2008/Jul/05

ชายคนหนึ่งกำลังเดินเล่นบนถนน

เขาเห็นเด็กกำลังถ่ายรูปวิวอยู่ แล้วถามว่าถ่ายไปทำไม เด็กตอบว่าเอาไปทำโปสการ์ดส่งให้ผู้ป่วยอัมพาตในรพ. เขาถามต่อว่าทำแล้วได้เงินไหม เด็กตอบว่าไม่ ชายคนนั้นรำพึง "งั้นทำไปทำไม..."

ชายคนเดียวกันเดินผ่านนักวิ่งมาราธอนอ้วน ถามว่าวิ่งไปทำไม เหนื่อยออกอย่างนั้น นักวิ่งอ้วนตอบว่าเป็นการวิ่งการกุศลเพื่อเอาเงินไปช่วยเด็กยากไร้ ชายคนนั้นกล่าว "ไม่ได้เงินเรอะ งั้นจะเสียเวลาไปทำไม" 

เขาเดินต่อไปแล้วพบกับนักศึกษาสาวที่กำลังช่วยหญิงแก่ข้ามถนนอยู่ พอเข้าไปถามว่าหญิงแก่ให้เงินเท่าไหร่ นักศึกษาสาวก็บอกว่าหญิงชราไม่ได้ให้เงิน ชายหนุ่มตอบไปว่า"งั้นช่วยไปเพื่ออะไร"

เขาพบเจ้าของร้านอาหารกำลังให้อาหารหมาแมวหลายตัวอยู่ เขาเข้าไปทักว่าทำไมคนจ้างเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเยอะจัง เจ้าของร้านอาหารตอบว่าพวกนี้เป็นสัตว์จรจัด ไม่ได้มีใครจ้างเลี้ยง "งั้นทำไปจะได้อะไร" เขาคิดก่อนที่จะเดินจากไป

เขาเห็นสตรีอ้วนคนนึงทำกล่องตกขณะเดินผ่านเขาไป ข้างในมีสร้อยทองคำเส้นเขื่อง คาดว่าคงซื้อมาจากร้านแล้วเอาใส่ไว้ในกระเป๋าถือ สตรีอ้วนอยู่ห่างจากเขาไป10เมตรกว่าๆเท่านั้น แต่เขาไม่เรียกหล่อน"ไม่ระวังเอง ช่วยไม่ได้" เขาคิดพลางสวมสร้อยทองเส้นโต

แต่แล้วฝนก็เริ่มตก เขาจึงกางร่มที่พกไว้ จากนั้นเขาก็พบกับชายชราคนนึงกำลังหลบฝนที่ป้ายรถเมล์เปลี่ยวอยู่ ชายชราขออาศัยร่มไปซอยถัดไปด้วย ชายหนุ่มเอ่ยปากขอสินน้ำใจแต่ชายชราไม่มีเงิน เขาจึงทิ้งชายชราไว้ ในใจบ่น"ไม่ได้ค่าตอบแทนแล้วจะทำไปทำไม"

เขาเดินมาถึงซอยเปลี่ยวไร้ผู้คน ฉับพลันเขาก็ถูกฟ้าผ่าเข้าให้! เขาผิดเองที่ใส่สร้อยทองกลางสายฝน ไม่นานหลังจากนั้นก็มีชายอีกคนนึงเดินผ่านมา ชายหนุ่มร้องขอให้ช่วยโทรเรียกรถพยาบาลให้ด้วยด้วยลมหายใจรวยริน ชายหนุ่มอีกคนกล่าวออกมาอย่างไม่ใยดีว่า "ไม่เอา เปลืองค่าโทรศัพท์ จะโทรไปทำไม" 

 

 

อ่านแล้วเคยคิดดูบ้างไหมว่าเราปฏิเสธคำขอร้องทั้งด้วยปากและในใจด้วยประโยคคำในตัวboldบ่อยแค่ไหน...

