี้ยววินาทีที่พวกเ้ราลอยอยู่้เหนือฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำ ธีนึกขึ้นมาได้ว่า"ยังไม่ได้ฮั้วเวลาปล่อยกันนี่หว่า!" แต่นับว่าโชคดีจริงๆที่ภูมิตะโกนออกมาพอดี "ธี สาน ปล่อย!" ซึ่ง2แว่นที่เหลือก็ทำตามทันที
โครม! ด้วยจังหวะการปล่อยที่ไม่ได้เตรียมตัวมาเท่าไหร่ ท่าลงของทั้ง3คนจึงไม่ค่อยสวยนัก แต่ก็แห้งและปลอดภัยกันทุกคน เพราะไอเดียอันบรรเจิดของเรานะเนี่ย หึๆๆๆ ว่าแล้วก็เดินทางกันต่อ
พวกเราได้หยุดช่วยพวกยุโยและคนอื่นซ่อมสะพานด้วย แต่ไม่ขอกล่าวถึงเพราะนายธีของเราอู้ตลอดงาน เมื่อซ่อมสะพานจนสวยใหม่ใสปิ๊งเสร็จแล้ว ทุกคนจึงแยกย้ายกันไปอีกครั้ง
ผ่านไปพักใหญ่ๆ...
ก๊วน3หนุ่ม 3มุม 3แว่นก็ยังเดินทางกันต่อ จนกระทั้งมีสิ่งไม่คาดฝันตกแหมะลงมาตรงหน้าของธีจากต้นไม้
มันก็คือแมงมุมแม่ม่ายดำตัวเบ้อเริ่มขนาดประมาณฝ่ามือกอริลล่า!
แม้ธีจะไม่กลัวแมลงตามที่เคยกล่าวไปแล้ว แต่เพราะเหตุการณ์ สาบ หวิด สยอง บนรถไฟเมื่อคืนก่อน ยังเป็นแผลสดในความทรงจำอยู่ ธีจึงหยุดชะงักอยู่กับที่
ชั่ววินาทีที่การเคลื่อนไหวหยุดลงนั้น ภูมิกับสานที่อยู่ด้านหลังของธีจึงชนกับธีเข้าจังเบอร์ ธีที่เสียหลักจึงล้มแหมะลงไป...บนแมงมุม
เสี้ยววินาทีที่ชนธีการเสียดสีของเสื้อกันหนาวของ3แว่นบวกกับอากาศหนาวแห้งบนภูเขา ทำให้เกิดของอย่างนึงที่ภูมิไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มาเจอบนภูเขาห่างไกลความเจริญ...ประจุไฟฟ้าสถิต
จังหวะที่ธีล้มลงนั้น แมงมุมได้วิ่งหลบสุดความสามารถแต่ก็ไม่พอ ตัวครึ่งแรกของมันโดนธีทับเละกระจุย และสานก็ได้เห็นสิ่งที่เขากลัว...แมลงตัวเบ้อเริ่ม
ประสบการณ์เสียว หวีด สยองได้เกิดขึ้นต่อหน้าทั้ง3หนุ่มสิ่งที่พวกเขาทำพร้อมกันก็คือ...ใช้แล้วครับ พวกเขา3คนสวมวิญญาณทาร์ซานใส่แว่นอีกครั้งโดยไม่เต็มใจแล้ว...ปล่อยว้าก(แต่ความจริงสานแค่เหวอ)
ธี: กรี้ดดดดดดดดดดดด(สุดเสียง)
ภูมิ: ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกก(สุดเสียง)
สาน: เหวอ (ความดังแค่1/4ของ2คนแรก)
เสียงดังประดุจกอริล่าถูกตอนดังไปทั่วขุนเขาดอยเตะเมฆบวกกับหลักการการสะท้อนเสียงบนภูเขา เสียงของพวกเขาจึงเป็นที่ได้ยินโดยทั่วกัน แน่นอนรวมทั้งกลุ่มอื่นที่ล่วงหน้าไปด้วย...
ฟ้า: ได้ยินมั้ยอินทรี! น่ากลัวจัง เรารีบไปกันดีกว่า!
-------
ไทย: เฮ้ย กอริล่าเรอะ รึคิงคอง2!
-------
หยิน: กรี้ดดดดดดดด หมี! แกล้งตายเร็วลี่ลี่!
