สิงคโปร์นี่มันก็มีอะไรเหมือนเมืองไทยเยอะนะถ้ามองในบางมุม ไม่ว่าจะเป็นอากาศ(ร้อนวรนุชเหมือนกัน แต่เขาชื้นกว่า) ธรรมเนียม(บางอย่าง) ฯลฯ

ไม่รู้ผมคิดไปเองไหม แต่สิงคโปร์เป็นประเทศที่เหมือนเมืองไทยมากๆๆๆแล้วล่ะสำหรับผม 

แต่ช้าก่อนวรนุช อย่าให้ความเหมือนนั้นหลอกตาคุณ!!!!!!

ภายใต้ความเหมือนนั้นก็ยังมีความไม่เหมือนอยู่มาก เหมือนiPhone by AppleกับjFone by China เหมือนกับตรงเปลือกแต่ก็ต่างกันแบบแปร่งๆ เรื่องไม่เหมือนพูดไปเป็นวันก็ไม่จบ

เพราะงั้นเรามาดูอะไรที่'ดูเหมือนจะเหมือนแต่ก็ไม่เหมือนแม้จะดูเหมือนมันเหมือนก็ตาม'(เอาไงกันแน่วะเอ็ง)ของประเทศสิงคโปร์กันดีกว่า

 

1. เรื่องการแต่งกาย

ดูเผินๆนี่คนสิงแต่งตัวเหมือนคนบ้านเรามากครับ นิยมเสื้อยืด/โปโล/เชิ้ต กางเกงยีนส์ รองเท้าก็เหมือนกัน ไนกี้ไม่ก็คอนเวิร์ส ยี่ห้อที่เป็นที่นิยมก็ออกคล้ายๆกัน Billabong, Quiksilver ฯลฯ จัดว่าโดยเบสิกแล้วเหมือนบ้านเรา

แต่ช้าก่อนวรนุช อย่าให้ความเหมือนนั้นหลอกตาคุณ!!!

เสื้อโปโลสวยๆซักตัวกับยีนส์ธรรมดาๆสีเข้มอีกตัว บวกรองเท้าคอนเวิร์สเข้าไปอีกกับเข็มขัดแนวๆเข้าไปหน่อยเพื่อเพิ่มราศี ทั้งหมดนี้จัดว่าโอเคแล้วครับสำหรับประชากรวัยรุ่นเกาะสิงทั่วๆไป

แต่พอกลับมาเมืองไทยคุณอาจจะรู้สึกแหม่งๆซักนิดเมื่อเพื่อนๆคนรู้จักรอบตัวต่างแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยกางเกงยีนส์ขาเดฟ(ที่คุณอาจจะไม่ค่อยอยากใส่ในสิงคโปร์นัก ด้วยความที่คนใส่มักจะมีลุคจิ้กโก๋ซะส่วนใหญ่)กับเสื้อเชิ้ตสุดแนว ผมทรงนักร้องเกาหลีประดับด้วยเยลออกมาแนวเหนือเมฆ โดยคุณมีเพียงรองเท้าไปเทียบรัศมีเขาเท่านั้น คุณอาจจะอยากตะโกนแบบนี้ออกมาดังๆ

ทำไมไอ้ที่เราใส่นี่มันจืดโคตรเลยฟร้าาาาาาา

ด้วยความที่ผมไปสิงคโปร์ตั้งแต่ก่อนจะเริ่มหัดแต่งตัว(ไปตอน12-13นี่คงหวังอะไรมากไม่ได้จริงไหมครับ) ความรู้สึกนี้จึงเป็นอะไรที่ผมเจอมากับตัวแล้วนี่เอง