2008/Jul/03

อย่างที่เคยเปรยๆไปแล้วในเอนทรี่เรื่องราวเรื่องเดือนเรื่องปี ผมจะเอาเรื่องของSinglishมาเสนอครับ แต่ก่อนอื่นเรามาดูกันsinglishนี่มันสิคืออันหยัง

Singlish ตามความหมายคร่าวๆจากwikipedia(แม้แต่สิ่งนี้พี่แกก็มีนะ = =")

Singlish is an interlanguage native to Singapore. It is the first language of many younger Singaporeans, especially those whose parents do not share a native language or dialect, and is the second language of nearly all the rest of the country's residents. 

พูดง่ายๆก็คือมันเป็นภาษาอังกฤษกลายพันธุ์(ที่เกิดจากการผสมมั่วข้ามสายพันธุ์ของภาษาอังกฤษ ฮกเกี้ยน แต้จิ๋ว มาลายู ฯลฯ) ที่ใช้ในสิงคโปร์นั่นเอง ในนี้เขาเขียนไว้ว่าเป็นภาษาแรกของคนเกาะสิงรุ่นเยาว์เลย(เห็นด้วย10000%) และเป็นภาษาที่2ของผู้อยู่อาศัย(เช่นผม)ซะส่วนมาก ซึ่งก็คงจะจริง บอกตามตรงว่าตอนนี้ภาษาอังกฤษผมหลักไวยากรณ์มันเพี้ยนเพราะsinglishหมดแล้ว ขึ้นทะเบียนเป็นโรคติดต่อได้ไหมวะเนี่ย -MDเซ็ง-

แม้ว่านายMDจะอยู่เกาะสิงมา3ปีแล้วแต่เรื่องSinglishนี่ยังไม่แตกฉานนัก(ขืนใช้จนแตกฉานคงโดนท่านแม่่รีดเลือดเซ่นบรรพบุรุษ) อาจจะมีผิดอยู่บ้าง คงต้องขออภัยไว้นะตรงนี้นะครับ ว่าแล้วก็เข้าเรื่องเลยดีกว่า

 

Singlishจะแตกต่างกับภาษาอังกฤษอยู่หลายๆจุดแม้จะใช้ศัพท์ส่วนมากเหมือนกันก็ตาม การออกเสียงก็จะแตกต่่างกันอยู่พอตัว

ยกตัวอย่าง 

ภาษาไทย ฉันไม่รู้ (คำตอบเมื่อมีเพื่อนโทรมาถามการบ้านขณะกินข้าว -ตอนเรียนกุคุยกะแกอยู่นี่ แล้วจะรู้มั้ย-)

อังกฤษ I don't know.

Singlish I dunno lah.

 

ภาษาไทย แกหุบปากได้ไหมวะ (สิ่งที่นายMDพูดเมื่อเพื่อนพูดกวนบาทาขณะกินข้าว)

อังกฤษ Can you please shut up!

Singlish You shuddup can or not!?

 

ภาษาไทย แน่ใจนะ (สิ่งที่นายMDถามเมื่อได้ยินค่าอาหาร)

อังกฤษ Are you sure?

Singlish You sure ah? / You sure o not?


ภาษาไทย แม่งแพงเป็นบ้าเลยว่ะ (ความรู้สึกนายMDตอนคอนเฟิร์มค่าอาหาร นี่ผมกินข้างทางเองนะเฟ้ย)

อังกฤษ It is really expensive!

Singlish Wah! This thing dam ex siah!