-------
ลัค: แต้กๆๆๆๆๆ!!! (ทำนองช่วงแรกเพลง"ยาพิษ"ของBodyslam)
กลับมาที่พวกธี
ภูมิ: ตะกี้นายว่าคนอื่นๆจะได้ยินมั้ย
สาน: ชัวร์ครับ
ธี: งั้นเราทำเป็นได้ยินเหมือนคนอื่นๆกันก็แล้วกัน รู้ถึงไหนอายถึงนั่น
สาน/ภูมิ: Roger that!
ภูมิ: แล้วจะเนียนยังไงดี
ธี: บอกว่าพวกเราได้ยินเสียงคล้ายๆกอริลล่าละกัน
สาน: กอริลล่าในป่าภาคเหนือเนี่ยนะ ไม่ใช่สวนสัตว์เชียงใหม่นะคร้าบ
ธี:มันก็นะ เสียงคนเหวอคงใกล้เคียงกอริล่ามั้ง
ใครกันเล่าจะไปกล้าเล่าว่ากลุ่มที่มีชายตัวยักษ์ตั้ง3คน(2ใน3คนเป็นคนสูงที่2/3ของห้องด้วย) เป็นต้นเหตุของเสียงว้ากลั่นป่าเมื่อสักครู่เพราะแมงมุม ในบัดนั้นพวกเรา3คนจึงทำสัญญาทางใจกันเลยว่า "ชาตินี้เราจะไม่พูดถึงมันอีกแน่นอน!" (แต่แล้วเหตุการณ์ดังกล่าวก็โผล่มาในบันทึกอยู่ดี หึๆ หน้าแตกยับแน่)
หลังจากเหตุการณ์ปล่อยไก่ยกฝูงมาได้ไม่นาน ณ น้ำพุร้อน
ป้ายประกาศข้างๆบ่อ "ให้เอาไข่ที่ผมแจกให้มาต้มกินที่นี่นะครับ ถัดไป500เมตรจะมีน้ำตกที่สวยมากด้วย กินให้อร่อย+ด้วยความหวังดี พี่ชัย"
ภูมิ: จะต้มไข่ไงดีอะ
ธี: ตัดรั้วเหล็กมาทำตะแกรงมั้ย
สาน: อันนั้นไม่ถือว่าทำลายทรัพย์สินเหรอครับ เราว่าเอาเชือกที่ใช้มัดพวกเราเมื่อกี้กับเชือกลูกเสือที่เราเอามาน่าจะพอทำถุงตาข่ายใส่ไข่นะ
ภูมิ: พอดีเลย เราเอาเชือกมาด้วย ทำกันเลยสาน
5นาทีให้หลังพวกเขาก็ทำถุงตาข่ายเสร็จ แล้วเอาไปต้มที่บ่อ
ธี: นี่ๆภูมิ สาน เราต้องต้มนานเท่าไหร่เหรอ
ภูมิ: อืมมม ก็ว่ากะเกินๆก็ได้มั้ง แช่แล้วนั่งเล่น
สาน: เรารู้นะ
นับว่าโชคดีจริงๆที่สานของกลุ่มเรารู้ พวกเราจึงน้องจ้องไข่โดนต้มรอมันสุกแล้วคุยกัน
ภูมิ:นายไม่เคยต้มไข่เหรอธี
ธี: อืม ไม่ชอบกินน่ะ พ่อแม่ปู่เราไม่ชอบกินกันสักคนด้วย เจียวอร่อยกว่า
สาน: เหรอเราชอบไข่ดาวมากกว่าอะ
ภูมิ: เราด้วย
ธี: เราจะเจียวจะดาวก็ได้ กินกับกะเพราะอร่อยหมดอยู่แล้ว
สาน: ชอบไข่ดาวดูขาดสารอาหารยังไงชอบกลนา หมายถึงพวกที่กินข้าวกับใข่ดาวอะ
ภูมิ: จริง เราก็ว่้าไข่ดาวเหมือนออพชั่นเสริมมากกว่า
ธี: อืมๆ มันจืดไป แต่กินกับของเผ็ดแล้วอร่อยสุดๆเลยนาไข่ดาวเนี่ย เคยลองกับแกงเขียวหวานมา เด็ดมาก
จากนั้น3หนุ่มก็คุยกันไปเรื่องไข่ดาวอร่อยยังไงจนลืมเวลา ผลก็คือไข่ต้มสุกจนเละเรียบร้อยแล้วเพราะต้มไป1ชม. (นี่พวกนายคุยเรื่องไร้สาระทำนองนี้ได้เป็นชั่วโมงเลยรึ)