และแน่นอนเมื่อคุณกลับจากไทยไปสิงคโปร์ การแต่งตัวที่ดูแนวขึ้นมากของคุณกลับทำให้คุณรู้สึกOverdressซะงั้น(ด้วยความที่ดูพิถีพิถันเกินหน้ามิตรสหายชาวสิงบางคน) คุณจึงโทนการแต่งตัวลงจนกลับไปเกือบเหมือนแบบก่อนกลับไทยในที่สุด (และไปปรับตัวใหม่ที่เมืองไทยตอนกลับรอบต่อไป)

และหวังว่าผมคงเป็นคนเดียวที่เจอปัญหาทำนองนี้นะครับ (เพราะเจอแล้วแอบสับสนในตัวเอง)

 

2. อาหารการกิน

สิงคโปร์นั่นมีอาหารที่เหมือนเมืองไทยอยู่มากครับ ทั้งซาละเปา หอยทอด ราดหน้า ออส่วน ข้าวมันไก่ ผัดซีอิ๊ว หมี่หมูแดง หมี่ลูกชิ้นปลา ฯลฯ ไปที่โน่นไม่น่าต้องปรับตัวมาก

แต่ช้าก่อนวรนุช อย่าให้ความเหมือนนั้นหลอกตาคุณ!!!    /ประโยคคุ้นๆนะ

เพราะอะไรน่ะเหรอ?

-ผัดซีอิ๊วสิงคโปร์หาใช้ก้อนก๊วยเตี๊ยว/เส้นหมี่ผัดกับซีอิ๊ว เนื้อหมู ไข่และคะน้า2-3หอบไม่ แต่ตำหรับสิงคโปร์นั้นเป็นการผัดเส้นก๊วยเตี๋ยวสับผสมหมี่เหลืองเส้นหนา ใส่แคบหมู ถั่วงอก หอย ต้นหอม และกุนเชียง 

-ข้าวมันไก่ที่นี่น้ำจิ้มไม่เหมือนเมืองไทยและข้าวจะแฉะกว่า

-หมี่ที่คุณสั่งอาจจะเป็นเส้นหมี่สีเหลืองแบนหน้าตาเหมือนลูกผสมข้ามสายพันธ์ของเส้นบะหมี่กับก๊วยเตี๋ยวเส้นเล็กแทนที่จะเป็นเส้นบะหมี่เหมือนที่ เห็นบ่อยๆในไทย

-เครื่องเคียงอาหารเส้นๆที่นี่ไม่ได้มาครบเซทเหมือนบ้านเรา! คุณจะได้เพียงพริกเขียวใส่น้ำส้มสายชูเท่านั้น แต่จะไม่มีน้ำตาล พริกป่นและน้ำปลาไว้ให้คุณเติมรสชาติให้ชีวิต

เพื่อนผมเธอเคยลองขอน้ำตาลไว้ใส่hor fun(ชื่อสิงๆของราดหน้า)กับร้านมาแล้ว ผลก็คือโดนจ้องเหมือนคนสั่งบิ้กแมคที่ร้านKFCครับ

แต่ถ้าขอพริกป่นเพิ่มในอาหารบางจานนี่ไม่แปลก แต่บอกเขาตอนสั่ง เพราะเขาจะเพิ่มให้ตอนทำเลย ไม่ใช่ให้เรามาเติมเอง

-เจ็ดหนึ่งหนึ่งที่นี่ไม่ขายขนมจีบซะลาเปา! อย่าหวังจะให้พนง.เซเว่นถามคุณว่า 'You want siew mai and bao/bun also?' (รับขนมจีบ(ที่ชาวสิงเรียกซีวหม่าย siew mai) ซาลาเปาเพิ่มไหม?)แต่จะว่าไปเดี๋ยวนี้พนง.7-11ที่ไทยเขาก็ไม่ถามแล้วนี่หว่า (มั้ง)

 

3. เรื่องอื่นๆ

แน่นอนว่านอกเหนือจากที่กล่าวมานี้ สิงคโปร์ยังมีอะไรอีกหลายๆอย่างคล้ายบ้านเรา เช่น โรงหนังบนชั้นบนสุดของห้าง ร้านตัดผมที่มีลุงแก่เป็นคนตัด ฯลฯ

แต่ช้าก่อนวรนุช อย่าให้ความเหมือนนั้นหลอกตาคุณ!!! 