 

สังเกตุจุดแตกต่างไหมครับ = ="  

ประโยคSinglishมักจะมีหลักไวยากรณ์กับการออกเสียงที่ผิดครับ คำบางคำที่ไม่จำเป็น(เช่นlahหรือah)มักจะนำมาถูกต่อท้ายประโยคเพื่อแสดงอารมณ์หรือความรู้สึก การเรียงตัวของประโยคก็มีผิดอยู่ประปราย(ผมเองก็ไม่ใช่กูรูด้านภาษาอังกฤษคงเปรียบได้ไม่ดีนัก) แต่เพื่อนผมเขาบอกว่า Singlishใช้หลักไวยากรณ์คล้ายๆกับจีนครับ (อันนี้ไม่ขอคอนเฟิร์มนะครับ จีนผมยังไม่แตกฉานดี แต่ในวิคิก็เขียนแบบนั้น คงจะมีเค้าความจริง) 

ยกตัวอย่างSinglishที่มักจะเห็นกันบ่อยๆนะครับ

Lah (ออกเสียงลาหรือหล่า ตามแต่รูปประโยค)คำลงท้ายสุดฮิตครับ มันคือผงชูรสภาษาดีดีนี่เอง เพราะใช้แสดงความมั่นใจหรืออุทานก็ได้ จะลงท้ายประโยคไว้เฉยๆก็ดี แต่ไม่ใช้กับประโยคคำถามนะครับ

ตัวอย่าง:

A: Are you sure C is mad?

B: Sure la!  

C: No la!

(A:แกแน่ใจนะCมันบ้า   B:อยู่แร้ว   C:ไม่ใช่เฟร้ยยย )

 

Wa Lao Wei (หว่า หลาว เว่ย) เป็นคำสบถครับ [นอกเหนือจากอังกฤษวิบัติแล้วภาษาSinglishก็มันจะมีคำสบถ(มักจะเป็นจีนฮกเกี้ยน)หลากชนิดหลายอวัยวะมาให้ใช้ด้วยเช่นกัน] ระดับความหยาบคายกับสถานการณ์การใช้อยู่กึ่งๆระหว่างแม่งเอ๊ยกับคว-เอ๊ยครับ ส่วนความหมายอันนี้ผมไม่ชัวร์ครับ เพราะถามมา2แห่งตอบมาไม่เหมือนกันเลย จึงไม่ขอลงก็แล้วกัน

ตัวอย่าง: Wa lao wei! Tomorrow got test again! (เวรเอ๊ย! พรุ่งนี้แ-งสอบอีกแล้ว)

 

Le (เล่อะ) เป็นภาษาจีนครับ ใช้กับประโยคที่แสดงว่าได้กระทำไปแล้วแบบเดียวกับในภาษาจีน

ตัวอย่าง: I did the exam le. (เราทำสอบไปแล้ว) 

 

Kena (ก้ะหน้า, เก้อหน้า) เป็นภาษามาลายูครับ ใช้สื่อถึงคำว่า'โดน(ความหมายทางลบ)'หรือทำนองนั้นเพื่อแสดงถึงการถูกกระทำ คำคำนี้อาจะถูกแทนด้วยคำว่าTeo(เตี่ยวอ์)ที่เป็นภาษาจีนฮกเกี้ยนในบางโอกาสครับ การใช้เหมือนกัน

ตัวอย่าง:

-I kena/teo scold by that guy again. (เราโดนไอ้หมอนั่นด่าอีกแล้ว)

-You don't listen to teacher you kena/teo then you know. (ไม่ฟังอาจารย์เดี๋ยว'โดน'แล้วจะรู้สึก)

 

Lor (ลอร์) เป็นจีนฮกเกี้ยนอีกแล้วครับท่านผู้ชม ไว้ลงท้่ายประโยคแสดงความรู้สึก'ให้มันจบเรื่องจบราวไป'กึ่งๆ/หรือยอมแพ้ จะใช้แสดงความรู้สึก'ก็รู้ๆกันอยู่'ได้เหมือนกัน

ตัวอย่าง:

-You never do homework? Then you die lor. (ไม่ได้ืำทำการบ้านมา? งั้นแกตายชัวร์)

-Ok lor. Do whatever you want. (เออๆตามใจ อย่างทำอะไรก็ทำทำไปเหอะ)

 