?น.(ไม่มีที่ให้ดูนาฬิกา) ณ หมู่บ้านชาวเขา
หลังจากกินไข่ต้มที่และเป็นโจ้กกันหมดแล้วหน้าน้ำตกอันสวยงาม พวกธีเกิดอยากไปเข้าห้องน้ำซะงั้น ด้วยความที่ลุงชาวเขาที่เราไปถามทางฟังภาษาไทยไม่ออก ครั้นจะไปฉี่เลยก็เกินงาม ธีจึงใช้ไม้ตายสุดท้ายสำหรับชายอก3ศอกโดยเฉพาะ ใช้แล้วครับ เขาเอามือกุม...แล้วแอ่นเอวไปข้างหน้า เห็นเท่านี้ลุงแกรู้เลย(ถ้าเป็นป้าชาวเขาจะโดนตบแทนคำตอบหรือเปล่าก็ไม่ทราบ) ลุงเขาจึงชี้ไปทางพุ่มไม้ที่อยู่เยื่องไปประมาณ50เมตร พวกเราจึงไปทันที
เมื่อจัดการกับธุระส่วนตัวให้ลิงกับนกในป่ามันดูแล้วพวกเราก็เจอกับสิ่งที่ตามล่ามานาน(หลายชั่วโมง) กล่องปริศนานั่นเอง! โดยที่ข้างมีโน้ตกำกับอยู่ด้วย "ลองเอามือล้วงเข้าไปดูแล้วเดาว่ามันคืออะไรนะครับ เดี๋ยวจะเฉลยที่ค่าย พี่ชัย"
สรุปสั้นๆหลังจากพวกเราล้วงแล้ว มันเป็นของหนืดๆเป็นเส้น พวกเรา3คนจึงสรุปว่ามันคือปลาไหลนั่นเอง ว่าแล้วพวกเราก็เดินทางกันต่อ
ใกล้ๆดอบเตะเมฆ (ลืมเวลาไปได้เลย หาที่ให้ดูไม่ได้ซะที)
โอ้เคที่ทอดมันใส่น้ำผึ้ง!ฝนตก! กำลังจะถึงอยู่แล้วเชียว หลังจากปรึกษากันว่าจะทำยังไง ภูมิกับสานรวมทั้งเราจึงเห็นพ้องต้องกันว่า "ลุยมันทั้งยังงี้แหละ!" ไหนๆก็อุตส่าห์สวมวิญญาณทาร์ซาน กรี้ดลั่นสนั่นป่า กินไข่เละๆ จับของหนืดปริศนา และอื่นๆอีกมากมายเพื่อมาที่นี่ ใครจะยอมเสียเที่ยวเพราะฝนล่ะ! พวกเราจึงลุยฝนขึ้นไปจนถึงยอดดอยแตะเมฆ จุดหมายหลักของทริปนี้
มันสวยจริงๆ! แนวเขาเขียวชะอุ่มปนละอองฝน สายลมเย็นสบาย ภาพน้ำตกอันงดงามที่เราไปนั่งกินไข่ ท่วงทำนองไร้เสียงแห่งธรรมชาติอันบริสุทธิ์และไพเราะได้มาบรรเลงต่อหน้าพวกเราทั้ง3คน ภาพการเดินทางเกือบ1วันที่ผ่านมาไหลผ่านความทรงจำของเรา มันอดที่จะตะโกนออกมาไม่ได้ว่าิ "พวกเรามาถึงแล้ว!" ธีตะโกนออกมาสุดเสียง ใบหน้าฉีกยิ้มโชว์ฟันขาวตัดกับผิวสีน้ำตาลอ่อนของตน ต่างจากคำส่งท้ายก่อนเริ่มกิจกรรมเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ไม่มีใครสน สานกับภูมิก็ตะโกนตามมาด้วยเช่นกัน
(รอภาพเหตุการณ์จากคุณโคค่อน)
"พวกเรามาถึงแล้ว...."
ติดตามภาคต่อไป "กิจกรรมรอบกองไฟ" ในคราวหลังนะครับ (รอบนี้ขอไม่ใส่มุขแป้กส่งท้ายแล้วกัน)
ปล อันนี้อาจจะไม่เน้นฮาเท่าไหร่ หวังว่าคงอ่านสนุกนะครับ
edit @ 19 May 2008 11:41:38 by MD (ผู้ปกครองของธี)