-ช่องSingaporeanและPermanent Residentของสนามบินสิงคโปร์นี่ของจริงครับ หากนักท่องเที่ยว(โดยเฉพาะชาติยุ่น)ไปมั่วเข้าเหมือนเข้าช่องThai Passportที่สนามบินสุวรรณภูมิล่ะก็ต่อแถวเก้อนะเออ อาจโดนเขาเชิญไปเข้าแถวอื่น

อนึ่ง นร.ต่างชาติของที่นี่จะได้student passกันครับ เป็นบัตรพลาสติดสีเขียวๆเล็กๆ2ใบ หากแนบติดกับพาสปอร์ตไว้สามารถใช้ช่องPRที่แถวสั้นกว่าได้และไม่ต้องกรอกบัตรอณุญาตเข้าเมืองสิงด้วย หุหุหุ

-ร้านตัดผมส่วนใหญ่(นอกจากร้านตัดผมสตรี)ของที่นี่มักไม่มีบริการสระผมเหมือนร้านตัดผมบ้านเรานะเออ กระผมเคยเข้าไปปล่อยไก่ขอตัดสระ(โดยไม่ดูหน้าตาร้านซะก่อน)มาแล้ว ผลก็คือโดนจ้องเหมือนเด็กนอกเข้ากรุง

นอกจากนี้ค่าตัดผมที่นี่ยังจัดว่าแพงมากพอสมควรด้วย ร้านปกติอยู่ราว8-10เหรียญสิงคโปร์(ราวๆ200-250บาท)

-โรงหนังที่นี่นิยมอยู่บนชั้นบนสุดของห้างเหมือนบ้านเราครับ แต่ที่นี่ไม่มีการเซนเซอร์หรือป้ายยาหม่องหนังเหมือนไทย เพราะเขามีage limitมาแทน ซึ่งมีPG NC16 M18 R21

หากจะไปซื้อตัวหนังโอกาสที่เขาจะขอบัตรนักเรียนเราเช็คสูงพอสมควร แน่นอนว่าเวลาซื้อ/เช่าDVD VCDก็มีโอกาสโดนด้วยเช่นกัน หลายๆครั้งจะไปดูหนังก็เลยแป๋วซะงั้นเพราะเพื่อนอายุไม่ถึง16

-คนที่นี่ก็เล่นหวยกับลอตเตอรี่เหมือนกัน แต่ทว่าที่บ้านเขาเรียกToto, 4DและLottery โดยไอ้2ตัวแรกนี่ผมยังไม่แน่ใจเลยว่าคืออะไร ที่แน่ๆคือเพราะไอ้พวกนี้เป็นของรัฐหมด รัฐก็เลยรวยจากไอ้ตรงนี้พอสมควร

 

เท่าที่ผมนึกออกก็มีราวๆนี้แหละครับ หากมีอะไรอีกก็คงได้มาดูต่อในเอนทรี่ต่อไป และหากผมสะสมพลังปราณได้มากพอก็คงได้ฤกษ์มาเขียนเอนทรี่แฟชั่นสิงเหมือนที่ให้สัญญาไว้เมื่อนานมาแล้วได้ซักที

 

สวัสดีนะครับ

 

ปล วันที่15ที่จะถึงนี้นี่เป็นวันเกิดบล็อกผมแฮะ จะ2ขวบแล้วสินะ

สรุปJune Write & June Life

posted on 30 Jun 2009 16:01 by moonatic  in my-view

ในที่สุดกิจกรรมอภิมหาโอเวอร์โหลดJune Writeก็จบลงซักที ไอ้กระผมก็อยากได้ดอกทานตะวันปิดท้ายกับเขาบ้างก็เลยลากสังขารมาเขียนเอนทรี่นี้ปิดเดือนอหังการอ่านไม่เลิกเดือนนี้