Wah (หว่ะ, หว่า) จีนฮกเกี้ยน ใช้อุทานกับนำหน้าประโยคครับ แสดงความตกใจไม่ก็ความรู้สึกทำนอง'อะไรกันวะ'ครับ

ตัวอย่าง: Wah! Got fooball practice again. (อะไรวะ! มีซ้อมบอลอีกแล้ว)

 

Xian (เสี่ยน) คา่ดว่าคงเป็นจีนฮกเกี้ยนเช่นกัน ใช้แสดงความรู้สึกเซ็งครับ เทียบกับภาษาไทยแล้วก็เซ็งเป็ดนั่นเอง

ตัวอย่าง: I got nothing to do ,very xian.~ -ลากเสียงเล็กน้อย- (ไม่มีอะไรทำเลย เซ็งชิบหาย) 

 

สำหรับวันนี้คงพอแค่นี้ก่อนนะครับ ไว้ถ้ามีโอกาสจะมาต่อ ใครจะไปเที่ยวสิงคโปร์จำไปใช้ก็ไม่เลวนะ ไว้โชว์InWให้เขาดูเล่นๆ แต่ใช้ผิดแล้วหน้าแตกอย่ามาโทษจขบ.ก็แล้วกัน ผมเองก็ไม่ได้แตกฉานด้านนี้

สุดท้ายนี่มาดูSinglishแล้ว MDรู้สึกว่า "ไม่ได้มีแต่บ้านเราที่ใช้ภาษาวิบัติ" (ฟังแล้วดีใจดีไหมเนี่ย = =")

 

แถมท้ายเล็กน้อย

ตอนมาสิงคโปร์ใหม่ๆผมเคยโดนเพื่อนหลอกไปถามเพื่อนผู้หญิงว่า'หำน้อย(ในภาษาฮกเกี้ยน)'แปลว่าอะไรด้วยล่ะ โดนเขาหัวเราะใส่(ยังดีไม่โดนตบ)ซะงั้น พอเพื่อนมาบอกนายMDก็หน้าแตกหมอไม่รับเย็บไปเลย จะอยู่ในถิ่นต่างแดนนี่ต้องรู้คำหยาบเขาไว้จริงๆด้วย  T-T

 

ถึงตรงนี้ผมก็ขอลาไปก่อนนะครับ

บ้ายบาย บ้ายบี บ้ายซี บ้ายดี บ้ายอี บ้ายเอฟ บ้าย..บลา..บลา..บ้ายแซด แฮ่กๆๆ กว่าจะหมด...

2008/Jun/29

ใครที่เล่นDotAคงจะรู้จักเจ้าBalanarหรือNight Stalkerดี ฮีโร่สุดโรคจิตที่จะเก่งเฉพาะตอนฟ้ามืด ยามค่ำคืนมันออกล่าHeroดุจโจรหื่นกลัดมันนิยมของแปลกล่าเก้บล่ำมาสังเวยสังวาส(เทียบซะ...) ความแข็งแกร่งของมันเป็นที่ชัดแจ้งยามตะวันลับแสง โอ...มันน่ากลัวเหลือเกิน

-เข้าเรื่อง-

ดึกดื่นคืนนึง นายMDไปเดินห้างก่อนวันสอบอ่านหนังสือเตรียมสอบกับเพื่อน พอกลับมาถึงบ้านก็2ทุ่มกว่าๆแล้ว กว่าจะได้อาบน้ำก็เกือบๆ3ทุ่ม เพราะขี้เกียจอาบจัดกระเป๋าเรียนสำหรับพรุ่งนี้ นายMDเดินเข้าห้องน้ำมาก็แจ็คพอตแตกครับ

มีNight Stalkerตัวนึงรออยู่ในห้องน้ำ...