ตอนแรกก็ตันๆว่าจะเขียนเอนทรี่ปิดเดือนยังไงดี แต่คิดไปคิดมา ไหนๆเดือนนี้มันก็มีอะไรให้พูดถึงเยอะแยะทั้งการจากไปของMJกับการเกิดของเจ้าลูกแพนด้านรกแตก ไหนจะมีงานJune Writeเข้ามาอีก ผมก็เลยมาสรุปเรื่องราวต่างๆในเดือนนี้ดีกว่า โดยแบ่งเอนทรี่นี้เป็น2ส่วน ส่วนJune WriteและJune Life

 

June Write

เอนทรี่ที่เขียนไป(ไม่รวมเอนทรี่นี้)

มีทั้งหมด 8 เอนทรี่ อันได้แก่

(เรียงลำดับจากเอนทรี่แรกลงไปถึงเอนทรี่ล่าสุด)

- เอนทรี่ตอบFAQ 1 & เปิดเผยภาพตัวจริงMD

- เอนทรี่ตอบFAQ 2

- เอนทรี่เรื่องเล่าของเหรียญมูลค่า23.82บาท

- เอนทรี่ตอบFAQ 3

- เอนทรี่ตอบFAQ 4

- เอนทรี่46ข้อขอบอก

- [TAG] ความเสื่อม

- [TAG] SelfPortrait

สังเกตว่าแทบไม่ได้อัพอะไรเป็นตัวเป็นตนเลยในช่วง1เดือนที่ผ่านมา มีเรื่องสิงๆแค่เรื่องเดียวเอง

 

เอนทรี่ที่Draftไว้ในเดือนนี้

มีทั้งหมด 3 เอนทรี่ ได้แก่

- ประสบการณ์เข้ายิมส์สิงคโปร์

- ประสบการณ์ทริปไร้กล้องที่อินโดนีเซีย

- [TAG] ม่อๆเรนเจอร์

 

จำนวนครั้งที่ได้ขึ้น Hot Post 

1ครั้ง จากเอนทรี่ เรื่องเล่าของเหรียญมูลค่า23.82บาท

 

คอมเมนท์ของเดือนนี้ (ไม่นับคอมเมนท์ของเอนทรี่นี้)

-เฉลี่ย 18.25 คอมเมนท์

-มากที่สุด 33 คอมเมนท์ จากเอนทรี่ เรื่องเล่าของเหรียญมูลค่า23.82บาท

-น้อยที่สุด 12 คอมเมนท์ จากเอนทรี่ วิสัชนา(หล่า)กับMDอินโสกะปิง (2)

 

ทิ้งท้าย 

เดือนนี้เป็นเดือนที่ผมรู้สึกว่าเขียนเอนทรี่น้อยมากแท้ๆ แต่พอมาเทียบกับเดือนก่อนๆ เดือนนี้เป็นเดือนที่ผมเขียนเอนทรี่ไปมากที่สุดซะงั้น (นี่แสดงว่าตูอู้มาตลอดปีเลยเรอะ)

 

 

June Life

สรุปเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตช่วงเดือนนี้

-วันที่1 เริ่มปิดเทอมกลางปียาว1เดือนของโรงเรียนสิงคโปร์ ไชโยเว้ยเฮ้ยยยย

-แต่ทว่าต้องกลับมาเรียนเสริม1อาทิตย์แรกซะงั้น (เสียงไชโยตอนแรกจากหายไปกับลมตดเมอร์ไลอ้อน...)