อ่านถูกแล้วครับ มีNight Stalkerอยู่จริงๆ และแน่นอนว่าผมไม่ได้ประสาทหลอนเพราะซอสมะเขือเทศทำปฏิกิริยากับโค้กในกระเพราะแต่อย่างใด เจ้าNight Stalkerที่มีความเร็วที่ไม่เป็นรองใคร ปีกใหญ่กลางหลัง ออร่าแห่งความสยดสยองที่รุนแรงจับขั้วหัวใจ ราชาแห่งค่ำคืนอันโสมม กายาสีน้ำตาลเมื่อม ใช่แล้วครับ พวกเราชาวไทยแดนสยามเรียกมันว่า ไอ้สาบ

ถามว่าผมกลัวไหมที่เผชิญหน้ากับมัน? นึกถึงพ่อแก้วแม่แก้วไหม? ภาวนาหาบอดี้การ์ด76กองร้อยมาช่วยไหม?

ไม่ครับ... เพราะMDวิ่งหนีหายไปแล้วด้วยความเร็วระดับEyeshield 21

อย่าเข้าใจผิดครับ ผมไม่ได้ตาขาว แต่แค่วิ่งไปตั้งหลักห่างๆ เพราะโบราณว่าจะฆ่าBalanarต้องฆ่าตอนเช้า(ว่าง่ายๆคือให้สู้ตอนที่ได้เปรียบหรือฝ่ายตรงข้ามเสียเปรียบเท่านั้น)

ผมกลับมาเผชิญหน้ากับมันอีกครั้ง พร้อมยาฆ่าแมลง2กระป๋องในมือ

"THIS IS SPARTAN!! (เกี่ยวไรวะ)" MDกู่ร้องเป็นแฟนบอลยูโร2008เมากระทิงแดงผสมวิสกี้ขณะเชียร์บอล ฉีดยามรณะในมือใส่Night Stalkerอย่างห้าวหาญดุจแรมโบ้ปะทะเอเลี่ยนเมาแล้วขับ ด้วยความกลัวตายมันจึงหนีตามสัญชาตญาณ แต่มีหรือผมจะเมตตา เพราะต้องฆ่ามันเท่านั้น!

 

นอกเรื่องentryละนิด จิตแจ่มใส ถ้าแมลงสาบได้รับสารพิษชนิดนึงเข้าไปแล้วรอด ลูกหลานของมันจะมีภูมิต้านทานพิษชนิดดังกล่าวที่ดีขึ้นมากครับ ถ้าฉีดยาใส่ไอ้สาบตัวไหน ต้องมั่นใจว่าตามไปฆ่ามันได้นะครับ เพราะเวลาเจอกับรุ่นลูกรุ่นหลานมันอีกที ไบก้อนอาจจะไม่แรงแบบDagon(มาอีกแล้วมุขDotAแบบเปลืองเซลส์สมอง)

 

MDฉีดรุกไล่มันไปเรื่อยๆ คาดว่าในหัวเจ้าสาบคงก่นด่าโคตรเหง้าศักราชศตวรรษสัตหีบ(?)ของมนุษย์ที่กำลังทรมานมันอยู่ ฉับหลันเมื่อสิ้นทางหนี มันเลือกDeath Before Dishonour(ตายได้หยามไม่ได้) มันรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย รีดเร้นจักระทั่วร่าง แล้วปลดปล่อยท่าไม้ตายออกมา มันบินมาทางMDครับ! ด้วยพลังที่มากพอจะทำให้รถไฟทั้งขบวนแตกตื่นวุ่นวาย (ดูทริปดอยเตะเมฆตอนแรกประกอบ) มีหรือMDจะทนได้ จึงต้องถอยไปตั้งหลักอีกครา กลับไปสู้กับมันรอบนี้เหน็บนสพ.เก่าๆกลับไปด้วย เข้ามาใกล้พ่อฟาดเละ!