-วันที่6 ได้ทำSATครั้งแรกในชีวิตที่Anderson Junior College คนจีน(แผ่นดินใหญ่)ไปทำเยอะมากส์ รู้สึกเหมือนหลุดไปChinatownย่อมๆ นี่ตอนทำตูอยู่ประเทศอะไรอยู่วะเนี่ย

-วันที่7 ได้ทำTOEFLครั้งแรกในชีวิตที่ศูนย์สอนภาษาในห้างแห่งนึง รู้สึกเหมือนว่าตัวผมเองจะเป็นคนที่เด็กที่สุดในห้องสอบแล้วมั้ง

รู้สึกเอ๊าะๆอย่างบอกไม่ถูก

-วันที่8 กลับไทยจากสิงคโปร์ พึ่งได้รับรู้กระแสเรื่องลูกแพนด้าในช่วงนั้น

ตอนนั้นแอบคิดว่า มันสำคัญตรงไหนวะ

-วันที่9 ออกเดินทางไปมาอินโดนีเซีย ต้องออกจากบ้านตอนตี5เพราะไฟลท์ออกราวๆ7โมง รู้สึกเหนื่อยไม่น้อย แบบนี้เขาเรียกชีพจรลงพาสปอร์ตสินะ

-วันที่9-11 แอ่วอยู่ในอินโดนีเซีย แต่เพราะมีธุระต้องทำจึงไม่ได้เที่ยวที่ไหนเลย ได้แค่นั่งรถชมเมืองกับช็อปปิ้งเล็กน้อยในวันแรกเท่านั้น

นอกจากนี้ยังได้ค้นพบด้วยว่าอินโดฯมีเร่ขายนสป.กลางถนนด้วย มันจอร์จมาก ว่าแต่ทำไมมันเป็นนางแบบนุ่งลมสัญชาติอินโดวะ หนูจะเอาสาวยุ่นนนนน /ผิดประเด็นแล้วเอ็ง

-ราวๆวันที่13-14 ได้ไปเปลี่ยนแว่น ตอนหลังมาดูดีๆมันก็ต่างจากอันเดิมแค่สีไม่เหมือนกันนี่หว่า

-ในช่วงเวลาเดียวกันก็ได้ไปทำPassportใหม่ด้วย เนื่องจากหน้าเดิมในpassportของ4ปีก่อนมันต่างกับปัจจุบันมากเกินไป ทรงผมเปลี่ยน สูงขึ้น ผอมลง โครงหน้าเปลี่ยน ฯลฯ

ล่าสุดที่สนามบินอินโดฯเขายังขอให้ผมถอดแว่นออกแล้วเอาบัตรนักเรียนมาเทียบให้ดูเลย นี่ผมเปลี่ยนไปเยอะเงี้ยเลยเร้อออ

อนึ่ง ภาพถ่ายใหม่เมื่อเอามาเทียบกับอันเก่าแล้ว น้องชายบอกว่าเหมือนหลวงจีนไปทำศัลยกรรมเปลี่ยนเป็นผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ฮ่วย! ไม่ต้องย้ำก็ได้!

-วันที่19 ไปถอนฟัน2ซี่ข้างขวาเพื่อเตรียมตัวดัดฟันต่ออีก2ปี 2จิต2ใจมากว่าจะถอนดีไม่ถอนดี

และสิ่งแรกที่หมอบอกตอนเข้าห้องถอนก็คือ

"รากฟันยาวดีนะเรา"

"รากฟันยาวดีนะเรา" 

"รากฟันยาวดีนะเรา" 

(เอคโค่...)

สรุปว่าหมอต้องออกแรงถอนเยอะๆแล้วผมก็จะเจ็บชัวร์ๆใช่ไหมครับ

-วันที่20 ตื่นขึ้นมาได้ไม่แช่มชื่นอย่างแรง เพราะเลือดจากฟันที่ถอนเกรอะปาก รู้สึกเหมือนเป็นแวมไพร์กึ่งๆอิสตรีมีปจด.ครั้งแรก /โดนเตะ