แต่สวรรค์นั้นไม่เคยเมตตาคนใจบาป คาดว่าไอ้Night Stalkerนั่นมันเป็นGeomancerด้วย เพราะมันใช้Divided We Stand (ไม้ตายของGeomancer เป็นการแบ่งร่างแบบถาวร) ผมกลับไปแล้วเจอมัน3ตัวรอต้อนรับอยู่ ฟันธงว่ามันคงใช้Divided We Standจริงๆ (หรือมันจะเรียกพวกมาหว่า)

MDซีดครับทีนี้ ตัวเดียวบินมาตูจะบ้าตายอยู่แล้ว นี่เจือกมาตั้ง3ตัว ทำไมมันต้องมาใช้สามัคคีคือพลัง(แมวหมู่)เอาตอนนี้! หากเป็นเช่นนี้น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ข้ามิอาจเอาชีวิตรอดไปโลดแล่นในยุทธจักรได้อีกแล้ว(เอ็งเป็นจอมยุทธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ) แต่ข้าจะแพ้ไม่ได้ ลูกเมียข้ารออยู่!(ท่านยังโสดอยู่ไม่ใช่เรอะ)

 

(MDเข้าสู่สภาวะ'พูดเวอร์ๆโหมด')

ตัดสินใจได้เช่นนั้น MDทิ้งหนังสือพิมพ์ลงพื้น 2มือคว้าไบก้อนคู่กายฉีดใส่อสุราสีน้ำตาลรอบกายด้วยลีลาดุจหงส์แดงเหินหาว ตายเป็นตาย! ตาต่อตา! ตีนต่อตีน! ตูดต่อตูด!(เฮ้ย!)

ชายหนุ่มดีดตัวขึ้นฟ้า ลำตัวบิดไปรอบๆ ตีลังกาตลบหลังสะบัดตูดเป็นกายกรรมกวางเจา ฉีดไบก้อนคู่กายออกไปใส่อริราชทั้ง3อย่างแม่นยำดุจอินทรีเหล็กตะปบเหยื่อ

ในขณะที่พวกมันแตกตื่น MDปล่ิอยมือจากไบก้อน1ขวด จากนั้นก็ตวัดแขนล่ำสันไปคว้านสพ.ขึ้นมาฟาดฟันพวกมันตัวนึงด้วยกระบวนท่าที่12สำนักกุลิโกะป๊อกกี้ ร่างกายมันแหลกเละในเสี้ยวพริบตา ไม่ทันรู้ตัวว่าเส้นชีวิตนั้นได้ขาดสะบั้นไปแล้ว เสร็จไป1เหลืออีก2ที่ร่วงลงพื้นไปก่อนหน้า

ครั้นเห็นพวกพ้องตัวเองแหลกไปต่อหน้า 2ชีวิตที่เหลือตัดสินใจสวมวิญญาณหมา เข้าเกียร์ห้า แต่โทษที่หยามน้ำหน้าMDไว้ร้ายยิ่งนัก ชายหนุ่มสวมวิญญาณฮิตเลอร์ คว้าไบก้อนทั้ง2ขวดฉีดรมแก๊สพวกมันอย่างไร้ความเมตตา

4วินาทีผ่านไป มันทั้ง2ตามไปเฝ้าเพื่อนบนสวรรค์แล้ว วันนี้ในปีหน้าจะเป็นวันครบรอบวันตายของพวกมัน

(กลับเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง)

คำแปลเหตุการณ์ในช่วง'พูดเวอร์ๆโหมด'-ผมฉีดเสปรย์ใส่ทั้ง3ตัว แล้วเอาหนังสือพิมพ์ฟาดโดนตัวนึงตายไป อีก2ตัวหนีลงพื้นแล้วถูกผมไล่ฉีดเสปรย์ใส่จนตาย

 

ไอ้สาบทั้ง3ตายไปแล้วก็จริง แต่ทว่าผมมีปัญหาใหม่ ไอ้ยาฆ่าแมลงที่ผมละเลงเป็นว่าเล่นเมื่อครู่ได้เจิ่งนองไปทั่วพื้นห้องน้ำแล้ว กลิ่นแรงจนผมแทบจะตามไปเจอพวกแมลงสาบอยู่ร่ำไร ผมจึงต้องเปิดฝักบัวและสายยางในห้องน้ำเต็มแรงสา่ดใส้พื้นห้องน้ำโลด