-วันที่21 ไปถอนฟันอีก2ซี่ข้างซ้าย รอบนี้หมอไม่ได้ทายาชาที่เหงือกก่อนฉีดเลยเจ็บกว่ารอบก่อนหน่อย แต่ฟันที่ถอนไม่ได้เกือบหลุดลงคอเหมือนคราวที่ไปถอนรอบแรก เลือดก็ไม่ไหลมากเท่าด้วย

-วันที่25 คะแนนSATและTOEFLออก ผ่านเว้ยเฮ้ยยยยย ท่านแม่เลยตกลงจะถอยมือถือใหม่ให้

-วันที่26 ได้รู้ข่าวการเสียชีวิตของMichael Jacksonและไปติดเครื่องมือดัดฟันเพิ่มเติม แล้วก็ยังปวดฟันเหมือนตอนดัดใหม่ๆอยู่จนถึงทุกวันนี้(วันที่30 มิ.ย.)

-วันที่27 ไปมีทย่อมๆของรรลบ.ที่งานซ้อมรับปริญญาพี่ค่อน ร้อนโฮกแต่ก็ยังเก๊กท่าถ่ายรูปไป(แม้จะถ่ายแล้วออกมาหน้าตาเหมือนโนบิตะผสมลิงก็ตาม)

-วันที่28 กลับสิงคโปร์ โดนเด็กที่สนามบินเตะเท้าตั้งหลายรอบจนหัวรองเท้าคอนเวิร์สมีสีดำเป็นหย่อมเล็กๆเหมือนดัลเมเชี่ยนขี้เรื้อน

ถึงเด็กผีตนนั้น: Gateขึ้นเครื่องหน้าตาเหมือนสนามเด็กเล่นบ้างเอ็งมากใช่มั้ยยย 

ในวันเดียวกันก็ได้ค้นพบว่ารัฐบาลสิงประกาศกักบริเวณบุคคลที่กลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงหวัดหมู(ซึ่งมีประเทศไทยและอินโดนีเซียอยู่ในลิสต์ด้วย)

ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงได้โดดเรียนไป1อาทิตย์เต็มๆ แต่ครูก็ยังส่งงานมาให้เผาอยู่ดี แถมไปเที่ยวไม่ได้ด้วย ต้องอยู่บ้านเผางานเป็นทาสในเรือนเบี้ยเขาไป

-วันที่30 ได้รับโปสการ์ดขอแต่งงานทำเองจากคุณตาวด้วย ขอบคุณมากครับที่อุตสาห์ส่งมาให้ถึงเกาะสิง

 

 

แผนการคร่าวๆในเดือนหน้า

-ไล่เรียนวิชาที่ขาดเรียนไปในช่วง1อาทิตย์

-หวังว่าจะได้ทยอยอัพเอนทรี่Draftที่หมักหมมไว้ซักที 

-ซื้อมือถือใหม่ ไฟเขียวจากท่านมารดาก็ได้แล้ว เลือกรุ่นก็เลือกแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสไปซื้อซักที

-ดูเรื่องUPกับTransformer2 (ถ้ามันยังอยู่ในโรงล่ะก็นะ) กลับไทยไม่ได้ไปดูซักกะที

-หวังว่าคงไม่มีJuly Writeมานะ

 

 

ส่งท้าย เดือนนี้เป็นเดือนที่เรียกได้ว่าเดือนแห่งการเปลี่ยนแปลงสำหรับผมจริงๆ ทั้งเปลี่ยนpassport มือถือ แว่น ฯลฯ แต่ก็ยังดีล่ะนะที่มันเป็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี สำหรับเอนทรี่นี้ก็ขอลาไปก่อนนะครับ

 

 

 

เครดิตemoticon คุณberserk rabbit

 

ปล ไม่ต้องขอภาพพาสปอร์ตเก่า-ใหม่ผมเลยครับ อันนี้คงให้มาเทียบไม่ได้

ปล2 ใครที่ใช้(หรือมีคนรู้จักใช้) Nokia 5800 Xpressmusic อยากทราบว่าใช้สะดวกไหมครับ