3นาทีกว่าผ่านไป

น้ำที่ไหลในห้องน้ำมีคราบยาพิฆาตแมลงลอยอยู่บนผิว สีของมันสะท้อนกับแสงไฟเป็นสีรุ้งยุ่งเหยิงสะท้อนความเป็นอันตรายต่อสรรพสิ่งมีชีวิตของมัน เพราะคราบและกลิ่นไม่พึงประสงค์นั้น ผมจึงต้องอพยพหนีไปอาบน้ำที่ชั้น2แทน เสียเวลาและก่อบาปสร้างกรรมไปพักใหญ่เพื่อฆ่าแมลงสาบในห้องน้ำที่ไม่ได้ใช้ เอวัง...

 

นอกเรื่องentryละนิด จิตแจ่มใส(2) ที่สิงคโปร์เขาจะคุมเข้มเรื่องความสะอาดและยุงมากนะครับ แมลงวันกับยุงนี่จะไม่ค่อยมีให้เห็นเลย โดยเฉพาะยุงลายที่เขาจะระวังมากๆๆ ทุกๆครั้งที่มีเคสไข้เลือดออก เขาจะมีจนท.ของรัฐจะไปตรวจตามบ้านในบริเวณใกล้เคียงเพื่อเช็คแหล่งเพาะเลี้ยงลูกน้ำยุงทุกชนิด จะเป็นหลานชายชู้ปธน.อัฟกาวิตรถานหรือใครมาจากไหน ถ้าเจอลูกน้ำตัวนึงปรับ$500ต่อตัวเลยครับ [$1(สิงคโปร์)=25บาทโดยคร่าว] ตีค่าปรับเป็นเงินไทยก็12,500บาทครับ จริงๆไม่ได้โม้ เพราะฉะนั้นคนสิงคโปร์จะกลัวโดนปรับไอ้ตรงนี้มาก(และสาเหตุที่ว่าทำไมรัฐบาลประเทศสิงคโปร์รวยมาก) $500ที่นู่นนี่ไม่น้อยเลยนะครับ ข้าวมันไก่จานนึงอย่างมากยัง$4เอง คราวก่อนก่อนจะโดนตรวจนี่ผมต้องไปช่วยลุงคนดูแลกับภรรยาเขาไล่คว่ำถังน้ำขันน้ำแก้วน้ำทั่วบ้านเลย แต่จะคุมเข้มแค่ไหนมันก็ต้องมีรายงานเรื่องไข้เลือดออกมาเป็นระยะๆแหละครับ ที่สำคัญคีือต่อให้สะอาดแค่ไหน ก็ยังมีNight Stalkerแบบเมื่อครู่อาละวาดอยู่ดี ตายยากจริงนะแก

 

แถมอีกนิดนึง วันต่อมาหลังจากล้างยาฆ่าแมลงพวกนั้นออกไป ลุงผมบอกเจอไอ้สาบตายในท่ออีก6ตัวครับ สงสัยพิษที่ล้างลงไปจะแรงมาก  = ="

 

แถมท้ายอีกนิด(2) หลังจากเขียนเอนทรี่นี้เสร็จพอผมไปเข้้าห้องน้ำ เจอNight Stalkerมาสวัสดีเดือนใหม่อยู่ด้วยครับ เอ็งมาทำม๊ายยยยยยย speak of the devilชัดๆ!

นอกเรื่องentryละนิด จิตแจ่มใส(3) speak of the devilเป็นสำนวนภาษาอังกฤษครับ แปลคร่าวๆก็คือ'พูดปั้บก็มาปุ้บ'

 

 

สำหรับเรื่องรั่วๆในห้องน้ำคราวนี้ก็หมดแล้วแค่นี้ล่ะครับ สวีดัด สวัสดี สวี้ติ้ท สวิทตี้~~~  

 

ปล  ขอแสดงความเสียใจเรื่องAva(ร.ร.ล.บ.)ด้วยนะครับ (อ่านได้ที่นี่)

2008/Jun/29

entryที่4

 

เคยคิดบ้างไหมว่าเพื่อนเราหน้าตาเหมือนตัวการ์ตูน?

เราคิดไปไกลกว่านั้นอีก เพราะเราคิดว่าเพื่อนเรามีความสามารถแบบในการ์ตูนและเกมส์!

เจ้าวินด์มันคงจะมีจิตคุกคามแบบที่แชงคูสกะเรห์ลีย์มีในOne Piece Avaเองก็อาจจะเป็นแสตนด์ของวินด์

ส่วนฟ้าที่ทำให้ภูมิชะงักได้ยามจ้องตา่ อาจจะมีวิชาเนตรแบบในนารูโตะก็ได้ อาจจะเป็นเนตรหลุมดำ! หรือบางทีมันคือGeass

ร่มของฟาร์มกับไม้กลองคู่ชไนเดอร์ของลัคอาจจะเป็นดาบฟันวิญญาณก็ได้ (ปู่ยามะหัวหน้ากลุ่ม1ในBleachยังเก็บดาบไว้ในไม่เท้าเลย)

ส่วนหนังสือที่สานชอบพกติดตัวอาจจะมีdeath noteซ่อนอยู่ก็ได้ ไม่ก็อาจจะเป็นอาติแฟ็กรูปแบบหนังสือแบบหนังสืออ่านใจของโนโดกะไม่ก็หนังสือลอกเลียนแบบคนของคูเนลจากเนกิมะ ไม่สิ สมุดสีม่วงของเทียนอาจจะเป็นdeath noteมากกว่า หรือว่าจะเป็นบันทึกแบล็คเมล์

ส่วนระ เธออาจจะเป็นผู้ทำสัญญาแบบในDarker Than Blackรอยแผลที่แขนของเธออาจะเป็นเงื่อนไขการใช้ความสามารถของเธอก็ได้

ต้นไม้อาจจะเป็นนักสืบม.ปลายอัจฉริยะที่ถูกองค์กรชายชุดดำทำให้กลายเป็นเด็ก แล้วต้องมาแฝงตัวอยู่ในรร.ของเรา

ยุ&โย2คนนี้อาจจะเป็นคนคนเดียวที่มีความสามารถDivided We Stand(ความสามารถแยกร่างแบบถาวร)ของGeomancerในDotA

เงารางๆด้านหลังธูปมีโอกาสที่จะเป็นวิญญาณคู่ชีพแบบในShaman King

ปลา พกอุปกรณ์พยาบาลแบบนี้ หรือจะเป็นทายาทของแบล็กแจ็คหว่า

สุดท้ายนี้ ไอริน,หยินและภูมิคงจะเป็นผู้ใช้ผลปีศาจ ภูมิเป็นผลหมี หยินเป็นผลเห็ด ส่วนไอรินก็ผลซาลาเปา

ฟานมีโอกาสเป็นผู้พิทักษ์ธาตุอรุณเหมือนกันนะ โดยเฉพาะคอนเซปป์นักสู้มือเปล่าแบบผู้พิทักษ์ธาตุนี้

 

ยิ่งคิดยิ่งเข้าเค้า ห้องเรามันศูนย์รวมความสามารถพิลึกๆทั้งนั้น

--จบ--

 

MD-ไปสิงคโปร์แป้ปเดียวเจ้าธีมันเปลี่ยนไปคลั่งอนิเมขนาดนั้นเชียวหรอ พ่อนั้นเศร้ายิ่งนัก

edit @ 30 Jun 2008 13:11:58 by MD (ผู้ปกครองของธี)

edit @ 30 Jun 2008 13:39:23 by MD (ผู้ปกครองของธี)



MD -Moonatic D.-
View full profile